|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
CSR หรือ Corporate Social Responsibility กำลังเป็นประเด็นที่องค์กรทันสมัยให้ความสำคัญชนิดเพราะเป็นกระสที่กำลังมาแรงที่สุดในยุคนี้ บริษัท สยามพิวรรธน์ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ - สยามดิสคัฟเวอรี่ ออกมาประกาศปักธงถึงแนวทางการเข้าไปมีบทบาทใน CSR หรือการทำงานเพื่อสังคมในปีพ.ศ. 2551 อย่างชัดเจน เพื่อสานต่อจากงานเดิมให้เกิดความยั่งยืน และยังเตรียมที่จะคลอดแผนการทำงานในต้นเดือนมกราคมปีหน้า
ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวถึงแนวการทำงานเพื่อสังคมที่บริษัทจะรุกมากขึ้นในปี พ.ศ. 2551 ว่า จะเป็นการทำงานภายใต้แนวคิด "The Art Of Recycle" ซึ่งจะเป็นการทำงานภายในด้วยการปรับเปลี่ยนบรรยากาศภายในศูนย์การค้าเพื่อสร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยจัดเตรียมงบประมาณสำหรับเรื่องนี้ประมาณ 20 ล้านบาท
บริษัทฯ ต้องการให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการเกิดแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านหรือปรับเปลี่ยนความคิดให้ใส่ใจกับเรื่องของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เมื่อลูกค้ามาเห็นการจัดการสิ่งเหลือใช้ที่นำมาดัดแปลงเป็นการประดับตกแต่งในศูนย์การค้า ทำให้ลูกค้าอาจจะนำสิ่งเหลือใช้ที่มีอยู่แล้วในบ้านมาปรับใช้ใหม่เพื่อเป็นการลดขยะ
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงานมากกว่า 4 ปีแล้ว ด้วยการให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการในอาคารสำนักงาน ตระหนักในการมีส่วนร่วมลดพลังงานและปรับปรุงมาตรฐานประสิทธิภาพเพื่อลดการสิ้นเปลืองที่เสียไปจากการใช้งาน ที่ผ่านมา การลดการใช้พลังงานภายในบริษัทมีการตั้งเป้าในการลดปีละ 7-10% ซึ่งผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ
ตัวอย่างเช่น กำหนดเวลาปิด-เปิดระบบปรับอากาศให้สั้นลง และปรับอุณหภูมิให้อยู่ที่ 25 องศา รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์รีไซเคิลมาใช้ตกแต่งภายในศูนย์การค้า
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสร้างกระแสการรณรงค์สิ่งแวดล้อมไปยังกลุ่มลูกค้าของศูนย์การค้า ด้วยการจับมือกับดีไซเนอร์ชั้นนำ 5 แบรนด์ดังในสยามเซ็นเตอร์ ได้แก่ 27 Friday , Greyhound Original , Good Mixer , Senada และ Theatre ร่วมโครงการ Green Is Hip โดยร่วมใจกันสร้างสรรค์คอลเลคชั่นพิเศษ ดีไซน์เสื้อ T-Shirt
ในปีพ.ศ. 2551 บริษัทฯ เตรียมที่จะแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเพื่อเป็นที่ปรึกษาในการสร้างสรรค์ส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิล และการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การประกวดออกแบบและประดิษฐ์ผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ อาทิ กระดาษ ขวด และพลาสติก เป็นต้น เพื่อปลุกจิตสำนึกในการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง การสร้างจินตนาการให้กับเยาวชน
"การทำ CSR เราพยายามทำงานภายใต้คอนเซ็ปต์ที่มีคุณค่าต่อสังคม เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ไม่ๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่เหมาะสมสอดรับกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ให้ความสนใจในเรื่องความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้ว"
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมกับชุมชนโดยรอบมาตลอด 48 ปี ที่ก่อตั้งศูนย์การค้าขึ้นมา เนื่องจากผู้บริหารมีวิสัยทัศน์มาโดยตลอดในการสร้างชุมชนในเขตปทุมวันให้มีความสุข ทั้งในการสนับสนุนด้านงบประมาณในการทำกิจกรรมร่วมกับภาครัฐและเข้าไปช่วยเหลือบูรณะ วัดปทุมวนาราม ตลอดจนสร้างห้องสมุดให้กับโรงเรียนเพื่อสร้างแหล่งความรู้ให้ชุมชน
อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าจะเป็นการดำเนินการเชิงรุก ซึ่งเตรียมที่จะร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้กระบวนการทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อมได้รับความนิยมอย่างมากต่างจากเดิมที่ต้องทำงานเพื่อสังคมเพียงลำพัง ซึ่งขณะนี้ ได้จัดเตรียมแผนการทำงานในปีหน้าเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว และพร้อมที่จะบอกให้สาธารณชนรับรู้ในเดือนมกราคม 2551
"จากประสบการณ์การทำงานเพื่อสังคมที่ผ่านมา เราพบว่ากิจกรรมเดิมที่ทำร่วมกับพันธมิตร เช่น มูลนิธิเพื่อการกุศลต่างๆ ย่อมจะได้รับผลสำเร็จที่ยั่งยืนมากกว่าการทำคนเดียว"
ชฎาทิพ กล่าวถึงความท้าทายต่อไปว่า CSR ซึ่งเป็นในส่วนของระบบการจัดการภายในองค์กร คงจะไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ประสบความสำเร็จเพราะทุกคนถูกหล่อมหลอมทางความคิดในการดูแลสิ่งแวดล้อมอยู่ทุกวัน ดังนั้น เมื่อสิ่งแวดล้อมภายในการทำงานเป็นตัวกระตุ้น พฤติกรรมของคนภายในย่อมเปลี่ยนได้ง่าย แต่สิ่งที่ยากคือ การทำกิจกรรมร่วมกับสังคมภายนอกเพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นการทำงานที่เปลี่ยนพฤติกรรมคนในวงกว้าง ซึ่งเป็นความท้าทายที่มุ่งหวังจะให้เกิดผลสำเร็จ
|
|
 |
|
|