Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน27 ธันวาคม 2550
ตลาดรับสร้างบ้านปี51ราคา20ล.ขึ้นเริ่มฟื้นตัว             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท พีดี เฮาส์ จำกัด

   
search resources

ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอปเม้นท์, บจก.
Construction




ตลาดรับสร้างบ้านปี51ผู้บริโภคมั่นใจ หลังมาตรฐานผู้ประกอบการรับสร้างเริ่มดีขึ้น ผู้บริหารพีดีเฮ้าส์ฯระบุลูกค้าตลาดรับสร้างบ้านระดับบนราคา20-50ล้านบาทหันสร้างบ้านเองเพิ่มขึ้น จากเดิมนิยมซื้อบ้านจัดสรร-ที่ดินเปล่าและจ้างออกแบบบ้าน ก่อนจ้างรับเหมาก่อสร้าง เชื่อบริษัทรับสร้างบ้าน ดึงบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพเสริมการแข่งขัน

นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานกรรมการ บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลอป จำกัด (พีดีเฮ้าส์) เปิดเผยถึง แนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านปี2551ว่า ตลาดจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะบ้านระดับล่าง-กลางอย่างที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคตลาดบนเริ่มต้องการสร้างบ้านราคา 20 -50 ล้านบาท หันมาเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน โดยเลือกปลูกสร้างตามแบบบ้านมาตรฐานของบริษัทที่นิยม สังเกตจากการจัดงานงานรับสร้างบ้าน 2007 ที่ผ่านมา มีลูกค้าปลูกสร้างบ้านหลังละหลายสิบล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผู้ประกอบการรับสร้างบ้านมากขึ้น ประกอบกับบริษัทรับสร้างบ้าน มีการพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างพึงพอใจ จากเดิมกลุ่มลูกค้าบ้านหรูหรือระดับราคาหลายสิบล้าน มักจะนิยมว่าจ้างออกแบบก่อน จากนั้นจึงหาผู้รับเหมามาประมูลงานก่อสร้าง แต่ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านมากขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่าผู้ประกอบการที่แข่งขันอยู่ในตลาดรับสร้างบ้าน จะพัฒนารูปแบบการแข่งขันอย่างเป็นระบบและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นตามลำดับ โดยประเมินว่าผู้ประกอบการระดับแนวหน้าหรือ Top 10 จะเน้นฉายภาพตำแหน่งทางการตลาดของตัวเอง เพื่อให้มีความชัดเจนในสายตาของผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการรุกขยายตลาดใหม่ๆ อย่างเช่น ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัด การรับสร้างบ้านให้แก่โครงการบ้านจัดสรร การร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินทำโครงการบ้านจัดสรร เป็นต้น

" ในด้านกลยุทธ์การแข่งขันนั้น คาดว่าจะโดดเด่นมากขึ้น ทั้งในด้านบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพ จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและสร้างกลุ่มลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ของตัวเองในระยะยาว โดยผู้ประกอบการที่ใช้การแข่งขันตัดราคาจะน้อยลง ยกเว้นกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าสู่ตลาดรายใหม่ ยังคงใช้วิธีการตัดราคาเป็นเครื่องมือหลัก เพื่อแข่งขันกับรายเดิมๆในตลาดที่มีแต้มต่อเรื่องความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ " นายสิทธิพรกล่าว

สำหรับแนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2551 แบ่งออกได้ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย1.กลุ่มบ้านระดับบนจะเน้นหรูและแตกต่าง 2.กลุ่มบ้านคุณภาพจะเน้นวัสดุ และฝีมือ ที่ได้มาตรฐานและทันสมัย และ3.กลุ่มบ้านระดับล่าง จะเน้นราคา เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคฉลาดเลือกและฉลาดซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะการจะลงทุนสร้างบ้านถือเป็นเรื่องใหญ่ จึงมีการหาข้อมูลและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจอย่างรอบคอบ โดยข้อมูลใหม่ที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคที่สำคัญคือ การบริการหลังการขายหรือการรับประกันคุณภาพ เพราะทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

นายสุทธิพร กล่าวว่า ทั้งนี้แนวโน้มผู้บริโภคจะหันมาเลือกใช้บริการกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านมากขึ้น แต่การขาดแคลนบุคลากรในวิชาชีพที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะเข้ามาภาคสู่ธุรกิจกำลังกลายเป็นปัญหาใหม่ โดยเฉพาะพนักงานระดับปฏิบัติการ จึงจำเป็นที่จะต้องมองหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้ล่วงหน้า โดยที่ผ่านมาได้บริษัทผลักดันให้ธุรกิจรับสร้างบ้าน เป็นที่รู้จักและยอมรับในภาคการศึกษาในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมากขึ้น เพื่อเชิญชวนเข้ามาทำงานเมื่อจบการศึกษา

นอกจากนี้ในปี 2551 บริษัทฯมีแผนจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สังกัดกรมอาชีวะศึกษา เพื่อเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนนักศึกษาหรือบุคลากร ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน เช่น ช่างเทคนิค ช่างเขียนแบบ พนักงานขายบ้าน ผู้ประเมินราคา และผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อในอนาคตเมื่อนักศึกษาหรือบุคลากรเหล่านี้จบการศึกษา จะสามารถเข้ามาประกอบอาชีพในองค์กรหรือเข้าสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านได้ทันที โครงการนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างเป็นระบบในภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us