แฉ 3 ก๊ก เขมือบโครงการโทรศัพท์ 5 แสนเลขหมายของทศท.ไล่เรียงตั้งแต่พ่อค้าที่หวังผันตัวเป็นลอบบี้ยิสต์
ผู้บริหารระดับรองที่หวังรวยทางลัด และกรรมการบอร์ดที่คิดว่าหลังพิง "พรรค"
ประสานประโยชน์ หวังหักมติบอร์ดชุดเดิม เปลี่ยนวิธีประมูลใหม่ พร้อมกลโกงฝังรากลึกงานประมูล
โครงการโทรศัพท์ 5 แสนเลขหมาย มูลค่ากว่า 7 พันล้านบาท ของบริษัททศท คอร์ปอเรชั่น
กำลังเกิดปรากฏการณ์ย้อนศร ประเภทหางกระดิกทั้งๆที่หัวยังไม่ทันส่าย
ทันทีที่เปลี่ยนบอร์ดจากชุดนายศุภชัย พิศิษฐวานิช มาเป็นคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธานบอร์ด ความละโมภก็ปรากฏในแววตาของผู้บริหารทศท.ทันทีเพราะถือว่าสเต๊กชิ้นนี้ยังไม่ถูกจับจอง
ไม่สนใจมติบอร์ดเดิมว่าอนุมัติในหลักการมาเช่นไรก็ตาม
แหล่งข่าวในทศท.กล่าวว่าตอนนี้การวิ่งเต้นงานในทศท.เปลี่ยนรูปแบบไป จากเดิมที่มีการแทรกแซงจากอำนาจการเมืองผ่านมาทางบอร์ดไปถึงมือกรรมการผู้จัดการใหญ่
กลายเป็นกลุ่มพ่อค้าสุมหัวร่วมกับผู้บริหารระดับรอง ระดับปฏิบัติการ สร้างความต้องการขึ้นมา
ล็อกสเปก แล้วยืมมือกรรมการผู้จัดการใหญ่กับบอร์ดอนุมัติ ให้ตรงตามความต้องการพรรคพวกตนเอง
3 ก๊กแต่ก๊วนเดียวกัน
หากตีแผ่วงจรอุบาทว์ดังกล่าว จะเห็นภาพความสัมพันธ์ 3 ก๊กแต่ก๊วนผลประโยชน์เดียวกัน
โดยเป้าหมายหลักตอนนี้อยู่ที่โครงการ 5 แสนเลขหมาย
ก๊กแรกเป็นพ่อค้าที่ต้องการยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นลอบบี้ยิสต์ อย่างนายสมชาย กิติชัย
เจ้าของบริษัท เพชราวุธ ที่ตอนหลังไปเทกโอเว่อร์บริษัท ฮาตาริ ที่ทำไอพีเน็ตเวิร์กให้ทศท.กับนายศิริพงษ์
อุ่นทรพันธุ์ เจ้าของบริษัท แอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยีหรือเอไอที ที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯในเร็วๆนี้
ความเกี่ยวข้องของคนคู่นี้คือเอไอที เป็นผู้รวบรวมระบบหรือซิสเต็มส์ อินทริเกเตอร์
โดยผูกขาดกับยี่ห้อซิสโก้มาตลอด ส่วนฮาตาริใช้ซิสโก้เป็นอุปกรณ์ไอพีเน็ตเวิร์กให้ทศท.
ทำให้เมื่อเพชราวุธเทกโอเว่อร์ฮาตาริความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ใกล้ชิดกันมากขึ้นในเชิงผนึกคอนเน็กชั่นเข้าด้วยกัน
ก๊กที่ 2 คือกลุ่มผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทั้งนายปรีชา รักษาชาติ
ที่ดูแลเรื่องสเปกต่างๆ นายมนตรี วชิรเขื่อนขันธ์ ที่รับผิดชอบธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐาน
และยังมีผู้บริหารระดับรองลงไป ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วแต่กรรมแล้วแต่วาระแล้วแต่โครงการ
ก๊กที่ 3 ถือเป็นคีย์แมนสำคัญในบอร์ดทศท.ชุดปัจจุบัน เพราะเป็นถึงรองประธานบอร์ด
พล.อ.สมชัย สมประสงค์ ที่ว่ากันว่าเป็นสายตรงที่ถูกส่งมาให้ดูแลงานให้เป็นไปอย่างโปร่งใส
แต่ท้ายสุดก็เหลว เข้าร่วมก๊วนเดียวกับพ่อค้า
ความสัมพันธ์ 3 ฝ่าย เดินผ่านฐานเงินสนับสนุนจากกลุ่มพ่อค้า ที่เจาะลึกเข้าผู้บริหารทศท.ระดับปฏิบัติการ
โดยเอไอทีของนายศิริพงษ์ สร้างรากฐานไว้มั่นคงมาก มีการจัดก๊วนไปตีกอล์ฟเป็นประจำทั้งในและต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเซินเจิ้น
คุนหมิง ภูเก็ต แต่ที่ฮือฮามากในช่วงปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาที่หัวหิน
เอไอทีขนผู้บริหารทศท.ไป 3-4 รถโค้ชปรับอากาศอย่างดี ออกเดินทางเย็นวันพฤหัสบดี
โดยอ้างว่าเป็นการสัมมนาเรื่อง NGN หรือ Next Generation Network ของซิสโก้
แต่เนื้อแท้เป็นการแสวงหาโครงการต่างๆร่วมกันอย่างการใช้เงินประมาณ 450 ล้านบาท
ซื้อระบบดังกล่าวสำหรับ 3 หมื่นเลขหมาย ที่อยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ BG1 หรือโทรศัพท์พื้นฐานของนายมนตรี
วชิรเขื่อนขันธ์ ที่เรียกว่าเป็นสาวกของซิสโก้ขนานแท้และดั้งเดิมเพราะเคยพูดชัดเจนว่าซิสโก้เป็น
The Best in the World
ทำเอาคนในวงการไอทีที่รู้เทคโนโลยีไอพีเน็ตเวิร์กดี ขำกลิ้งไปตามๆกันเพราะซิสโก้เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับระดับเอนเตอร์ไพร์ซหรือองค์กรธุรกิจเท่านั้น
ถ้าระดับโอเปอเรเตอร์หรือผู้ให้บริการในลักษณะเป็นโครงข่ายของประเทศหรือแบ็กโบน
มีโปรดักส์ระดับโลกมากมายที่มีผลงานทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นจูนิเปอร์ นอร์เทลหรืออัลคาเทล
ที่เหมาะสมมากกว่า
ในงานนั้นสัมมนาแค่ครึ่งวันที่เหลือเป็นการออกรอบตีกอล์ฟ ผู้บริหารคนไหนไม่ตีกอล์ฟก็มีคาราโอเกะ
วงไพ่คอยให้ความครื้นเครง เรียกว่ามากับเอไอทีไม่ผิดหวัง
แต่งานนี้สมชาย เพชราวุธไม่ได้ไปด้วยเพียงแต่ส่งตัวแทนไปร่วมอำนวยความสะดวก เพราะก่อนหน้านี้เขาจัดกอล์ฟในระดับผู้บริหารรองกรรมการผู้จัดการใหญ่โดยเฉพาะที่เชียงราย
เพื่อแสดงศักยภาพการเป็นตัวเชื่อมชั้นดี เพราะงานนี้พล.อ.สมชัย สมประสงค์ รองประธานบอร์ด
ก็ร่วมในคณะด้วย
"เมื่อบริษัทเล็กๆเห็นศักยภาพ ขนาดเชิญคนระดับรองประธานบอร์ด กับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อย่างนายปรีชา
นายมนตรีมาตีกอล์ฟได้ ก็พร้อมร่วมสังฆกรรมด้วยทันที"
โครงการ 5 แสนเลขหมาย ที่บอร์ดศุภชัยอนุมัติไว้จะแบ่งเนื้องานในการจัดหาออกเป็น
3 พื้นที่ และให้ผู้เข้าประกวดราคาในแต่ละพื้นที่จะต้องรับผิดชอบงานทุกงานในแต่ละโซนแบบเบ็ดเสร็จ
ได้แก่งานอุปกรณ์ชุมสาย งานอุปกรณ์สื่อสัญญาณ และงานระบบข่ายสาย
รวมทั้งกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าประกวดราคาประการสำคัญว่าผู้เข้าประกวดราคาจะต้องมีผลงานด้านการก่อสร้างท่อร้อยสาย
และข่ายสายโทรศัพท์ท้องถิ่นของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 300
ล้านบาทต่อ 1 สัญญาภายในเวลา 5 ปี และจะต้องเป็นผู้ผลิต/ผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์ชุมสายและอุปกรณ์สื่อสัญญาณ
โดยงบประมาณในการจัดหาแบ่งเป็นงานก่อสร้าง/ปรับปรุงระบบข่ายสายท้องถิ่น 1,900 ล้านบาท
อุปกรณ์ระบบชุมสาย 2,800 ล้านบาทและอุปกรณ์ระบบสื่อสัญญาณ 2,500 ล้านบาท
"หากยึดตามมติบอร์ดเดิม ต้องการบริษัทขนาดใหญ่มีผลงานเชื่อถือได้ เป็นซัปพลายเออร์ระดับโลกเข้าประมูลด้วย
ซึ่งทำให้บริษัทเล็กๆที่ไม่มีความน่าเชื่อถือไม่สามารถประมูลได้ เพราะเงื่อนไขบอร์ดต้องการไล่กุ๊ยออกไปก่อน"
แฉกลโกงสกปรก
แต่สิ่งที่ 3 ก๊กพยายามเปลี่ยนแปลงหักล้างมติบอร์ดเดิม อยู่บน 2 หลักการคือ 1.แบ่งซอยงานให้ประมูลข่ายสายแต่ละพื้นที่เพื่อให้บริษัทที่ตัวเองมีส่วนร่วม
ซึ่เงป็นบริษัทขนาดเล็กๆ ขาดความน่าเชื่อถือเข้าร่วมประมูลได้
ส่วนงานอุปกรณ์ชุมสาย ระบบสื่อสัญญาณ Super Node,Access Node ให้ประมูลส่วนกลางซึ่งพูดกว้างๆเพียงแต่ต้องผ่านการใช้งานมาแล้วอย่างน้อย
1 ชุมสายกับ 100 ชุมสาย ซึ่งเหมือนกับไม่มีการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะหรือมาตรฐานใดๆทั้งสิ้น
เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าทั้งโนเนมและแบรนด์เนม แต่ไม่มีผลงานเข้าร่วมประมูลและ2.พยายามแบ่งแยกเนื้องานอุปกรณ์เพื่อใช้ระบบ
NGN ซึ่งมีการล็อกสเปก ผูกขาดให้เพียงรายเดียว
หากไล่เรียงแต่ละก๊ก จะเห็นภาพดังนี้ กล๘๘มพ่อค้า ตอนนี้เพชราวุธ เป็นเอเย่นต์ของนอร์เทล
ซึ่งมีผลงาน Super Node,Access Node ในต่างประเทศแต่ในประเทศยังไม่มีผลงาน เอไอทีที่เป็นเอเย่นต์ซิสโก้
ตอนนี้ซิสโก้ซื้อกิจการเคเบิลใยแก้วของพิรารี่ทำให้สามารถเข้าประมูลได้ ส่วน NGN
จะเป็นการผูกขาดให้ซิสโก้กับเอไอทีเพียงรายเดียว
"เรียกได้ว่ามีการแบ่งเค้กกันล่วงหน้า เพราะจากงบประมาณ เงินจะอยู่ในอุปกรณ์ชุมสายกับอุปกรณ์สื่อสัญญาณมากกว่า
5,000 ล้านบาท ซึ่งหากประมูลแบบนี้ ไม่มีการคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ใช้เขียนตัวเลขที่ต้องการสดๆแทนไม่ต่ำกว่า
300-400 ล้านบาท"
งานด้านอุปกรณ์ ยังมีการเดินสายตรงของเดวิด เฉินแห่งไทยมาร์กที่หวังขายสินค้าไต้หวัน
มีคนห็นเขาคนนี้เข้าพบคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ โดยอาศัยสายสัมพันธ์ความเป็นญาติกับประธานบริษัท
ชงหวาเทเลคอมของไต้หวัน ขอเข้าพบในนามชงหวาแต่ความจริงต้องการขายของให้ไทยมาร์ก
กลุ่มผู้บริหารทศท.จะเป็นการชงเรื่องจากระดับล่างขึ้นบนจากระดับมนตรีไปถึงมือปรีชาที่เป็นคนเขียนสเปก
และเป็นคนเสนอ 3 แนวทางยำโครงการ 5 แสนเลขหมาย ให้เข้าทาง 3 ก๊ก โดยมีพล.อ.สมชัย
สมประสงค์ เป็นกระบอกเสียงในบอร์ดทศท.เพราะก่อนหน้านี้ในการประชุมวาระพิเศษเมื่อวันที่
30 ม.ค. 2546 เพื่อพิจารณาโครงการ 5 แสน เขาพยายามถามชักจูงไปถึงวิธีการประมูล
ทั้งๆที่บอร์ดอนุมัติหลักการเดิม เพียงแต่ให้ส่งเรื่องในรูปโครงการให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)พิจารณาเท่านั้น
"ความสัมพันธ์ระหว่างสมชาย เพชราวุธกับพล.อ.สมชัย สมประสงค์ ที่เด่นชัดประการหนึ่งคือความพยายามที่จะให้มีการอัพเกรด
ไอพีเน็ตเวิร์กของฮาตาริด้วยอุปกรณ์ซิสโก้"แหล่งข่าวกล่าวและย้ำว่าส่วนการแอบอ้างชื่อ
"พรรค" มีปรากฏให้เห็นกับโครงการที่ชนะประมูลล่าสุด
ขนาดที่นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เรียกบริษัทที่ชนะประมูลมาพบเพื่อให้ดำเนินการโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของทศท.แต่คนที่ชอบแอบอ้างดังกล่าว
พยายามเรียกบริษัทที่ชนะประมูลไปพบเพื่อเรียกร้องเงินทอง 20-30 ล้านบาท อ้างว่าเอาเข้า
"พรรค"
การฝังรากลึกของเอไอที กับทศท.ทำจนถึงขนาดยืมมือหน่วยราชการอื่นเพื่อล็อกสเปกจัดซื้ออุปกรณ์ซิสโก้อย่างโครงการเช่าอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องเพื่อให้บริการเครือข่ายออนไลน์
ของกรมการปกครองระยะที่ 1 จำนวน 300 แห่ง ที่จัดประกวดราคาแบบปิดหรือโคลสบิดโดยทศท.เนื่องจากมีการล็อกสเปกระบุยี่ห้อระบุรุ่นของอุปกรณ์ซิสโก้อย่างชัดเจน
งานดังกล่าวนายสิทธิชัย ส่งพิริยะกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่เกรงใจลูกน้องจนเกือบติดคุก
เพราะบอร์ดทศท.ตีกลับไม่สามารถทำได้เพราะผิดกม.ฮั้ว นอกจากนี้ยังมีงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่ผู้บริหารทศท.อ้างว่าเป็นความต้องการของหน่วยงาน แต่เมื่อตรวจสอบจริงๆแล้วกลายเป็นคนทศท.ที่บอกให้ทำเช่นนั้น
"โครงการ 5 แสนเลขหมาย เป็นงานท้าทายอีกชิ้นว่าบอร์ดทศท.ของคุณหญิงทิพาวดี
จะรู้เท่าทันเล่ห์เพทุบายของพวก 3 ก๊กดังกล่าว พร้อมทั้งหาทางแก้ไขได้หรือไม่"