|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บิ๊กบล.เผยเหตุดีลการควบรวมกิจการโบรกเกอร์รองรับการเปิดเสรีค่าคอมมิชชันไม่จบ ระบุตกลงเรื่องราคาใบอนุญาตไม่ลงตัว ขณะที่ยังห่วงเรื่องการย้ายงานของมาร์เกตติ้งหลังสมาชิกโบรกเกอร์ลงมติการควบรวมกิจการหากเกิดขึ้นให้มาร์เกตติ้งย้ายงานได้โดยอิสระ ระบุการแข่งขันในเรื่องราคาทำได้ยาก ชูเพิ่มสินค้าเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุน
นายสุชาย สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกระแสข่าวการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งในช่วงที่ผ่านมาว่า บริษัทหลักทรัพย์ขนาดเล็กจำนวนที่มีการหารือกับบริษัทหลักทรัพย์ขนาดกลางรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ขนาดใหญ่เกี่ยวกับโอกาสในการควบรวมกิจการเพื่อรองรับการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิสชั่น) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่แม้ว่าจะการเข้าหารือของบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับการควบรวมเนื่องจากการตกลงในเรื่องราคาใบอนุญาตประกอบธุรกิจ (ไล่เซนต์) ยังไม่ได้ข้อยุติเพราะหลังการควบรวมกิจการใบไล่เซนต์ที่เหลือหากต้องขายให้กับผู้ที่สนใจก็จะได้ราคาที่ไม่สูงเนื่องจากพอเปิดเสรีในเรื่องดังกล่าวค่าใบไล่เซนต์ก็จะลดลงค่อนข้างมาก
นอกจากนี้ ประเด็นในเรื่องการถือหุ้นว่ารูปแบบจาการถือหุ้นจะเป็นอย่างไร ฝ่ายใดจะเข้ามาถือหุ้นฝ่ายใดในสัดส่วนเท่าไหร่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ รวมถึงข้อตกลงของสมาชิกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์เกี่ยวกับการให้อิสระเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เกตติ้ง) ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ควบรวมกิจการสามารถย้ายไปทำงานกับบริษัทหลักทรัพย์อื่นๆได้โดยไม่ต้องติดล็อคใบอนุญาต เรื่องดังกล่าวค่อนข้างสร้างความกังวลต่อบริษัทที่จะควบรวมกิจการเนื่องจากหลังการควบรวมหากตกลงกันไม่ชัดเจนอาจจะได้เพียงสินทรัพย์ต่างๆของอีกบริษัทแต่ไม่ได้ตัวมาร์เกตติ้งซึ่งถือว่าไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับบริษัทนั้นๆ
"ยังจบค่อนข้างยากเรื่องการควบรวมกิจการของโบรกฯแม้ว่าเท่าที่รู้จะมีพูดคุยกับระหว่างโบรกฯหลายแห่งมาก โดยสิ่งที่ค่อนข้างเป็นห่วงตอนนี้คือข้อตกลงของสมาชิกที่ให้อิสระแก่มาร์เกตติ้งในการย้ายงานไปทำงานที่อื่นได้โดยสมัครใจเพราะอาจจะทำให้หลังการควบรวมบริษัทได้เพียงอุปกรณ์ สินทรัพย์ แต่ไม่ได้ตัวมาร์เกตติ้งซึ่งเป็นตัวเพิ่มมาร์เกตแชร์"นายสุชายกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตบริษัทหลักทรัพย์ที่จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ควรจะต้องมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์) ในระดับที่สูงกว่า 3% เพราะแม้ว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันในระดับหมื่นกว่าล้านบาทเหมือนในปัจจุบันก็น่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวมากนักแต่หากมีมาร์เกตแชร์ไม่มากจะแข่งขันกับบริษัทหลักทรัพย์ที่ต้นทุนในการดำเนินการที่ต่ำกว่ายาก
นายสุชาย กล่าวอีกว่า การแข่งขันในเรื่องราคาหลังการเปิดเสรีคงทำได้ยาก เพราะบริษัทก็มีต้นทุนในการบริหารงานที่ใกล้เคียงกันการหั่นราคาจะส่งผลกระทบรายได้และกำไรของบริษัท การปรับตัวในเรื่องการสร้างความชัดเจนของบริษัทให้เกิดขึ้นในสายตานักลงทุนเป็นเรื่องที่ทุกบริษัทจะต้องเร่งจัดการ บริษัทจึงเน้นการเพิ่มสินค้าที่มีไว้เสนอให้บริการกับนักลงทุนในหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของนักลงทุนแต่ละราย
"การเพิ่มสินค้าและหาผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นโจทย์ใหม่ของโบรกฯ เรามีการปรับตัวในเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว เรามีสินค้าที่หลากหลายจึงไม่น่าจะมีปัญหาเมื่อมีการเปิดเสรี"นายสุชายกล่าว
|
|
 |
|
|