|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
“มาสเตอร์แปลน” มั่นใจปี51 รับสร้างบ้านตลาดบนโตต่อเนื่องรับอานิสงส์การเมืองชัด ลูกค้าเบื่อรอนาน ชี้วัสดุก่อสร้างปรับตัวกว่า 50% พร้อมปรับราคาบ้านตามต้นทุนวัสดุก่อสร้าง เชื่อไม่ส่งผลลูกค้าชะลอการตัดสินใจเหตุ ลูกค้าหลักกำลังซื้อสูง ตั้งเป้าปี51ยอดขาย280ล้าน เติบโตจากปี50กว่า10%
นายอนันต์กร อมรวาที กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ แปลน101 จำกัด ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านระดับบน เปิดเผยถึงตลาดรวมบ้านระดับบนว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านระดับบนมีอัตราการชะลอตัวบ้างเล็กน้อย เนื่องจากผู้บริโภคในตลาดชะลอการตัดสินใจสร้างบ้าน เพราะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวลงจากผลกระทบทางด้านการเมือง ส่งผลให้กลุ่มนักธุรกิจ และเจ้าของกิจการ ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทชะลอการตัดสินใจ เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ด้านการเมืองอีกครั้ง
ถึงกระนั้น ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นมา การตัดสินใจของลูกค้าเริ่มฟื้นตัวมากขึ้น เพราะลูกค้าบางกลุ่มมีการชะลอการตัดสินใจตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปฎิวัติในช่วงปี 2549 ที่ผ่านมา แต่ด้วยระยะเวลาในการรอของลูกค้ายืดออกมานานกว่า2ปี ทำให้ลูกค้าหลัก ไม่ต้องการรอต่อไปอีกจึงมีการตัดสินใจสร้างบ้านกันมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3ของปี50
" หลังจากที่รัฐบาลมีการกำหนดระยะเวลาการเลือกตั้งที่ชัดเจน ทำให้ทิศทางของเศรษฐกิจของประเทศ และการเมืองมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ดังนั้นกลุ่มลูกค้าที่มีการชะรอการตัดสินใจซื้อจึงเริ่มกลับมาตัดสินใจสร้างบ้านมากขึ้น ทำให้ตลาดรับสร้างบ้านรวมมีอัตราการเติบโตสูงกว่าปี49 โดยปัจจุบันตลาดรับสร้างบ้านมีมูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ในส่วนของตลาดบ้านระดับบนมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ประมาณ 20-30% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000- 3,000 ล้านบาท
นายอนันต์กร กล่าวว่า แนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านปี2551 คาดว่าจะยังมีอัตราการเติบโตระดับเดียวกับในปี50 เนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากการปรับตัวของค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ตลาดรับสร้างบ้านระดับบน จะเติบโตเพิ่มจากปี2550 เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีความสามารถในการซื้อสูง และพึ่งพาเงินกู้จากสถาบันการเงินไม่มาก ขณะเดียวกันเมื่อการเมืองและเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติ ลูกค้ากลุ่มนี้จะตัดสินใจสร้างบ้านเร็วขึ้น
“ เชื่อว่าในปีนี้ ตลาดรับร้างบ้านระดับบนจะขยายตัว5-10% เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว เศรษฐกิจหลังการเลือกตั้งนั้นจะกลับมาดีขึ้นกว่าก่อนหน้าการเลือกตั้ง”
ทั้งนี้ในปี 2551 บริษัทมีแผนจะออกแบบบ้านใหม่เพิ่ม10แบบ และปรับราคาการก่อสร้างบ้านขึ้น เพราะราคาวัสดุก่อสร้างได้ปรับขึ้นกว่า 50% เช่น เหล็กที่ปรับราคาขึ้นไป 15% อิฐมวลเบา 10% ส่วนไม้ปรับขึ้น10-15% วัสดุอื่นๆต้องรอดูว่าจะมีการปรับขึ้นเท่าใด
สำหรับแนวโน้มของยอดขายในปี 2551 ทางบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีรายได้เติบโตจากปีนี้10% หรือมียอดขายรวม 280ล้านบาท เทียบกับปี 2550 ที่มีรายได้รวม 250 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี49ซึ่งมีรายได้รวม 150ล้านบาท 50%
“ปัจจัยในการแข่งขันของบ้านระดับบนคือ เรื่องของรูปแบบและดีไซน์ของแบบบ้าน เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพ การออกแบบ ส่วนราคาเป็นเรื่องอันดับรอง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้จะสร้างบ้านเพื่อช่วยยกระดับและเป็นหน้าเป็นตา ให้แก่ลูกค้า มากกว่าการสร้างบ้านเพียงเพื่อใช้อยู่อาศัยแบบกลุ่มตลาดระดับล่าง”
|
|
 |
|
|