|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดรับสร้างบ้านปี51ผู้บริโภคมั่นใจ หลังมาตรฐานผู้ประกอบการรับสร้างเริ่มดีขึ้น ผู้บริหารพีดีเฮ้าส์ฯระบุลูกค้าตลาดรับสร้างบ้านระดับบนราคา20-50ล้านบาทหันสร้างบ้านเองเพิ่มขึ้น จากเดิมนิยมซื้อบ้านจัดสรร-ที่ดินเปล่าและจ้างออกแบบบ้าน ก่อนจ้างรับเหมาก่อสร้าง เชื่อบริษัทรับสร้างบ้าน ดึงบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพเสริมการแข่งขัน
นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานกรรมการ บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลอป จำกัด (พีดีเฮ้าส์) เปิดเผยถึง แนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านปี2551ว่า ตลาดจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะบ้านระดับล่าง-กลางอย่างที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคตลาดบนเริ่มต้องการสร้างบ้านราคา 20 -50 ล้านบาท หันมาเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน โดยเลือกปลูกสร้างตามแบบบ้านมาตรฐานของบริษัทที่นิยม สังเกตจากการจัดงานงานรับสร้างบ้าน 2007 ที่ผ่านมา มีลูกค้าปลูกสร้างบ้านหลังละหลายสิบล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผู้ประกอบการรับสร้างบ้านมากขึ้น ประกอบกับบริษัทรับสร้างบ้าน มีการพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างพึงพอใจ จากเดิมกลุ่มลูกค้าบ้านหรูหรือระดับราคาหลายสิบล้าน มักจะนิยมว่าจ้างออกแบบก่อน จากนั้นจึงหาผู้รับเหมามาประมูลงานก่อสร้าง แต่ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านมากขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าผู้ประกอบการที่แข่งขันอยู่ในตลาดรับสร้างบ้าน จะพัฒนารูปแบบการแข่งขันอย่างเป็นระบบและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นตามลำดับ โดยประเมินว่าผู้ประกอบการระดับแนวหน้าหรือ Top 10 จะเน้นฉายภาพตำแหน่งทางการตลาดของตัวเอง เพื่อให้มีความชัดเจนในสายตาของผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการรุกขยายตลาดใหม่ๆ อย่างเช่น ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัด การรับสร้างบ้านให้แก่โครงการบ้านจัดสรร การร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินทำโครงการบ้านจัดสรร เป็นต้น
" ในด้านกลยุทธ์การแข่งขันนั้น คาดว่าจะโดดเด่นมากขึ้น ทั้งในด้านบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพ จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและสร้างกลุ่มลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ของตัวเองในระยะยาว โดยผู้ประกอบการที่ใช้การแข่งขันตัดราคาจะน้อยลง ยกเว้นกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าสู่ตลาดรายใหม่ ยังคงใช้วิธีการตัดราคาเป็นเครื่องมือหลัก เพื่อแข่งขันกับรายเดิมๆในตลาดที่มีแต้มต่อเรื่องความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ " นายสิทธิพรกล่าว
สำหรับแนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2551 แบ่งออกได้ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย1.กลุ่มบ้านระดับบนจะเน้นหรูและแตกต่าง 2.กลุ่มบ้านคุณภาพจะเน้นวัสดุ และฝีมือ ที่ได้มาตรฐานและทันสมัย และ3.กลุ่มบ้านระดับล่าง จะเน้นราคา เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคฉลาดเลือกและฉลาดซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะการจะลงทุนสร้างบ้านถือเป็นเรื่องใหญ่ จึงมีการหาข้อมูลและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจอย่างรอบคอบ โดยข้อมูลใหม่ที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคที่สำคัญคือ การบริการหลังการขายหรือการรับประกันคุณภาพ เพราะทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
นายสุทธิพร กล่าวว่า ทั้งนี้แนวโน้มผู้บริโภคจะหันมาเลือกใช้บริการกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านมากขึ้น แต่การขาดแคลนบุคลากรในวิชาชีพที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะเข้ามาภาคสู่ธุรกิจกำลังกลายเป็นปัญหาใหม่ โดยเฉพาะพนักงานระดับปฏิบัติการ จึงจำเป็นที่จะต้องมองหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้ล่วงหน้า โดยที่ผ่านมาได้บริษัทผลักดันให้ธุรกิจรับสร้างบ้าน เป็นที่รู้จักและยอมรับในภาคการศึกษาในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมากขึ้น เพื่อเชิญชวนเข้ามาทำงานเมื่อจบการศึกษา
นอกจากนี้ในปี 2551 บริษัทฯมีแผนจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สังกัดกรมอาชีวะศึกษา เพื่อเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนนักศึกษาหรือบุคลากร ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน เช่น ช่างเทคนิค ช่างเขียนแบบ พนักงานขายบ้าน ผู้ประเมินราคา และผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อในอนาคตเมื่อนักศึกษาหรือบุคลากรเหล่านี้จบการศึกษา จะสามารถเข้ามาประกอบอาชีพในองค์กรหรือเข้าสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านได้ทันที โครงการนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างเป็นระบบในภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน
|
|
 |
|
|