|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
วานนี้ (2 ต.ค.50) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่ เฉพาะในส่วนของการก่อสร้างงานโยธา จำนวน 3.12 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลโครงการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2550 เริ่มก่อสร้างประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน
มติครม. ดังกล่าว นับเป็นข่าวดีของวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ไปกว้านซื้อที่ดินไว้ล่วงหน้า นับตั้งรัฐบาลชุดที่ผ่านมามีแผนจะก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีดังกล่าว แต่ก็ล้มลุกคลุกคลาน จนหลายคนเลิกรอโครงการนี้ไปแล้ว หันมาทำตลาดโดยไม่อิงรถไฟฟ้า และเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมาภาวะตลาดอสังหาฯ กลับซบหนักขึ้น เนื่องจากปัจจัยลบหลายประการ อาทิ ปัญหาการเมือง โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ผลักดันให้ผู้ที่คิดจะซื้อที่อยู่อาศัย หันไปซื้อคอนโดมิเนียมในเมืองอยู่อาศัยแทน เพราะต้องการลดค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง ทำให้โครงการบ้านจัดสรรย่านรัตนาธิเบศน์ บางบัวทอง ซบเซาลงไป โดยเฉพาะย่านราชพฤกษ์ ที่มีบ้านหรูจำนวนหลายโครงการ
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เปิดเผยว่า ในระยะสั้นจะทำให้เกิดโครงการจัดสรรจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในย่านรัตนาธิเบศน์ ส่วนในช่วงตั้งแต่ช่วงต้นสายนับจากสถานีบางซื่อไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา จะเกิดการพัฒนาคอนโดมิเนียมจำนวนมาก และเมื่อข้ามสะพานพระนั่งเกล้าไปจนถึงทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า จะเกิดโครงการคอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 1-1.5 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ถัดออกไปจนถึงบางใหญ่ - บางบัวทองจะเกิดการจัดสรรโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์มากขึ้น
“ รูปแบบดังกล่าวจะเหมือนกับเมืองใหญ่ใกล้บ้านเรา เช่น เซี่ยงไฮ, ฮ่องกง ทำเลใกล้สถานีเกิดโครงการคอนโดฯ ปลายสถานีเกิดโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และการเกิดของโครงการจะทยอยเกิดโครงการตามความคืบหน้าของการก่อสร้างรถไฟฟ้า” นายธีระชนกล่าว
สำหรับบริษัท มีที่ดินรอการพัฒนา(แลนด์แบงก์)ในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงเกือบ 1,000 ไร่ ได้แก่ ที่ดินย่านสระพานพระนั่งเกล้า โครงการมาสเตอร์ พีค จำนวน 3 โครงการ รวม 300 ไร่ , ถนนราชพฤกษ์เกือบถึงถนนรัตนาธิเบศน์ จำนวน 200 ไร่ ซึ่งแปลงนี้ บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาสินค้าแบบผสมผสาน(Mix Product) เพราะเป็นที่ดินแปลงใหญ่ และย่านบางใหญ่จำนวน 300 ไร่ ที่ดินเหล่านี้ซื้อในช่วงรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ปัจจุบันได้ทยอยพัฒนาเป็นเฟสๆ จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ทำแคมเปญแรงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า โดยจะไม่เปิดขายทั้งโครงการในคราวเดี่ยว เพราะจะเป็นการช็อกตลาดเกินไป
แหล่งข่าวจากวงการอสังหาฯ กล่าวว่า นอกจากบริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เฟอร์เฟคฯ ที่กว้านซื้อที่ดินในย่านดังกล่าวแล้ว รายล่าสุดที่เข้าไปทำตลาดในย่านนี้ คือ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) มีที่ดินในพอร์ตจำนวนมากเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮาส์ จำกัด (มหาชน) มีที่ดินกว่า 300 ไร่ ล่าสุดซื้อที่ดินขนาด 16 ไร่ ย่านสะพานพระนั่งเกล้าเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ราคาประมาณ 1.5 ล้านบาท
ด้านนางชนิศา เวชยาศรมพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบีที สมาร์ท พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือกลุ่มบริษัทบัวทอง พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า การเกิดรถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่งผลดีต่อโครงการที่อยู่อาศัยในย่านนี้อย่างแน่นอน ทำให้พื้นที่ในย่านนี้เจริญขึ้น กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ มีมากขึ้น ซึ่งความใฝ่ฝันของคนไทยต้องการอยู่อาศัยในบ้านเดี่ยวมากที่สุด แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันปรับขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่คิดจะซื้อที่อยู่อาศัย หันไปซื้อคอนโดมิเนียมในเมือง เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง ทำให้ตลาดบ้านจัดสรรในย่านนี้ซบเซาลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะบ้านหรูย่านราชพฤกษ์ ในขณะที่บ้านเดี่ยว ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทยังพอไปได้
“เมื่อมีรถไฟฟ้าจะทำให้คนหันมาซื้อบ้านย่านนี้มากขึ้น คนรุ่นใหม่ ครอบครัวใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ในเมืองอีก แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่กระเตื้องขึ้น แต่ก็เชื่อว่าคนยังมีกำลังซื้ออยู่ เพียงแต่กำลังซื้อมีน้อยลง กู้เงินได้น้อยลง เพราะค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแบงก์ให้วงเงินกู้น้อยทำให้ซื้อบ้านได้หลังเล็กลง”
สำหรับโครงการที่บริษัทรับบริหารงานขายและการตลาดในโซนนี้มีจำนวน 7 โครงการ มูลค่าขายประมาณ 1,200 ล้านบาท แบ่งโครงการจัดสรรของกลุ่มบัวทอง ในแบรนด์ ทิพพิมานประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ ราคาประมาณ 1.5 ล้านบาท
นายวิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน ) หรือเอพี กล่าวแสดงความเห็นว่า การที่ครม.อนุมัติให้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถือว่าเป็นการเปิดหน้าดินในย่านดังกล่าว ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้ามีความคึกคักมากขึ้น เกิดที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ทำเลใดที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าก็จะทำให้เกิดโครงการคอนโดมิเนียม อาทิ ย่านติวานนท์ ห่างออกไปหรือปลายทางสถานีจะเกิด ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านเดี่ยว ส่วนระดับราคาคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากมีระบบสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น
|
|
 |
|
|