|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
กลายเป็น "ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์" ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงลูกหลานในตระกูลมาลากุล เมื่อกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี "ใจกล้า" ซื้อที่ดินผืนงามติดถนนราชเทวี ซึ่งก่อนหน้าอยู่ในความดูแลของทายาทมาลากุล เจ้าของบ้านราชเทวี ด้วยมูลค่าซื้อขายรายการนี้ สูงถึง 2,000 ล้านบาท บนเนื้อที่ประมาณเกือบ 7 ไร่
อะไรเป็นเหตุจูงใจ ให้ดีลการซื้อขายแปลงนี้จบสิ้น อยู่ภายใต้อุ้งมือของกลุ่มนายเจริญ ! บวกกับราคา 2,000 ล้านบาท คือ ราคาที่แท้จริง ที่ทายาทในตระกูลมาลากุล รับรู้มาก่อนหน้านี้หรือไม่!!
ความเคลื่อนไหวของการเจรจาซื้อขายอาคารพาณิชย์และที่ดินบริเวณสี่แยกราชเทวี ซึ่งรวมถึงบ้านราชเทวี ของตระกูลมาลากุล ก็ถูกแปรเปลี่ยนมาอยู่ในความครอบครองของกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าพ่อน้ำเมา ที่กำลังเนรมิตโครงการระดับหรูที่อาจจะใช้ชื่อ "ทีซีซี โฮเต็ล แอนด์ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ " ตั้งตระหง่านติดริมถนนสี่แยกราชเทวี ทำทองอีกแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ
จะว่าไปแล้ว ที่ดินผืนนี้ ไม่ใช่จะมีการเจรจาซื้อขายเฉพาะกลุ่มนายเจริญเท่านั้น แต่เรื่องราวของความพยายามที่จะมีการซื้อขาย มีมากว่า 10 ปีแล้ว
"ไม่ใช่พึ่งจะเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ แต่ทายาททุกคนมีความคิดความอ่าน และคิดจะขายที่ดินแปลงนี้ ซึ่งคุยมาเกือบ 10 ปีแล้ว มีนักลงทุนรายใหญ่ทุกๆวงการ ให้ความสนใจ แม้แต่นายประสิทธิ์ อุไรรัตน์ ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลพญาไท และมหาวิทยาลัยรังสิตเคยมาเจรจาซื้อที่ดินแปลงนี้เหมือนกัน หรือแม้แต่นายอภิชาติ จุฬางกูร จากบริษัท ซัมมิท โอโต้ซีท อินดัสทรี้ จำกัด จนล่าสุด กลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประสบความสำเร็จในการซื้อที่ดินแปลงนี้ " หนึ่งในแหล่งข่าว เปิดเผยกับ "ผู้จัดการรายวัน " หลังจากได้นำเสนอข่าว "เจริญฮุบ 7ไร่ 2,000 ล้านบาท แยกราชเทวีสร้างรร.หรู" ฉบับวันอังคารที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา
ขณะที่กระแสข่าวการซื้อขายที่ดินแปลงนี้ เป็นที่รับรู้กันในวงการอสังหาริมทรัพย์ นายหน้าค้าที่ดิน หรือแม้แต่บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนของต่างชาติในไทย ก็เฝ้าดูที่ดินแปลงนี้เช่นกัน
แหล่งข่าวในวงการอสังหาฯกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายเจริญจะใช้เงินจำนวนมากในการซื้อที่ดินผืนนี้ เพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพ ซึ่งหากพัฒนาเป็นโครงการโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์แล้ว ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจในอนาคต เพราะอย่าลืมว่า ทางที.ซี.ซี.แลนด์ มีแผนที่จะจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หลายแสนล้านบาท โดยเริ่มมีการจัดพอร์ตโครงการต่างๆ ในแต่ละประเภท เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม อสังหาฯ เพื่อทยอดมาออกกองทุนรวมอสังหาฯ ซึ่งขนาดของกองทุนฯที่ใหญ่ น่าจะไประดมทุนยังตลาดต่างประเทศ เพื่อรองรับกับความต้องการ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ทางที.ซี.ซี.แลนด์ฯ มีกำลังเงินที่มากขึ้นไปอีก
เหตุจูงใจขายที่ดิน
ทั้งนี้ หากจะมองเป็นภาพรวมของทำเลที่ตั้งแล้ว อยู่ในชัยภูมิที่ดีและเด่น แต่ด้วยปัจจัยความเจริญทางเศรษฐกิจและการขยายของเมืองที่มากขึ้น ประกอบกับการเกิดขึ้นของโครงการคอนโดมิเนียมล้อมๆ ได้เปลี่ยนทัศนีย์ภาพของที่ดินผืนนี้ หมดความสวยงาม ซึ่งแตกต่างในสมัยที่ ม.ร.ว.เทวาธิราช ป. มาลากุล ( ม.ร.ว.โป้ย มาลากุล ) ที่บรรยากาศโดยล้อมมีสิ่งแวดล้อมที่ดี อากาศสะอาด การจราจรไม่ติดขัด
" ลึกๆแล้ว เราเจอเรื่องสิ่งแวดล้อม เมืองโตเร็วมาก เจอตึกสูงขึ้นมาบดบัง และทิศทางของลมเกิดการเปลี่ยนแปลง ในบริเวณบ้านราชเทวีลมจะแรงมากๆ เพราะมีตึกบัง และตั้งแต่มีห้างสรรสินค้าขนาดใหญ่เกิดขึ้น การจรจาจรติดขัดมากๆ ตรงนี้เลยกลายเป็นความทรมาน นั้นจึงเป็นองค์ที่มองหาผู้ที่จะมาซื้อที่ดินผืนนี้ แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีผู้ใดได้ เพราะเราคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนในทายาท และไม่ต้องการสร้างความเสื่อมเสียให้แก่บรรพชน รวมถึงผู้อยู่อาศัยที่อยู่มาตั้งแต่ต้น " แหล่งข่าวใกล้ชิดทายาทในตระกูลมาลากุล กล่าวและยืนยันว่า
ในส่วนของผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารพาณิชย์ขณะนี้ ทางทายาทก็ไม่ได้ทอดทิ้ง และเข้าไปให้ความช่วยเหลือในการเรื่องการขนย้าย เพราะเขาอยู่มาตั้งแต่สมัยคุณตา แม้ว่าภาระตรงนี้จะเป็นของผู้ซื้อ ซึ่งบางส่วนก็เข้าใจแต่ก็ยังมีที่จะคัดค้านการย้าย
เปิด "ปูมหลังบ้านราชเทวี "
ใครที่เคยเดินไปบริเวณสี่แยกราชเทวี และเมื่อเลี้ยวขวาไปบนทางเดินบนถนนเพชรบุรีแล้ว เมื่อเลยร้านแว่นตาไปเล็กน้อย จะสังเกตเห็นซอยและบ้านหลังเก่ายุคทรงไทยโบราณ ตั้งสง่าอยู่ตรงกลาง ซึ่งจะว่าไปแล้ว ที่ดินผืนนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยบ้านไม้เก่าทรงไทย เดิมเป็นบ้านของ ม.ร.ว.เทวาธิราช ป. มาลากุล ( ม.ร.ว.โป้ย มาลากุล ) ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น จมื่นศิริวังรัตน์ ประจำตำแหน่งเจ้ากรม กรมวัง ในทำเนียบข้าราชบริพาร สำนักสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง ณ พระตำหนักพญาไท ภายหลังจากที่พระพันปีหลวงเสด็จสวรรคต จึงกลับเข้าไปรับราชการประจำในกระทรวงวัง และได้เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็น พระยาเทวาธิราช เจ้ากรมพระราชพิธี สำนักพระราชวัง จนถึงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งถือว่าท่านเป็นผู้ที่มีความรอบรู้ในพระราชประเพณีเป็นอย่างยิ่งท่านหนึ่ง
โดยปัจจุบันอยู่ในความดูแลของทายาทสาย ม.ร.ว. โป้ย มาลากุล ลูกๆ หลานๆ ในครอบครัวเรียกกันว่า " บ้านราชเทวี " แบบบ้านคล้ายกันกับแบบบ้านของเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล) เสนาบดีกระทรวงวังในรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นพี่ชายท่าน ที่ตอนนี้เป็นที่ตั้งของกระทรวงพลังงานแถวยศเส
บ้านราชเทวีหลังดังกล่าว ความจริงก็มีทายาทต่อๆ มาดูแลอยู่ เพียงแต่ ไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้น แต่ปลูกบ้านอยู่ใหม่ติดๆกับบ้านหลังดังกล่าวนั่นเอง ปัจจุบันลูกๆของท่านเจ้าของบ้าน (ม.ร.ว.โป้ย มาลากุล) ก็อยู่ในช่วงคุณย่า-คุณยายกันทุกท่าน
อย่างไรก็ตาม ในละแวกสี่แยกราชเทวีนั้น ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งบ้านเก่าหรือมีคฤหาสน์เก่าหลายหลัง เช่น คฤหาสน์ของตระกูลมาลากุล หัวมุมแยก ,หลังสีขาวเหลือง ริมคลองแสนแสบ ข้างสะพานหัวช้าง เคยเป็นร้านเจนิส (ร้านอาหารของแบม) , ตึกหลังคาสีแดงที่อยู่ในกรมพลังงานทหารข้าง The Address , บ้านร้างตรงข้ามกรมพลังงานทหาร และตำหนักของพระนางเธอลักษมีลาวัณ หัวมุมแยกพญาไท ตอนนี้ถูกรื้อ กำลังสร้างเป็นตึกอาจารย์อุ๊ เป็นต้น
|
|
 |
|
|