|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
จับตาโมเดิร์นไนน์รับส้มหล่นงบโฆษณาจากทีไอทีวี ขณะที่ช่อง 3 และช่อง 7 ได้รับบ้างแต่ไมใช่ช่องหลัก เหตุเวลาโฆษณาแทบจะเต็มหมดแล้วตามกฎหมาย เผยทีมขายโฆษณาทีไอทีวีแห่ซบโมเดิร์นไนน์แล้วหลายคน
เมื่ออนาคตของทีไอทีวีจะต้องแปลงร่างเป็นทีวีสาธารณะ ตามมติที่ประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. ตามร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ........
ผลพวงดังกล่าวย่อมต้องส่งผลกระทบต่อตัวสถานีทีไอทีวีเองแน่นอน เพราะจะต้องเป็นทีวีที่ทำหน้าที่เป็นองค์การสื่อสาธารณะด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ แต่ดำเนินการภายใต้ทุน ทรัพย์สิน และรายได้ขององค์การ
นี่คือสิ่งที่ค้ำคอทีไอทีวีอยู่ และกลายเป็นประเด็นหลักประเด็นหนึ่งที่ ทีวีสาธารณะหรือทีไอทีวีเองไม่อาจจะหารายได้จากโฆษณาต่อไปได้อีกแล้ว
ทีไอทีวีหรือไอทีวีในอดีต ถือเป็นช่องหลักช่องหนึ่งที่บรรดาเอเจนซีและเจ้าของสินค้าลงโฆษณา รองลงมาจาก ช่อง 3 และช่อง 7 เพราะเป็นสถานีที่มีเครือข่ายการส่งสัญญาณกว้างไกล ฐานผู้ชมมาก และมีรายการที่หลากหลาย
แหล่งข่าวจากวงการสื่อรายหนึ่งให้ความเห็นว่า เม็ดเงินโฆษณาเดิมที่ผ่านทางทีไอทีวีจากนี้ไป มีโอกาสที่จะไหลไปที่ช่องโมเดิร์นไนน์มากที่สุด รองลงมาคือ ช่อง 5 แต่ช่อง 3 หรือ ช่อง 7 ก็อาจจะได้บ้างแต่ไม่น่าที่จะเป็นช่องหลักที่จะได้รับงบโฆษณาจากสินค้าเดิมที่ลงทีไอทีวีก่อนหน้านี้อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน
เขาวิเคราะห์เหตุผลและความเป็นไปได้ว่า ทุกวันนี้ ช่อง 3 และ 7 ถือได้ว่ามีโฆษณาเต็มที่แล้ว แทบจะไม่มีเวลาหรือช่องว่างให้ลงได้อีก เนื่องจากตามข้อกำหนดของกฎหมาย ในเวลาแพร่ภาพ 1 ชั่วโมง สามารถขายโฆษณาได้เต็มที่ 10-12 นาทีเท่านั้นและรายการที่แพร่ภาพทุกวันนี้ก็มีโฆษณาเต็มหมดแล้ว โอกาสที่จะลงโฆษณาอีกจึงยากมาก นอกจากว่าช่อง 3 และ 7 จะปรับกลยุทธ์ใหม่อีก แต่ก็ยากมาก
ก่อนหน้านี้ช่อง 3 ก็ใช้กลยุทธ์การเพิ่มรายการเด็ก เพิ่มรายการที่เกี่ยวกับผู้ชาย และรายการข่าว เพื่อหาช่องว่างรับเม็ดเงินโฆษณาซึ่งก็ได้ผลเหมือนกัน
ล่าสุดแม้ว่าช่อง 3 เตรียมที่จะปรับราคาค่าโฆษณาขึ้นอีกในเดือนมกราคมปีหน้าประมาณ 7% ในบางรายการ ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่จะปรับเดือนมีนาคมก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เจ้าของสินค้าต้องคิดหนักอีกแม้ว่าจะเป็นช่องหลัก เพราะทุกวันนี้ราคาของช่อง 3 ก็แพงสุดกู่แล้ว อีกทั้งสินค้าตัวหลักๆก็ยิงสปอตที่ช่อง 3 อยู่แล้ว การที่จะเอาสินค้าตัวเดียวกันและใช้งบเพิ่มขึ้นแต่ลงช่องเดิม ในภาวะที่เศรษฐกิจแบบนี้คงไม่ดีนัก เมื่อมีทางเลือกอย่างโมเดิร์นไนน์ ไฉนเลยเจ้าของงบโฆษณาจะไม่มอง
ช่องโมเดิร์นไนน์นั้น ก็ถือเป็นผู้นำช่องหนึ่ง มีรายการทั้งบันเทิง สาระความรู้ ไม่แพ้สองช่องหลักดังกล่าว อีกทั้งค่าโฆษณาก็มีความใกล้เคียงกับทางช่องทีไอทีวีด้วย และเป็นช่องที่เป็นคู่แข่งขับเคี่ยวกันมาอยู่ตลอดเวลาอีกคู่หนึ่ง เทียบเคียงคู่ระหว่าง ช่อง 3 และ 7ดังนั้นบรรดาเอเจนซี่และเจ้าของสินค้าคงต้องพุ่งเป้าไปที่โมเดิร์นไนน์
สำหรับส่วนแบ่งทางการตลาดเม็ดเงินโฆษณาของทีวีแต่ละช่องนั้น ตามตัวเลขของงบโฆษณาไตรมาสแรกปีนี้พบว่า ช่อง 3 มีส่วนแบ่ง 25% , ช่อง7 มีส่วนแบ่ง 27% ,ช่อง 5 มีส่วนแบ่ง 17% เท่ากับช่อง ทีไอทีวี ส่วนช่องโมเดิร์นไนน์มีเพียง 12% เท่านั้น ก็น่าจะเป็นช่องว่างที่ยังอ้าแขนรับงบโฆษณาได้อีก
อีกเหตุผลหนึ่งคือ ก่อนหน้านี้ตั้งแต่เกิดปัญหาทีไอทีวีขึ้นมา ทีมขายโฆษณาของทีไอทีวีได้ลาออกไปจำนวนมาก และได้เข้าไปร่วมงานที่โมเดิร์นไนน์จำนวนมากกว่า 20 คน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องมีสายสัมพันธ์กับเอเจนซี่แพลนงบโฆษณาที่สามารถจะดึงมาลงที่โมเดิรน์ไนน์ได้ไม่มากก็น้อย
ช่วงกลางปีที่ผ่านมานี้มีงบโฆษณาไม่น้อยที่ไหลไปอยู่ที่ช่องโมเดิร์นไนน์แล้ว เช่น กรณีของยูนิลีเวอร์ยักษ์ใหญ่ด้านอุปโภคบริโภคซึ่งลงโฆษณาช่องไอทีวีมากสมัยที่ยังไม่มีปัญหาแต่ช่วงหลังก็โยกงบไปใช้ที่ช่องโมเดิร์นไนน์มากขึ้นแล้ว เช่นเดียวกับแบรนด์เอเจ ซึ่งเป็นเครื่องเล่น ดีวีดี ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน
สังเกตุได้จากงบโฆษณาไตรมาสแรกปีนี้ของยูนิลีเวอร์มียอดใช้จ่ายงบโฆษณารวมมากกว่า 1,320 ล้านบาท โดยมีช่อง 7 ได้งบมากที่สุด 30.7% ใกล้เคียงกับช่องทีไอทีวีที่มีสัดส่วน 30.4% ขณะที่ช่อง 3 อยู่ที่ 20.2% เท่านั้น และช่องโมเดิร์นไนน์มีสัดส่วนที่ 10% ซึ่งแน่นอนว่าโมเดิร์นไนน์จะได้รับอานิสงส์ในส่วนต่างที่หายไปของทีไอทีวี
เดิมทีช่องไอทีวีหรือทีไอทีวีมีรายได้จากงบโฆษณามากกว่า 100-150 ล้านบาทต่อเดือนช่วงพีคสุดๆ ซึ่งหากคำนวณอย่างคร่าวๆแล้วจากเฉลี่ยเดือนละ 120 ล้านบาทก็พอ รายได้จากงบโฆษณาในภาวะปรกติของทีไอทีวีก็น่าจะไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี แต่เมื่อเกิดปัญหาตั้งแต่ปีที่แล้วกระทั่งกลายเป็นทีไอทีวี โฆษณาค่อยๆลดลงหายไป เหลือเพียงแค่ 50-60 ล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น หดตัวไปมากกว่า 50% เลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้นายเขมทัตต์ พลเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวไว้ว่า คงยังตอบไม่ได้ชัดเจนในเวลานี้ว่างบโฆษณาจากช่องทีไอทีวีจะไหลมาเข้าที่โมเดิร์นไนน์มากน้อยแค่ไหน แต่คิดว่าคงจะได้รับผลดีบ้าง
|
|
 |
|
|