Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน29 พฤศจิกายน 2550
เคเอฟซีจ่อขึ้นราคาปี51เพิ่มรายได้ชดเชยต้นทุน             
 


   
www resources

โฮมเพจ KFC

   
search resources

ยัม เรสเทอรองต์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บจก.
Fastfood
KFC




เคเอฟซี จ่อคิวปรับราคาปีหน้านี้ หลังกัดฟันแบกรับภาระต้นทุนแป้ง น้ำมันพืชพุ่งไม่ไหว โอดสมรสุมเศรษฐกิจพ่นพิษ คนไทยกินอาหารฟาสต์ฟูดลดลง ผลประกอบการปีนี้ต่ำกว่าเป้าหมายโต 20% ประกาศแผนปีนี้ทุ่มงบ 500 ล้านบาท ลุยขยายสาขา 27 แห่ง อัดฉีดงบการตลาด 300 ล้านบาท สู้ศึกกระแสสุขภาพมาแรง ส่งเมนูใหม่ "ไก่กรอบการ์ลิค"กระตุ้นยอด 20% โค้งสุดท้าย

นางแววคนีย์ อัสโสรัตน์กุล ผู้ อำนวยการฝ่ายการตลาด - เคเอฟซี บริษัท ยัม เรสเตอรองสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของธุรกิจอาหารบริการด่วน เคเอฟซี เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทฯ มีแผนที่จะปรับราคาสินค้าขึ้น เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตมีแนวโน้มราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งน้ำมันพืช และแป้ง นอกจากนี้บริษัทยังต้องเพิ่มความถี่ในการออกเมนูใหม่ให้มากขึ้น โดยในปีนี้เปิดตัวใหม่ไป 9 เมนู คาดว่าปีหน้าจะเพิ่ม เป็น 12 เมนู ซึ่งจะเน้นประเภทอาหารรับประทานเล่น เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น เป็นหลัก

พร้อมกันนี้ ในปี 2551 บริษัทได้ทุ่มงบ 500 ล้านบาท เพื่อขยายสาขา 27 แห่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น ในเขตกรุงเทพฯ 50% และต่างจังหวัด 50 % โดยปัจจุบันเคเอฟซีมีทั้งหมด 314 แห่ง ส่วนงบการตลาดไว้ที่ 300 ล้านบาท ผ่านการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างครบวงจร ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ และกระตุ้นความถี่ในการรับประทานมากขึ้น อีกทั้ง บริษัทยังมุ่งเน้นทำบัคเก็ตอย่างต่อเนื่อง เพราะมีกลุ่มคนที่ชอบสะสม โดยคาดว่าจะทำบัคเก็ต 4 ครั้งต่อปี

ล่าสุดได้ทุ่มงบ 20 ล้านบาท เปิดตัวเมนู ใหม่ "ไก่กรอบการ์ลิค" ไก่กรอบนอก นุ่มใน รสกระเทียมพริกไทย เพื่อต้อนรับเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปลายปีนี้ โดยเมนูใหม่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ จนถึง 3 มกราคม 2551 ทั้งนี้ จากการเปิดตัวเมนูใหม่คาดว่าจะกระตุ้นยอดขายให้มีอัตราการเติบโต 20% เนื่องจากมั่นใจว่าลูกค้าจะหันมาทดลองเมนูใหม่ถึง 50% ส่วนอีก 50% ทดลองเมนูเก่า อย่างไรก็ตามจากในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ซึ่งนับว่าฤดูกาลขายสินค้าคาดว่ายอดขายของเคเอฟซีจะมีอัตราการเติบโต 10%

นางแววคนีย์ กล่าวว่า ผลพวงจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่หดตัวลง และปัญหาการเมือง ตลอดจนราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังการซื้อของผู้บริโภคลดลง และมีพฤติกรรมระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ดังนั้นผลประกอบการของเคเอฟซีในปีนี้จึงมีอัตราการเติบโตเพียง 20% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโต 30% อย่างไรก็ตามแม้ว่ายอดขายจะต่ำกว่าเป้าหมาย แต่เคเอฟซียังคงเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจ อาหารบริการด่วน ที่มีมูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาท ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 50%

ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยใน 1 ปี เคเอ ฟซีสามารถมียอดขายประมาณ 60 ล้านชิ้น โดยไก่กรอบจะมียอดขายมากที่สุด คือ 70% ตามด้วยไก่นุ่ม 30% ส่วนการใช้จ่ายเฉลี่ยของลูกค้าอยู่ที่ 70 บาทต่อคนต่อครั้ง เติบโตจากปีที่ผ่านมา 10% ซึ่งลูกค้าหลักของเคเอฟซีจะเป็นกลุ่มครอบครัว 60% คนทำงาน 20% และวัยรุ่น 20% ในขณะที่ยอดขายจากลูกค้าที่ทานในร้านยังคงมากกว่า กลุ่มลูกค้าดิลิเวอรี่ หรือกลุ่มที่ซื้อกลับไปทานที่บ้าน ที่มีสัดส่วน เพียง 10% ของยอดขายทั้งหมด

อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มลูกค้าดิลิเวอรี่นั้น ยังมีแนวโน้มการเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด ที่เชื่อว่าความต้องการยังมีอยู่ เพียงแต่ว่าพฤติกรรมของลูกค้าในขณะนี้ ยังไม่กล้าที่จะโทรสั่งซื้ออาหารฟาสต์ฟูดมารับประทานที่บ้านมากกว่า ดังนั้นเคเอฟซีจึงต้องดำเนินการตลาดในเชิงรุกมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้า กลุ่มลูกค้าดิลิเวอรี่ในตลาดต่างจังหวัดจะมีอัตราการเติบโต 15-20%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us