Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2535








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2535
"แปซิฟิคปรับตัวใหม่หลังช่อง 5 ไม่ต่อสัญญา"             
 


   
search resources

สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5
แปซิฟิคคอมมิวนิเคชั่น
นิคม ผลลูกอินทร์
TV




ความฝันของแปซิฟิคคอมมิวนิเคชั่น เริ่มสลายลงอีกครั้งเมื่อสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ประกาศออกมาอย่างแจ่มชัดว่าต่อแต่นี้ไปจะสร้างภาพพจน์ของสถานีในการผลิตข่าว การอ่านข่าวและขายเวลาโฆษณาด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งลมหายใจจากอีเอ็มนิวส์บริษัทในเครือแปซิฟิคคอมมิวนิเคชั่นอีกต่อไป

การประกาศตัวเช่นนี้มีผลทำให้ สมเกียรติ อ่อนวิมลกุนซือ แปซิฟิคต้องกลับมานั่งพิจารณาถึง ทิศทางขององค์กรแฟซิฟิคอีกครั้งหลังปรับตัวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปลายปี 34 หลังจากได้เข้าไปทำรายการข่าวทางสถานีวิทยุจส.100

หรือพูดง่ายๆ ก็คือในช่วงที่ยุคทหารกำลังเป็นกระเบื้องเฟื่องฟูลอยก็พลอยทำให้แปซิฟิครุ่งเรืองตามบทบาทของทหารไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้คนในวงกว้างต่างก็รู้ว่า แปซิฟิคอิงเส้นทหารสร้างรายได้ ให้กับองค์กรของตนเองมานาน แม้สมเกียรติเองก็ยังเคยกล่าวรับอย่างภาคภูมิใจว่า

"จะแปลกอะไรที่เราจะยึดถือหรือทดแทนบุญคุณให้กับบุคคลที่ทำให้องค์กรของตนเองอยู่มาได้ในเมื่อเราต้องเจ็บปวดมาแล้ว กับการถูกหักหลังของเอกชนรายอื่นๆ เมื่อทหารทำให้เราโตได้ ก็ต้องเข้าข้างกันเป็นธรรมดา"

นี่คือจุดยืนที่แปซิฟิคประกาศให้เห็น อย่างโจ่งแจ้ง !!!

การทดแทนบุญคุณของแปซิฟิคที่เห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติ ทางการเมืองโดยการเข้าข้างทหารนั้นทำให้ภาพพจน์ของแปซิฟิคเริ่มตกต่ำและเป็นที่ผิดหวังของประชาชนอย่างหนัก ทั้งนี้เพราะสมเกียติ ซึ่งเป็นภาพตัวแทนขององค์กรเคยได้ชื่อว่า เป็นนักปฏิวัติวงการข่าวให้มีบทบาทเป็นที่ยอมรับของผู้ชมทีวีเมืองไทยสะสมอย่างต่อเนื่องกินเวลามาถึง 8 ปีเต็มแต่ต้องล่มสลายภายในเวลาไม่กี่นาที

เมื่อปลายปี 34 สมเกียรติได้ตั้งความหวังไว้ว่าจะพาองค์กรของตนเองให้เจริญรุ่งเรืองไปในด้านการผลิตข่าวสาร ที่ตนเองมิได้อยู่ในสถานะของผู้ถูกว่าจ้างให้ผลิตรายการข่าวป้อนให้เหมือนเช่นปัจจุบันอีกต่อไปความผันของเขาก็คือ จะเข้าไปประมูลเป็นเจ้าของเวลาทำรายการเองหรือเป็นเจ้าของสถานีเสียเลยหากมีโอกาสทำได้

ความแน่นอนอยู่บนความไม่แน่นอนและความไม่แน่นอนคือความแน่นอน นั่นคือความจริงของคติพจน์โบราณที่ยังคงเป็นความทันสมัยในปัจจุบัน อย่างน้อยแปซิฟิคก็ประสบด้วยตนเองมาตลอดโดย เริ่มตั้งแต่เข้าไปประมูลเวลารายการข่าวช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ระยะเวลาของสัญญาการทำรายการ คือ 4 ปีแต่หลังจากแปซิฟิคทำได้เพียง 3 ปีก็ถูกยกเลิกสัญญาก่อนหมดวาระ

ขณะนั้นแปซิฟิคกำลังเนื้อหอมเพราะเป็นช่วงเวลาที่สมเกียรติและแปซิฟิคได้สร้างชื่อเสียงให้โด่งดังขึ้นมาในเวลารวดเร็ว ในเรื่องของการปฏิวัติรายการข่าวให้ประชาชนสนใจบริโภคข่าวสารกันจนติดเป็นนิสัย เรทติ้งคนดูรายการข่าวพุ่งสุดโต่งทีวีช่องอื่นๆ ต้องขยับปรับปรุงรายการข่าวของตนเองตาม

เมื่อแปซิฟิคหลุดจากช่อง 9 อ.ส.ม.ท.มาใหม่ๆ ช่อง 7 สีก็อ้าแขนรับทันทีด้วยเหตุผลทางธุรกิจคือต้องการดึงเรทติ้งคนดูให้ตามมาที่ช่อง 7 สีรายได้จากการขายโฆษณาก็จะตามมาด้วยที่นี่ระยะเวฃาของสัญญาในการว่าจ้างแปซิฟิคผลิตรายการข่าวให้ในช่วงนั้น ไม่เป็นที่แจ้งชัดว่ามีกำหนดกี่ปีเวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่ถึงปี แปซิฟิคก็ต้องยุติ และอำลาช่องนี้ไปอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลส่วนตัวของผู้ยิ่งใหญ่ช่อง 7 สีคือสมเกียรติไปแตะต้องผู้ใหญ่ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลที่เขานับถือ

และแล้วก็มาถึงช่อง 5 ซึ่งเป็นช่องสุดท้ายที่แปซิฟิคได้เข้ามาทำรายการผลิตข่าวให้ด้วยความช่วยเหลือจากพลเอกชวลิต ยงใจยุทธซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ที่นี่ทำสัญญากับแปซิฟิคเป็นเวลา 3 ปีหากครบอายุสัญญาจะทำการต่อสัญญาเป็นปีต่อปี

สมเกียรติกล่าวว่า "ตอนที่มาอยู่ช่อง 5 ข่าวเขาสู้ใครไม่ได้จึงทำสัญญากับเรายาวแต่เมื่อหมดสัญญาก็เป็นการต่อสัญญาปีต่อปี เราทำให้เขามา 4 ปี"

สัญญาณเตือนภัยให้แปซิฟิครู้ว่าอนาคตของเขาจะไม่ยืนยาวอีกต่อไปก็คือ เมื่อช่วงปลายปีที่ 3 พนักงานของช่อง 5 เริ่มมีทีท่าไม่พอใจต่อการต่อสัญญาเพราะช่อง 5 ต้องการผลิตงานข่าวเอง เพื่อเป็นหน้าตาและศักดิศรีของสถานีเช่นเดียวกับนโยบายของสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นช่อง 3, ช่อง 7 หรือช่อง 9 แม้กระทั่งช่อง 11 ก็ตามที ณวันนี้ทุกช่องต่างก็ผลิตข่าวด้วยตนเองทั้งสิ้น

ดังนั้นในช่วงปีที่ 4 ที่แปซิฟิคได้ต่อสัญญานั้นแปซิฟิคทำได้แต่เพียงอ่านข่าว ขายเวลาโฆษณา และทำข่างบางชิ้นที่ช่อง 5 เสนอมาให้ทำเท่านั้น นอกนั้นบทบาทของการทำข่าวอยู่ที่พนักงานประจำของช่อง 5 ทั้งสิ้น

เดือนธันวาคมเป็นเดือนสุดท้ายที่แปซิฟิคจะต้องอำลาช่อง 5 ไปพร้อมกับบทเรียนมากมายที่แปซิฟิคได้รับ

จุดยืนการเป็นบริษัทอนุรักษ์นิยมที่ผูกมัดตนเอง กับสัญญาว่าจ้างผลิตรายการข่าวให้กับช่องใดช่องหนึ่งเพียงช่องเดียวที่แปซิฟิคยึดถือมาโดยตลอกนั้นมีอันต้องเปลี่ยนไป

สมเกียรติกล่าวว่านโยบายนี้ต้องปรับใหม่เราต้องการพลิกโฉมหน้าเป็นบริษัทใหม่ที่พร้อมจะป้อนรายการให้กับสถานีโทรทัศน์ทุกช่องที่ต้องการ

หมายความว่า ทิศทางต่อไปของแปซิฟิคจะถอนรากแนวคิดที่มุ่งมั่นจะเอาดีแต่สายงานผลิตข่าวเพียงอย่างเดียว ทรัพยากรของแปซิฟิคจะถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่เป็นแต่เพียงพี่เลี้ยงประคองสายงานข่าวให้พัฒนาไปเท่านั้น

"เราจะต้องกระจายขอบเขตงานของบริษัทให้หลายหลายยิ่งขึ้นไม่ยึดติดกับรายการข่าวถ้าไม่มีโอกาสทำต่อ แต่เราจะใช้ผลพวงจากความชำนาญของทีมงานด้านข่าวให้เป็นประโยชน์"

คำกล่าวของสมเกียรติหมายถึงแปซิฟิคจะเริ่มปรับทิศทางขององค์กรให้เข้าสู่

1.การทำสารคดีให้เป็นธุรกิจมากยิ่งขึ้นหมายความว่าการผลิตสารคดีของแปซิฟิคนับจากนี้ ต่อไปจะเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับองค์กรมากยิ่งขึ้นจากเดิมที่มุ่งผลิตรายการข่าว เพื่อสร้างรายได้ป้อนองค์กร ซึ่งการสร้างรายได้จากการทำสารคดีก็คือจะมีการทำเทปวีดีโอออกวางตลาดซึ่งผ่านมาพบว่ารายการสารคดีโลกสลับสี ซึ่งร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์สามารถขายได้ถึง 10 ล้านบาท

ผลงานด้านสารคดีซึ่งเป็นจุดเด่นของแปซิฟิคกำลังทำชื่อเสียงให้กับแปซิฟิคโดดเด่นเป็นพิเศษ ในระยะหลังเป็นงานอีกแขนงหนึ่ง ที่จะขยายมากขึ้นรวมทั้งมุ่งทางด้านสารคดีต่างประเทศซึ่งยังมีอีกนับ 100 เรื่องที่ยังไม่ได้ออกอากาศ

2. รายการวิทยุโดยการเข้าไปหาคลื่นใหม่โดยการวางนโยบายที่จะทำเป็นรายการข่าวป้อนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งรายการวิทยุนี้สมเกียรติกำลังเล็งเป้าไปที่สถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท.ซึ่งมีทั้งหมด 19 สถานี (รวมทั้งต่างจังหวัด)

3. จะทำรายการป้อนสถานีต่างๆ นโยบายเก่าๆ ที่ผ่านมาคือผลิตรายการให้ช่องใดช่องเดียวจะล้มเลิกโดยเด็ดขาด โดยรายการที่จะปอ้นให้เข้ากับช่องต่างๆ ซึ่งเข้าไปทำได้โดยการเหมาเวลานั้นจะมุ่งเน้นไปที่การผลิตรายการในรูปแบบของวาไรตี้คล้ายๆ กับรายการที่นี่กรุงเทพฯ นั่นเอง

4. จะทำข่าวเจาะเป็นพิเศษเพื่อเสนอรายการโดยเหมาเวลาสถานีที่วางแผนไว้คือช่อง 9 และช่อง 11

แปซิฟิคเคยเจ็บปวดกับการยกเลิกสัญญาการจ้างผลิตข่าวมานับครั้งไม่ถ้วนปรับระบบใหม่ก็หลายครั้ง แต่การปรับแต่ละครั้งก็ยังคงยืนอยู่บนอุดมการณ์ของการสร้างข่าวให้เป็นรายได้หลักขององค์กรการปรับทิศทาง ครั้งล่าสุดนี้แปซิฟิคเริ่มมองเห็นพื้นฐานของการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้นอุดมการณ์ผันแปรได้ เพราะเม็ดเงินจึงกลายเป็นสัจธรรมที่แปซิฟิคเริ่มกระจ่างชัดเอาเมื่อเข้าปีที่ 8 นี่เอง

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us