Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน26 พฤศจิกายน 2550
ปีหน้าตลาดเฟอร์นิเจอร์แข่งเดือด อินเด็กซ์ฯขยายฐานลูกค้ารักษาแชมป์             
 


   
www resources

โฮมเพจ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์

   
search resources

Furniture
บางกอก อินเตอร์เฟิร์น, บจก.
อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์, บจก.




อินเด็กซ์ฯ ชี้ตลาดเฟอร์นิเจอร์แข่งขันรุนแรงถึงปีหน้า ระบุปี 50 ดีมานด์จำกัดผู้ประกอบการแย่งแชร์ในตลาดเดียวกัน เผยแผนปี51 เล็งขยายฐานลูกค้าหวังเพิ่มส่วนแบ่งตลาด พร้อมเร่งเพิ่มช่องทางการขายใหม่ พร้อมเดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ 4 จอย หวังเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้า สร้างวงจรการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบหมุนเวียน มั่นใจยอดขายรวมตามเป้า 6,800 ล้านบาท คาดปีหน้าตลาดรวมโต 10% หลังคอนโดฯเริ่มทยอยส่งมอบ พร้อมตั้งเป้ายอดรวมโต 10% หรือ 7,500 ล้านบาท

นายกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บางกอกอินเตอร์เฟิร์น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ “อินเด็กซ์ ลีฟวิงมอลล์” กล่าวว่าในปี 50 ตลาดเฟอร์นิเจอร์มีอัตราการแข็งขันที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องจากตลาดรวมมีอัตราการขยายตัวที่ลดลงประมาณ 5-7% พิจาณาได้จากการสั่งซื้อวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ในตลาดลดลงกว่า10-20% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดรวมมีผู้ประกอบการรายย่อยและรายกลางเลิกธุรกิจไปส่วนหนึ่ง ในขณะที่ดีมานด์ในตลาดเองยังมีอัตราการชะลอตัว จากการชะลอการพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบลดลง

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ที่มีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในตลาดยังสามารถสร้างยอดขายได้ค่อนข้างดี โดยในส่วนของบริษัทเองมีการร่วมมือกับพันธมิตรผู้ประกอบการบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะซิตี้คอนโดฯ ซึ่งการขายสินค้าผ่านโครงการโดยตรงดังกล่าวบริษัทได้ตั้งทีมงานที่ดูแลโดยเฉพาะพร้อมทั้งมีทีมช่างและดีไซน์เนอร์เพื่อออกแบบสินค้าให้เหมาะสมกับพื้นที่ภายในห้องชุดของแต่ละโครงการโดยเฉพาะ

ทั้งนี้จากการร่วมมือดังกล่าวทำให้บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายในตลาดคอนโดมิเนียมเข้ามาแทนที่สินค้าแนวราบที่มีการชะลอตัวลงไป อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการเฟอนร์นิเจอร์ได้มีการปรับตัวสร้างแบรนด์ และยกระดับสินค้าให้ครอบคลุมตลาดระดับกลาง-บนมากขึ้น ส่งผลให้ในปัจจุบันตลาดกลุ่มดังกล่าวมีการแข่งขันกันรุนแรง

นายกิจจากล่าวว่า จากการที่ตลาดเฟอร์นิเจอร์มีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นทำให้ ผู้ประกอบการมีการปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ ทั้งในเรื่องการสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า การยกระดับสินค้าเพื่อจับกลุ่มลูกค้าระดับบนมากขึ้นทำให้เกิดการแย่งแชร์ในตลาดที่รุนแรง ในขณะที่ดีมานด์ในตลาดยังมีจำนวนที่จำกัด ทั้งนี้อินเด็ก ในฐานะผู้นำและเป็นผู้ประกอบการที่มีแชร์ส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด มีแผนที่จะขยายตลาดให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งและเพิ่มยอดขายของบริษัทด้วย

โดยในปี 51 บริษัทจะยังคงใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเดิม คือ จอยไพร์ส ,จอยคอลิตี, จอยดีไซน์ และจอยเซอร์วิส ในการผลักดันให้เกิดการขยายตัวของตลาดรวม ซึ่งในการสร้างตลาดใหม่นั้น จะเน้นให้เกิดการใช้สินค้าทดแทน คือการผลักดันให้สินค้าน็อคดาวน์เข้าไปทดแทนเฟอร์นิเจอร์บิวด์อิน ที่มีอยู่ในบ้านเรือนเดิมของลูกค้า โดยอาศัยระบบอุตสาหกรรมเข้ามาช่วยในการผลิต ซึ่งสินค้าน็อคดาวน์นี้จะได้เปรียบในเรื่องของดีไซน์ ความรวดเร็วในการติดตั้ง คุณภาพของอุปกรณ์ฟิตติ้งที่มีการประกันอายุการใช้งาน แข็งแรงและราคาถูกกว่าสินค้าบิวด์อิน

ทั่งนี้ แม้ว่าลูกค้าจะยังมีอคติเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าน็อคดาวน์ แต่บริษัทจะเน้นการสร้างความเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพของสินค้าให้ลูกค้าไว้วางใจและหันมาใช้สินค้าน็อคดาวน์มากขึ้น การประกันคุณภาพดังกล่าวคือการใช้กลยุทธ์จอยคอลิตี้ โดยต้องแยกอายุการประกันออกไปตามรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์

นอกจากนี้จะนำกลยุทธ์จอยดีไซน์เข้ามาช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เฟอร์นิเจอร์ของลูกค้าโดยจะมีการออกสินค้าดีไซน์ใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านใหม่ๆ และทำให้เกิดวงจรและวัฏจักรในการใช้เฟอร์นิเจอร์และมีการหมุนเวียนกันใช้เฟอร์นิเจอร์ได้มากขึ้น จากเดิมที่พฤติกรรมการใช้เฟอร์นิเจอร์ของลูกค้าจะมีระยะเวลาการใช้งานที่นาน และไม่เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

ขณะเดียวกัน อินเด็กซ์จะเดินหน้าในการขยายตลาดและช่องทางการขายใหม่เพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาบริษัทได้มีการขยายสาขาออกไปในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งการขยายสาขาดังกล่าวเป็นการขยายฐานลูกค้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญที่จะกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของตลาดคือราคาสินค้า ปีนี้บริษัทได้นำกลยุทธ์ จอยไพร์ส โดยการขยายสินค้าราคาเดียวเข้ามาช่วยในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อลูกค้า ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากจอยไพร์ส เป็นการตั้งราคาขายที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของลูกค้า โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าต่อรองราคาเพราะราคาขายที่ตั้งไว้จะเป็นราคาต่ำสุดแล้ว ช่วยให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

สำหรับแผนการขยายตลาดดังกล่าวคาดว่าจะช่วยให้ ตลาดรวมมีขนาดใหญ่ขึ้นในอนาคต ซึ่งในส่วนของอินเด็กซ์ นั้นคาดว่าในปีหน้าจะมีอัตราการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 10% หรือมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 7,400-7,500 ล้านบาทจากกลยุทธ์ดังกล่าว ทั้งนี้ในปี50นี้คาดว่าจะมีบริษัทมีรายได้รวม 6,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี49ที่มียอดขาย6,000 ล้านบาทประมาณ 15% ส่วนตลาดรวมในปี51นั้นคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 10% เนื่องจากปีหน้าการส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมที่มีการพัฒนาและเปิดขายไปในช่วง2ปีที่ผ่านมาจะทยอยส่งมอบในปี51 นี้

“อย่างไรก็ตามในปีหน้าเชื่อว่าตลาดเฟอร์นิเจอร์จะมีอัตราการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งการแข่งขันที่เกิดขึ้นน่าจะยังมีรูปแบบเหมือนๆ กับในปี 50 โดยจะมีการแข่งขันในการด้านดีไซน์ ด้านการบริการหลังการขาย รวมถึงการแข่งขันด้านราคาด้วย”   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us