|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ธปท.หวั่นความผันผวนตลาดโลกสั่งแบงก์คุมเข้มการลงทุนใน CDO และธุรกรรมทางการเงินที่มีอนุพันธ์แฝงให้ประเมินราคาของตราสารอย่างน้อยเดือนละครั้งตามเกณฑ์บัญชีใหม่ IAS39 ระบุหากพบผลขาดทุนให้หักจากเงินกองทุนงวดนั้นทันที หรือผลขาดทุนส่อให้เงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ของธปท.ห้ามแบงก์ลงทุนเด็ดขาดและรายงานการแก้ไขฐานะต่อธปท.ทันที
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แจ้งว่า นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายความเสี่ยง ธปท. ได้ส่งหนังสือเวียนถึงธนาคารพาณิชย์ในระบบ ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจำนวน 2 ฉบับ คือ ปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร Collateralized Debt Obligation (CDO) และอนุญาตให้ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง เนื่องจากมองว่าในช่วงที่ตลาดโลกมีความผันผวนมากขึ้นจำเป็นที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยง และมีการบันทึกบัญชี รวมทั้งการรับรู้ผลขาดทุนที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ในประกาศฉบับนี้ได้ปรับปรุงให้ธนาคารพาณิชย์จะต้องประเมินมูลค่ายุติธรรม (Fair Value)ของตราสาร CDO ที่ธนาคารพาณิชย์ลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ ฉบับที่ 39 (IAS39) โดยกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์จะต้องประเมินราคายุติธรรมของ CDO และหากพบว่ามีผลขาดทุนให้นำผลขาดทุนหักออกจากเงินกองทุน ณ งวดบัญชีล่าสุดทันที ทั้งนี้ การคำนวณให้รวมการลงทุนใน CDO ธุรกรรมเงินฝากหรือพันธบัตรที่อ้างอิงจากการค้ำประกันสินเชื่อ และธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงด้วย โดยหากมีตราสารทั้ง 3 ประเภทรวมกันไม่เกินกว่า1% ของสินทรัพย์รวมให้ประเมินผลกระทบทุกเดือน แต่หากมีเกินกว่า 1% ให้คำนวณผลกระทบทุกวัน
โดยหากยังมีเงินทุนเพียงพอในขณะนี้ แต่ไม่เพียงพอหากมีการลงทุนใน CDO หรือตราสารในลักษณะเดียวกันนี้เพิ่มในอนาคต ธปท.จะไม่อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนเพิ่มเติมได้อีก แต่หากคำนวณแล้ว พบว่า ผลขาดทุนจากการลงทุนดังกล่าวมีผลให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด ธนาคารพาณิชย์ต้องรายงาน ธปท.เป็นลายลักษณ์อักษร และรายงานตรงต่อผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ และส่งแนวทางในการแก้ไขปัญหามาให้ ธปท.รับทราบ
สำหรับเงื่อนไขการลงทุนใน CDO ของธนาคารพาณิชย์จะต้องเป็นตราสารที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อจากสถาบันที่ได้รับความเชื่อถือตั้งแต่ BBB หรือเทียบเท่าขึ้นไปเท่านั้น และหากเป็นการลงทุนใน Synthetic CDO กำหนดเพิ่มว่าจะต้องลงทุนได้ในเฉพาะกรณีที่ผู้ออกขายตราสารนำเงินที่ได้ไปลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารชั้นดีที่มีอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับ ตั้งแต่ระดับ AA หรือเทียบเท่าขึ้นไป โดยการลงทุนใน CDO ถือเป็นอำนาจและความรับผิดชอบของคณะกรรมการธนาคาร ทั้งนี้ หากต่อมา CDO ดังกล่าวถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า BBB ธนาคารพาณิชย์จะสามารถถือตราสารดังกล่าวได้ต่อไป เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคารเท่านั้น และต้องเก็บหลักฐานการอนุมัติดังกล่าวให้ ธปท.ตรวจสอบด้วย
นอกจากนั้น ยังห้ามไม่ให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนใน CDO ที่มีลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อชื้อหลักทรัพย์ (บัญชีมาร์จิ้น) ตราสารที่นับเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ที่ลงทุน และตราสาร CDO เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ยกเว้นจะได้รับอนุญาตจาก ธปท. เป็นกรณีไป จากเดิมที่ ธปท.อนุญาตให้ลงทุนโดยไม่จำกัดอันดับความน่าเชื่อถือเพียงแต่อยู่ในเกรดการลงทุน (Investment Grade) และไม่จำกัดสินทรัพย์ค้ำประกัน
ส่วนในกรณีของธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงได้จะต้องไม่มีลักษณะทำให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจหรือการเงิน เช่น การทำธุรกรรมที่มีผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนและอัตราแลกเปลี่ยน โดยหากเป็นอนุพันธ์แฝงที่อ้างอิงกับตัวแปรต่างประเทศ หรือเป็นสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าจะต้องทำกับผู้ลงทุนสถาบันหรือบุคคลที่จะต้องส่งมอบเงินตราต่างประเทศในอนาคต หรือมีสัญญาการส่งมอบเงินตราต่างประเทศที่มีกำหนดในสัญญาของอนุพันธุ์แฝงเท่านั้น และจะต้องปฎิบัติตามมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ ในหนังสือเวียนที่ออกในครั้งนี้นั้นได้กำหนดให้เปลี่ยนการลงบัญชีของธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงให้เป็น IAS 39 เช่นเดียวกับ CDO และกำหนดให้คำนวณผลกระทบของการลงทุนดังกล่าวในลักษณะเดียวกับ CDO ด้วย เพื่อให้การลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทั้งหมดนี้ไม่กระทบต่อเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงและฐานะของธนาคารพาณิชย์
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่ามีความเป็นไปได้ที่การใช้มาตรฐานบัญชี IAS39 ในการประเมินมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์เหล่านี้แทนมาตรฐานบัญชีของไทย อาจจะมีผลต่อผลขาดทุน หรือการเสื่อมมูลค่าของตราสารที่ธนาคารพาณิชย์ลงทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารพาณิชย์
|
|
 |
|
|