Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 ธันวาคม 2550
ชี้การเมืองฉุดอสังหาฯทรุด ไม่มั่นใจหลังเลือกตั้งความสงบเกิด             
 


   
www resources

โฮมเพจ โจนส์ แลง ลาซาลล์

   
search resources

โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย), บจก.
Real Estate




“โจนส์ แลงฯ” ชี้ปี 50 การเมือง-เศรษฐกิจปัจจัยลบฉุดอสังหาฯ วูบ ตลาดสำนักงานกระทบมากสุดอัตราค่าเช่าปรับตัวลงในรอบ 4 ปี ส่วนศูนย์การค้าตามมาติดๆ เหตุผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ปี 51 สุดคาดเดา เหตุไม่มั่นใจว่าหลังเลือกตั้งความวุ่นวายทางการเมืองจะสิ้นสุดลง

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ ในตลอดปี 2550 ที่ผ่านมามีผลประกอบการณ์ที่แตกต่างกันไปตามประเภทของอสังหาริมทรัพย์ โดยปัจจัยหลักที่มีผลต่อตลาดในปีนี้ ประกอบด้วยการอ่อนตัวลงของสภาพเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ดำเนินอยู่ต่อเนื่อง

โดยความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ ชะลอแผนการขยายกิจการ ทำให้ความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานชะลอตัวลงตามไปด้วย โดยเห็นได้จากการที่อัตราการว่างของพื้นที่เช่าเฉลี่ยคงที่ แม้จะไม่มีอาคารใหม่สร้างเสร็จเพิ่มขึ้นมากนักในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี

สำหรับอัตราค่าเช่าเฉลี่ยพื้นที่อาคารเกรดเอในเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (ซีบีดี) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 660 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ณ ต้นปี มาอยู่ที่ 662 บาท ณ เดือนตุลาคม อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับช่วงกลางปีพบว่า ค่าเช่าได้ปรับตัวลดลงจาก 666 บาท ณ เดือนกรกฎาคม ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลงเป็นครั้งแรกหลังจากที่ค่าเช่าปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าของอาคารในการรักษาผู้เช่ารายปัจจุบันเอาไว้และแข่งขันกับตึกอื่นๆ ในการดึงดูดผู้เช่ารายใหม่ และเชื่อว่าจะมีแรงกดดันมากขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานยังคงขยายตัวในระดับต่ำ ประกอบกับจะมีซัพพลายใหม่ๆ สร้างเสร็จเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2551

ส่วนตลาดศูนย์การค้าในปีนี้ อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง การที่มีศูนย์การค้าเปิดใหม่ในตลอดปีที่ผ่านมา ทำให้อัตราการว่างของพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าโดยเฉลี่ยยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 10% เศษ ในขณะที่ศูนย์การค้าเกรดเอในทำเลชั้นดีมีพื้นที่ว่างเหลือเช่าไม่ถึง 10% ความต้องการพื้นที่เช่าใหม่ๆ ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจฟิตเนส ธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพและความงาม

อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้พื้นที่ขยายตัวในระดับต่ำ เนื่องจากบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยไม่คึกคัก ทำให้การแข่งขันระหว่างศูนย์การค้าในการดึงดูดผู้ประกอบการให้เข้ามาเช่าพื้นที่การค้าจึงเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลเชิงลบต่ออัตราค่าเช่า โดย ค่าเช่าเฉลี่ยสำหรับพื้นที่บริเวณชั้นล่างของศูนย์การค้าในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในปรับตัวลดลงจากตารางเมตรละ1,941 บาทต่อเดือน ณ ต้นปี ลงมาอยู่ที่ระดับ 1,857 บาท ณ สิ้นไตรมาส 3

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมยังคงเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่คึกคักมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเภทอื่นๆ การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินได้เปิดพื้นที่ใหม่ๆ สำหรับการพัฒนาคอนโดมิเนียมนอกเขตกรุงเทพฯ ชั้นในเพิ่มมากขึ้น โครงการที่เปิดตัวในทำเลเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นโครงการระดับราคาปานกลาง เน้นจุดขายการมีที่ตั้งโครงการอยู่ในระยะที่เดินถึงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินได้ โดยหลายโครงการสามารถทำยอดขายได้ 100% ภายในระยะเวลาไม่นาน ราคาเสนอขายสำหรับโครงการในย่านรัชดาภิเษกและพหลโยธินตอนต้น อยู่ระหว่างประมาณ 55,000 - 75,000 บาทต่อตารางเมตร

ส่วนในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการระดับไฮเอ็นด์ส่วนใหญ่ พบว่าการขยายตัวของซัพพลายเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากที่ดินมีจำกัด โครงการที่สร้างเสร็จแล้วมียอดขยายเฉลี่ยเกือบ 100% ในขณะที่โครงการเปิดใหม่มียอดขายเฉลี่ยสูงถึง 80% และมีราคาขายเฉลี่ย 120,000-160,000 บาทต่อตารางเมตร

นางสุพินท์ กล่าวต่อว่า โดยรวมๆ แล้ว สภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ ในปีนี้ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าที่หลายๆ ฝ่ายอาจคาดไว้ แม้เศรษฐกิจของไทยจะมีภาวะที่ไม่ค่อยดีนัก จากวิกฤตการณ์ราคาเชื้อเพลิง ความผันผวนทางการเมืองที่ดำเนินอยู่ต่อเนื่อง รวมถึงความกังวลเกี่ยวผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ยังไม่นับว่ารุนแรงมากนัก เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานเดิมในตลาดมีความแข็งแกร่ง

“การคาดเดาแนวโน้มตลาดอสังหาฯปี 2551 ยังเป็นเรื่องยาก เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองยังมีอยู่สูง และยังไม่มีใครสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า ความวุ่นวายทางการเมืองจะสิ้นสุดลงหรือไม่ หลังมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง” นางสุพินท์กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us