Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน26 ตุลาคม 2550
สยามร่วมมิตรโวยรัฐแก้ปัญหาไม่ตรงจุดเตรียมปรับราคาแน่             
 


   
www resources

โฮมเพจ สยามร่วมมิตร

   
search resources

สยามร่วมมิตร, บจก.
Snack and Bakery




สยามร่วมมิตร รับเตรียมขึ้นราคา ตามต้นทุนพุ่ง ระบุแบกรับต้นทุนไม่ไหว โวยกรมการค้าภายใน (คน.) เรียกคุยเดือนพฤศจิกายนเกลี้ยกล่อมให้ตรึงราคาไว้ ชี้รัฐแก้ปัญหาไม่ตรงจุดหากเรียกจริงและให้ได้ผล ต้องดึง 3 ฝ่ายร่วมถกปัญหา

นายสุรเดช นภาพฤกษชาติ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท สยามร่วมมิตร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยว (สแน็ค) อาทิ ฮานามิ รวยเพื่อน และสแน็คแจ๊ค ฯลฯ เปิดเผยว่า บริษัทมีแนวโน้มขึ้นราคาสินค้าในเร็วๆ นี้ จากปัจจุบันที่ขายปลีกราคาซองละ 18-22 บาทขึ้นกับช่องทางจำหน่าย เป็นผลจากบริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าผู้ประกอบการทุกรายจะอยู่ในสภาพเดียวกัน ดังนั้น จึงต้องทำการตลาดอย่างระมัดระวังมากขึ้น

ทั้งนี้นอกจากแผนการปรับราคาขายสินค้าขึ้น บริษัทยังมองว่าการทำตลาดอย่างรอบคอบและใช้เม็ดเงินต้องคุ้มกับการทำตลาด โดยปีหน้าได้ตั้งงบทำตลาดไว้ประมาณ10-15% ของยอดขายรวมเช่นเคย ทำตลาดทั้งหมดของสินค้าทั้งหมดที่บริษัทฯมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มข้าวเกรียบกุ้ง (ฮานามิ,รวยเพื่อน) กลุ่มขนมขึ้นรูป อาทิ คอนพัฟฟ์ สแน็คแจ๊ค และเคนโด้ ส่วนกลุ่มคุ้กกี้ คือ อาร์เซนอล มินิคุ๊กกี้ อาร์เซนอลบิสกิต รวมทั้งการออกรสชาติใหม่มากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับตลาดรวมขนมขึ้นรูปในปีนี้มีมูลค่า 3,500-4,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก ซึ่งสูงสุด เมื่อเทียบกับตลาดมันฝรั่งที่มีมูลค่า 3,500 - 4000 ล้านบาท เช่นเดียวกันซึ่งมองว่ากลุ่มดังกล่าวเริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ภายหลังจากที่ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมไปซื้อสินค้าในกลุ่มขนมขบเคี้ยวแทน

ด้านกรณีของกรมการค้าภายใน (คน.) จะเรียกผู้ประกอบการผลิตสินค้าเข้าหารือ ถึงเรื่องการขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้านั้น มองว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มองว่าไม่สมเหตุสมผล สมควรเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายหารือร่วมกัน กล่าวคือ มีทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ และผู้บริโภค ให้มาร่วมปรึกษาและร่วมตัดสินใจเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

“ที่ผ่านมาบริษัทเคยให้ความร่วมมือกับรัฐมาโดยตลอด ไม่ได้มีข้อโต้แย้งแต่อย่างใด แต่ที่ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมพิจารณาเฉพาะรายใหญ่เท่านั้น ไม่เคยดูราคาสินค้าที่มาจากผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อย เช่น สินค้าโอทอป หรือกลุ่มอาหารที่ไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ซึ่งปัจจุบันมีถึง 50% ของตลาด คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท หรือว่าคิดว่ามันยากแล้วจึงไม่คิดที่จะทำมันมากกว่า ในมุมกลับกันหากว่า คน. แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมองให้กว้าง หากการขอขึ้นราคาเป็นสิ่งที่เราต้องการตั้งแต่แรก ทำไมรัฐต้องประกาศเพิ่มค่าว่าจ้างขึ้นทุกปี รวมทั้งค่าขนส่ง ก็เพิ่ม เราไม่อยากโยนภาระให้กลุ่มผู้บริโภคแต่อย่างเดียวถ้าต้นทุนไม่เพิ่มสูงขึ้นขนาดนี้เราก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นราคา”   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us