|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แบงก์ทหารไทยคุยเพิ่มทุนรอบนี้เสริมความแข็งแกร่งได้มากและไม่ต้องเพิ่มทุนอีกในระยะเวลาอันใกล้ ยันขณะนี้ยังไม่มีการปลดคณะกรรมการ และที่ประชุมมีมติเปลี่ยนแปลงจำนวนกรรมการจาก 15 เหลือ 12 คน เชื่อ"ดีบีเอส"ถอนตัวแน่เพราะไม่ประสงค์จะร่วมบริหารกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่อย่างไอเอ็นจี
วานนี้ (27 พ.ย.) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ได้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2550 ที่ห้องออดิธอเรียม ชั้น 7 สำนักงานใหญ่ โดยการประชุมเริ่มในเวลา 14.00 น. โดยนายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า หลังจากการเพิ่มทุนของธนาคารในครั้งนี้ธนาคารจะยังคงเป็นธนาคารของคนไทย โดยจะพยายามรักษาสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อให้ธนาคารยังเป็นของไทย แต่การที่มีต่างชาติเข้ามาถือหุ้นนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งในปัจจุบันธนาคารหลายแห่งก็มีต่างชาติถือหุ้นอยู่แล้ว อีกทั้งการเข้ามาถือหุ้นของต่างชาตินั้นจะช่วยให้มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น เนื่องจากต่างชาติได้นำวิทยาการการค้าขายต่างๆ ที่มีรูปแบบแตกต่างจากที่มีอยู่เดิมและเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ให้กับธนาคารทหารไทยด้วย
นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของรายได้ค่าธรรมเนียมที่จะเข้ามามากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้ธนาคารมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ภายในเวลาอันสั้น รวมถึงธนาคารสามารถจะทำกำไรได้มากขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี หรือในปี 2553 ธนาคารจะเริ่มเห็นหนทางที่จะทำให้ธนาคารเติบโตไปได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการลดขาดทุนสะสม
"หลังจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ธนาคารจะมีเงินทุนเพียงพอและไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนในระยะอันใกล้ แต่ในอนาคตหากจะเพิ่มทุนเพื่อเสริมสร้างธุรกิจ เชื่อว่าผู้ถือหุ้นจะมีความยินดี ส่วนเศรษฐกิจปีหน้ามองว่าจะหนักกว่าปีนี้ แต่การเพิ่มทุนของธนาคารจะทำให้มีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินงานต่อไป"นายสมใจนึกกล่าว
นายสมใจนึก กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงจำนวนกรรมการของธนาคาร เนื่องจากธนาคารต้องการให้จำนวนกรรมการของธนาคารมีความยืดหยุ่นและสองคล้องตามที่กำหนดในข้อบังคับของธนาคารนั้น ได้มีการลดจำนวนกรรมการจาก 15 คน เหลือ 12 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากกระทรวงการคลัง 3 คน ไอเอ็นจี 3 คน กรรมการอิสระ 4 คน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1 คนและตัวแทนจากเหล่าทัพอีก 1 คน
โดยในส่วนของกรรมการนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยน ซึ่งในส่วนของธนาคารดีบีเอสคงจะไม่ประสงค์จะร่วมบริหารกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่ ซึ่งในที่สุดแล้วทางดีบีเอสคงถอนตัวออกไป โดยกรรมการทั้งหมดจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่ตกลงกันรวมถึงผู้ถือหุ้นรายย่อยพิจารณาร่วมด้วย
ด้านนายสุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาธนาคารได้เพิ่มทุนทั้งสิ้น 6 ครั้ง เริ่มจากปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ธนาคารจึงเพิ่มทุน 5 พันล้านบาท ในปี 2541 ธนาคารออกหุ้นบุริมสิทธิ์ควบหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ในรูปแบบของแคปส์จำนวน 1 หมื่นล้านบาท ในปี 2542 เข้าโครงการขอความช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังเพื่อเพิ่มทุนขั้นที่ 1 (Tier 1) จำนวน 3 หมื่นล้านบาท ปี 2545 เพิ่มทุนเพื่อไถ่แคปส์ 1 หมื่นล้านบาท ในปี 2547 ได้ทำการแลกหุ้นกับธนาคารดีบีเอส และในปี 2549 เพิ่มทุนอีกครั้งจำนวน 8 พันล้านบาท
นายธเนศ ภู่ตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ตามข้อตกลงของกลุ่มไอเอ็นจีจะไม่มีการปลดผู้บริหารชุดเดิม นอกจากคณะกรรมการจะพิจารณาเลือกผู้บริหารคนใหม่เข้ามาแล้วคณะกรรมการมีมติปลดผู้บริหารในชุดเดิมออก
อย่างไรก็ตาม ในสิ้นปีนี้ธนาคารจะมีขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านบาท เนื่องจากในเดือนธันวาคมธนาคารจะต้องกันสำรองเพิ่มอีก 25,000 ล้านบาท ส่วน แนวทางในการล้างขาดทุนสะสมก็จะทำได้ด้วย 2-3 วิธีคือ หนึ่งธนาคารจะต้องมีกำไร สองความพอเพียงของเงินกองทุน ซึ่งอยู่ในระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)พอใจ และหุ้นบุริมสิทธิ์ต้องแปลงเป็นหุ้นสามัญในปี 2553
รายงานข่าวแจ้งว่าวันที่ 27 พ.ย. ผู้ถือหุ้นธนาคารทหารไทยได้พิจารณาอนุมัติการจัดสรรเพิ่มทุนให้กลุ่มไอเอ็นจีจำนวน 2.5 หมื่นล้านหุ้น ตามข้อเสนอของกลุ่มไอเอ็นจี เพื่อเข้าเป็นพันธมิตรใหม่ของธนาคารและปรับราคาในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนจากราคา 1.40 บาทเป็น 1.60 บาท ต่อหุ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมยังได้มีการพูดคุยประเด็นค่าเบี้ยชุมของของคณะกรรมการธนาคารว่าควรจะมีการปรับลดเบี้ยลงจนกว่าธนาคารจะมีกำไร รวมถึงมีผู้ถือหุ้นรายหนึ่งกล่าวว่า ตนเองรู้สึกมีความมั่นใจการบริหารงานของไอเอ็นจีมากกว่าการบริหารของธนาคารทหารไทยในปัจจุบัน
|
|
 |
|
|