Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน19 ธันวาคม 2550
บาทบอนด์5หมื่นล้านใกล้คลอด คลังจูบปากธปท.ดูดสภาพคล่อง             
 


   
search resources

Bond




แบงก์ชาติรับสภาพคลังดันบาทบอนด์ 5 หมื่นล้าน ไม่กระทบดอกเบี้ยในประเทศ สบน.เชื่อตลาดยังมีความต้องการเหตุสภาพคล่องในตลาดยังสูง แถมช่วย ธปท.ลดภาระดูดซับสภาพคล่องในตลาดได้ เผยแบงก์ต่างชาติ 10 แห่งรอ รมว.คลังลงนามอนุมัติด้วยใจจดจ่อ

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการ สำนักเงินกู้ตลาดเงินทุนต่างประเทศ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังโดยสบน.ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออนุมัติให้มีการออกพันธบัตรสกุลเงินบาท (บาทบอนด์) โดยสถาบันการเงินต่างประเทศจำนวน 10 แห่งวงเงิน 50,000 ล้านบาทนั้น ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันว่าสมควรให้มีการออกพันธบัตรสกุลเงินบาทในวงเงินดังกล่าวได้

ขั้นตอนการอนุมัติการออกบาทบอนด์อยู่ในระหว่างสบน.เสนอให้นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ลงนามให้ความเห็นชอบก่อนมีผลบังคับใช้ต่อไป โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าการออกบาทบอนด์วงเงิน 50,000 ล้านบาทในครั้งนี้จะไม่ส่งผลให้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มสูงขึ้นมากนัก เนื่องจากในปัจจุบัน ธปท.ก็ยังออกพันธัตรเพื่อดูดซับสภาพคล่องที่มีอยู่ในตลาดเช่นกัน

“วงเงิน 5 หมื่นล้านไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดมากนักและยังน่าจะเป็นส่วนช่วยลดภาระของแบงก์ชาติในการดูดซับสภาพคล่องที่มีอยู่สูงในขณะนี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามสถาบันการเงินต่างชาติทั้ง 10 แห่งที่ขอวงเงินออกบาทบอนด์ในครั้งนี้คงทยอยออกในอัตราที่เหมาะสมเพราะหากออกในภาวะตลาดที่ดอกเบี้ยไม่เอื้ออำนวยก็จะกระทบต้นทุนได้” นายจักรกฤศฏิ์กล่าว

โดยรายชื่อสถาบันการเงินจากต่างประเทศ 10 แห่งที่ยื่นขอออกบาทบอนด์นั้นประกอบไปด้วย ธนาคารโลก(WB) ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย(ADB) SWEDISH EXPORT CREDIT CORPORATION(SEK) NORDIC INVESTMENT BANK(NIB) Deutsche Bank

สถาบันเครดิตเพื่อการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน Kreditanstalt fur Wiederaufbau (KfW) ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น The Japan Bank for International Cooperation (JBIC) CITY GROUP กองทุนเพื่อการพัฒนาทางด้านสิ่งแวดล้อม (Agence Fran?aise de D?veloppement ( AFD) ของฝรั่งเศส และ KBN แห่งเนเธอร์แลนด์

โดยสถาบันการเงินจากต่างประเทศเหล่านี้ได้ยื่นขอออกบาทบอนด์ในวงเงินรายละประมาณ 5,000 ล้านบาท รวมวงเงินโดยประมาณ 50,000 ล้านบาท สำหรับการขอออกพันธบัตรสกุลเงินบาทในครั้งนี้สถาบันการเงินจะนำเงินที่ได้ไปปล่อยกู้ให้กับบริษัทเอกชนที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยและเป็นบริษัทสัญชาติเดียวกันกับสถาบันการเงินแห่งนั้น นอกจากนี้ยังจะนำไปปล่อยกู้เพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภคในประเทศที่อยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ทั้งนี้อายุพันธบัตรจะมีระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

และอีกเหตุผลที่สถาบันการเงินต่างประเทศขออนุญาตออกพันธบัตรสกุลเงินบาทในครั้งนี้เนื่องจากต้องการกระจายความเสี่ยงจากการกระดมทุนนอกเหนือจากตลาดหลักในสหรัฐอเมริกาและประเทศในแถบยุโรปและต้องการพัฒนาตลาดการเงินไทยด้วย ส่วนลูกค้าที่เป็นเป้าหมายของการขายพันธบัตรคือ นักลงทุนประเภทสถาบันทั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนประกันสังคม กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและบริษัทประกันชีวิตบริษัทประกันภัยในประเทศไทย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us