บอร์ดสหวิริยาสตีลอินดัสตรี อนุมัติทุ่ม 1,200 ล้านบาท ซื้อหุ้นเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย เพิ่มเติมจากรายย่อย 10.86% หวังเข้าถือหุ้นเกินกว่า 50% เพื่อกุมอำนาจบริหารเบ็ดเสร็จ หลังซื้อจากสองผู้ถือหุ้นใหญ่สองราย หวังเพิ่มศักยภาพและเอื้อประโยชน์การดำเนินธุรกิจกิจ
นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI ผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรีดร้อนในแถบถูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2550 เมื่อวันทื่ 3 ธันวาคม 2550 มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ปรับแผนการลงทุนเพิ่มเติมในบริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCRSS
โดยในระหว่างการเจรจาซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นใหญ่ชาวญี่ปุ่นของ บมจ. เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย 2 ราย คือ บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทฯ ได้เจรจากับผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ ของ เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย ซึ่งถือหุ้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10.86 % เพื่อขอซื้อหุ้นทั้งหมด คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้นไม่เกิน 1,200 ล้านบาท โดยใช้เงินทุนจากการกู้ยืมสถาบันการเงิน
" เพื่อให้การควบคุมการบริหารงานและการดำเนินงานของ เหล็กแผ่นรีดเย็นไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพบริษัทต้องมีสัดส่วนการถือหุ้นเกิน 50% จึงได้รวบรวมหุ้นเพิ่มเติมโดยซื้อจากผู้ถือหุ้นรายย่อย ในราคาเดียวกันกับผู้ถือหุ้นชาวญี่ปุ่นโดยคิดเป็นราคาซื้อขาย 9.78 บาทต่อหุ้น (คำนวณจากสูตรเดียวกัน ณ อัตราแลกเปลี่ยนเท่ากับ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) และดำเนินการซื้อหุ้นเพิ่มจากผู้ถือหุ้นรายย่อยจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ " นายวินกล่าว
ทั้งนี้ การซื้อหุ้นดังกล่าว เป็นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อ 26 มิถุนายน 2550 ที่อนุมัติให้บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้น เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จากผู้ถือหุ้นใหญ่ ชาวญี่ปุ่นสองราย จำนวน 335,790,500 หุ้น ในวงเงินไม่เกิน 3,500 ล้านบาท
ประกอบด้วย บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จำกัด 171,253,160 หุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 109,408,010 หุ้น และหุ้นบุริมสิทธิ 61,845,150 หุ้น และบริษัท มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด 164,537,340 หุ้น แบ่งเป็น หุ้นสามัญ 105,117,500 หุ้น และหุ้นบุริมสิทธิ 59,419,840 หุ้น
พร้อมทั้งอนุมัติให้บริษัทฯ จัดหาหลักประกันสินเชื่อและร่วมรับผิดชอบใน ภาระหนี้สินของ TCRSS ตามสัดส่วนที่บริษัทฯ เข้าถือหุ้น TCRSS ดังกล่าว
จากการซื้อหุ้นดังกล่าว จะส่งผลให้ SSI เข้าถือหุ้นใน TCRSS จากเดิมที่ถืออยู่ 8.77% เพิ่มเป็น 40.14% จากการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมด 335,790,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 31.37% แบ่งเป็นการซื้อในรูปหุ้นสามัญ (ที่เกิดจากการแปลงสภาพหุ้นบุริมสิทธิ) 214,525,510 หุ้นและซื้อในรูปหุ้นบุริมสิทธิ 121,264,990 หุ้น
การซื้อหุ้นครั้งนี้ SSI ได้รับ Credit Facilities จากสถาบันการเงินในประเทศ ประมาณ 3,500 ล้านบาท โดยบริษัทฯตกลงที่จะชำระคืนเงินต้นให้แก่สถาบันการเงิน ในลักษณะ 2 งวดในรอบ 1 ปี รวมเป็นจำนวน 12 งวด โดยบริษัทฯ จะชำระคืนเงินต้นงวดแรกในช่วง 12 เดือนหลังจาก เบิกเงินกู้ครั้งแรก และการจ่ายชำระคืนเงินต้นดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายใน 7 ปีหลังจากการเบิกเงินกู้ครั้งแรกดังกล่าว
บริษัทฯเชื่อมั่นว่า การลงทุนในครั้งนี้เป็นการมุ่งเน้นให้เห็นถึง การเป็นผู้ผลิตเหล็กทรงแบนที่มีขบวนการผลิตต่อเนื่องในแนวดิ่งจากขั้นกลางน้ำถึงขั้นปลายน้ำอย่างครบวงจร ในประเทศไทย โดยที่บริษัทฯ สามารถก่อให้เกิดความได้เปรียบที่เหนือกว่าผู้ประกอบเหล็กรีดร้อนรายอื่นๆ ในประเทศ เพราะ จะมีแหล่งการกระจายสินค้าของเหล็กรีดร้อนที่มีคุณภาพสูง เพื่อนำไปใช้ในการผลิตเหล็กรีดเย็น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ การบริหารจัดการสินค้าคงคลังของบริษัทฯ ในระยะยาว
สำหรับ บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) (TCRSS) ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นชาวไทย นำโดยกลุ่มบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (SSI) และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กชั้นนำของญี่ปุ่นดังกล่าว
อนึ่ง ผลการดำเนินงานงวดปี 49 พบว่ามีรายได้รวม 15,640 ล้านบาท มีต้นทุนขาย 14,440 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้น 1,200 ล้านบาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 369 ล้านบาท มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ 973 ล้านบาท และEBITDA 1,642 ล้านบาท โดยมีมูลค่าหุ้นตามบัญชี 8.15 บาทต่อหุ้น
|