ธปท.เผยสถาบันการเงินปล่อยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนทั่วไปเพิ่มขึ้นกว่า 3 หมื่นล้านบาท จากไตรมาสก่อน โดยแบงก์พาณิชย์-ธอส.เดินหน้าขนแคมเปญชิงปล่อยกู้ส่งท้ายปี ขณะที่ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าต้นทุนการก่อสร้างจะสูงขึ้น โดยเฉพาะเหล็ก
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แจ้งว่า ธปท.ได้รายงานยอดเงินให้กู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยส่วนบุคคลของสถาบันการเงินในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 1,425,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30,395 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.18% จากไตรมาสก่อนที่มียอดเงินให้กู้ยืมทั้งสิ้น 1,395,371 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งกระตุ้นยอดปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วยการทยอยลดอัตราดอกเบี้ยตาม และสถาบันการเงินบางแห่งเร่งอัดแคมเปญส่งท้ายปลายปี เพื่อจูงใจให้ประชาชนทั่วไปตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเร็วขึ้น ทำให้ประชาชนทั่วไปเริ่มมีการขอเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้ธนาคารพาณิชย์ยังคงมีการปล่อยเงินให้กู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยทั้งสิ้น 738,953 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,256 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.82% เทียบกับไตรมาส 2 ที่ธนาคารพาณิชย์มีการปล่อยกู้ทั้งสิ้น 718,697 ล้านบาท เช่นเดียวกันธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)ที่มียอดเงินให้กู้ยืมที่อยู่อาศัยส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมียอดเงินให้กู้ทั้งสิ้น 565,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น10,241 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.85% เทียบกับไตรมาสก่อนที่มียอดเงินให้กู้ทั้งสิ้น 554,819 ล้านบาท
ขณะที่บางสถาบันการเงินมียอดเงินให้กู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ประชาชนทั่วไปลดลง โดยธนาคารออมสินมีวงเงินให้กู้ทั้งสิ้น 120,906 ล้านบาท ลดลง 65 ล้านบาท หรือลดลง 0.05% จากไตรมาสก่อนที่มีวงเงิน 120,971 ล้านบาท รวมถึงบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มียอดเงินให้กู้ยืมทั้งสิ้น 796 ล้านบาท ลดลง 36 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.33% เทียบกับไตรมาสก่อนที่มีจำนวน 832 ล้านบาท และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์มีการปล่อยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยส่วนบุคคลทั้งสิ้น 51 ล้านบาท ลดลง 1 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.92% จากไตรมาสก่อนที่มีจำนวน 52 ล้านบาท
นอกจากนี้ในส่วนของดัชนีราคาที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ใกล้เคียงกับระยะเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังคงชะลอตัว โดยดัชนีราคาบ้านเดี่ยวหดตัวลดลง 0.8% จากไตรมาส 2 ที่ดัชนีราคาบ้านเดี่ยวลดลงถึง 3.5% เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์จากไตรมาสก่อนที่ติดลบ 0.7% แต่ในไตรมาสนี้กลับขยายตัวเป็นบวก 0.7% แม้ว่าผู้ประกอบการต้องเผชิญกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะเหล็กก็ตาม ขณะที่ดัชนีราคาที่ดินเร่งตัวเพิ่มขึ้น 4.7% เทียบกับไตรมาสก่อนขยายตัวที่ระดับ 2.7% ทำให้ดัชนีราคาบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินไตรมาส 3 ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.6% จากไตรมาสก่อนที่ขยายตัวที่ระดับ 0.2% และดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์พร้อมที่ดินเพิ่มขึ้น 3.1% จากไตรมาสก่อนที่ขยายตัวที่ระดับ 1.3%
สำหรับปริมาณการจำหน่ายเหล็กเส้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมามีจำนวนทั้งสิ้น 1,619,000 ตัน หรือขยายตัวอยู่ที่ระดับ 0.6% ซึ่งเฉพาะในเดือนกันยายนมีปริมาณการจำหน่ายเหล็กเส้นทั้งสิ้น 198,000 ตัน หรือขยายตัว 4.5% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ส่วนปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศตั้งแต่ต้นปีมีจำนวน 21,267,000 ตัน หรือลดลง 4.5% ซึ่งเฉพาะในเดือนกันยายนมีจำนวนทั้งสิ้น 2,296,000 ตัน หรือหดตัวลด 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
|