|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดกาลตลาดในช่วงเทศกาลกินเจจะมีการเติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมูลค่าตลาดเจในปีนี้จะสูงถึง 6,000 ล้านบาท ซึ่งตลาดกรุงเทพฯจะสูงถึง 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาดเจทั่วประเทศ สำหรับในปีนี้คาดว่าจะมีผู้ให้ความสนใจในการกินเจมากขึ้น เพราะมีการเชื่อมโยงไปสู่ปีมหามงคลในการทำความดีเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,797 คน พบว่า 2 ใน 3 ตั้งใจที่จะกินเจในปีนี้ แต่ทั้งนี้รวมถึงคนที่กินเจบางวัน บางมื้อ ตามแต่โอกาสจะอำนวยด้วย
ปัจจัยต่างๆดังกล่าวจะส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเจปีนี้รุนแรงขึ้น อกีทั้งธุรกิจต่างพยายามอาศัยช่วงโอกาสเทศกาลต่างๆในการดึงดูดกำลังซื้อเพื่อชดเชยยอดขายในช่วงปกติที่ตกต่ำลงจากความไม่มั่นใจของผู้บริโภคทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้มีการจับจ่ายลดลง
สำหรับการแข่งขันในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้หลายค่ายยังคงเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ณ จุดขาย มีการทำโปรโมชั่นเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนเพื่อควบคุมราคาสินค้ามิให้สูงเกินที่ผู้บริโภคจะรับได้ รวมถึงการร่วมกิจกรรมในชุมชนที่มีการจัดมหกรรมกินเจอย่างจังหวัดภูเก็ต ตรัง ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้ยอดขายของธุรกิจมีการเติบโต 5-10% เมื่อเทียบกับยอดขายในช่วงปกติ โดยธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากเทศกาลกินเจ นอกจากร้านอาหารเจที่มีตามตลาดแล้วยังมีในห้างสรรพสินค้า
ทว่าศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าโอกาสอาหารเจสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปทั้งประเภทกระป๋องและอาหารเจแช่แข็งจะมีความได้เปรียบเนื่องจากมีมาตรฐานราคาที่แน่นอน ในขณะที่ร้านอาหารเจแบบตักขายจะมีราคาขายผันผวนไปตามราคาต้นทุนวัตถุดิบซึ่งปกติในช่วงเทศกาลกินเจ ราคาผักผลไม้จะสูงกว่าปกติอยู่แล้ว สำหรับในปีนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าราคาอาหารเจแบบตักขายหรือทำตามสั่งอาจจะปรับสูงขึ้น 5-10 บาท แต่บางร้านอาจใช้วิธีลดปริมาณ โดยยังคงจำหน่ายในราคาเดิม นอกจากนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังแนะนำให้มีการปรับเมนูด้วยการนำวัตถุดิบในการปรุงอาหารเจที่มีราคาถูกกว่ามาทดแทนวัตถุดิบที่มีราคาแพงกว่า เพื่อรักษาราคาให้อยู่ในระดับที่ผู้บริโภครับได้ มิฉะนั้นอาจจะเสียส่วนแบ่งให้กับตลาดอาหารเจกระป๋อง ซึ่งมีหลากเมนูให้ผู้บริโภคเลือกมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ในปีนี้ทางภาครัฐได้เข้ามามีบทบาทในการควบคุมราคาสินค้ามากขึ้น โดยกรมการค้าภายในมีการจัดงาน "ผักสดจากสวนสู่ผู้บริโภค...เทศกาลกินเจ" รวมถึงการขอความร่วมมือกับบรรดาไฮเปอร์มาร์เกตไม่ว่าจะเป็น โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ แม็คโคร และท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ให้จัดมุมธงฟ้าราคาประหยัด พร้อมกับออกตรวจสอบผู้ประกอบการที่ขึ้นราคาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ในส่วนของร้านจำหน่ายวัตถุดิบในการประกอบอาหารเจ จะได้ลูกค้าประเภทร้านอาหารมากกว่า เนื่องจากผู้บริโภคทั่วไปจะนิยมซื้ออาหารเจสำเร็จรูปมากกว่าการซื้อไปประกอบอาหารเอง เพราะมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องของเวลา ความยุ่งยากในการปรุง รวมถึงรูปแบบครอบครัวที่มีขนาดเล็กลง ทำให้การซื้อรับประทานคุ้มกว่าการประกอบอาหารรับประทานเอง
ในขณะที่ซูเปอร์มาร์เกตและศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้าถือเป็นสถานที่จับจ่ายที่ผู้บริโภคนิยมเนื่องจากมีความสะดวกในเรื่องที่จอดรถ มีสาขาครอบคลุมทำให้สะดวกต่อการเดินทาง ตลอดจนความสะอาดของสถานที่และมีที่นั่งให้ผู้บริโภครับประทานอาหารนอกบ้าน ส่งผลให้สามารถดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการได้มาก อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมและโปรโมชันต้อนรับเทศกาลกินเจ เช่น เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีการทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท เพื่อจัดงาน "อาหารเจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย" ดึงร้านอาหารกว่า 400 ร้าน 3,000 กว่าเมนู กระจายให้บริการอาหารเจ บนพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร ณ อีเวนต์ฮอลล์ ใน เดอะมอลล์ พารากอน และเอ็มโพเรียม ชูกลยุทธ์ Green Marketing ผุดรายการ Organic Lovers ขนสินค้าผักผลไม้ปลอดสารพิษหลากหลายรายการ เอาใจคนรักสุขภาพ ตลอดจนการตกแต่งห้างให้มีบรรยากาศแห่งการรักษาศีลกินเจ รวมถึงนำกิจกรรมสุขภาพมาดึงดูดลูกค้า เช่น การสาธิตการฝึกโยคะ การจัดนิทรรศการเทพเจ้าของจีน กิจกรรม Cooking Class และการทำบุญให้แก่สถานสงเคราะห์และหน่วยงานสาธารณกุศลต่างๆ โดยตั้งเป้ารายได้ 10 วันในช่วงกินเจ 30 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วน ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ในเครือเซ็นทรัลมีการทำโครงการ “กินเจ สร้างกุศลจิต คิดดี ทำดีเพื่อพ่อ” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งรณรงค์ให้คนไทยตื่นตัวและตั้งใจที่จะกระทำความดี เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นของขวัญในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลถือศีลทานเจ โดยกิจกรรมในงานจะประกอบด้วย การร่วมประกาศเจตนารมย์ทานเจถวายแด่องค์ พ่อหลวงพร้อมกัน การร่วมเจริญสมาธิพร้อมกัน การเสวนาในหัวข้อ “ถือศีลกินเจ ทำดีเพื่อพ่อ” การร่วมแสดงพลังปณิธานความดี ผ่านใบความดีและต้นราชพฤกษ์ ขณะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเองก็มีการจัดกิจกรรมรับเทศกาลกินเจโดยแต่ละสาขาจะมีรูปแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละสาขาเพื่อตอบสนองความต้องการและกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงเทศกาลกินเจ
นอกจากนี้ยังมีสินค้าและบริการอื่นๆที่พยายามเกาะกระแสการกินเจเพื่อเพิ่มยอดขาย เช่น ร้านอาหารเอสแอนด์พีมีการพัฒนาเมนูอาหารกล่องสูตรเจภายใต้ชื่อ "ควิกมีลเจ" ซึ่งจะมีจำหน่ายตลอดเดือนแห่งการกินเจในราคากล่องละ 54 บาท และคาดว่าจะส่งผลให้ยอดขายในเดือนตุลาคมสูงกว่าเดือนกันยายน 10% คิดเป็นปริมาณขาย 15,000 กล่อง หรือ 1 ล้านบาท สำหรับอาหารเจแบบกล่องในช่วง 1 เดือน ในขณะที่บรรดาเครื่องปรุงรสไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว หรือซอส ต่างโหมกิจกรรม ร่วมกับโรงเจต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขาย เช่นเดียวกับนมถั่วเหลืองและเครื่องดื่มธัญพืชที่เพิ่มความถี่ในการจัดกิจกรรมการตลาดในช่วงเทศกาลกินเจ
|
|
 |
|
|