
POCARI SWEAT เป็นที่รู้จักมักคุ้นของคนญี่ปุ่นมานาน จัดเป็นเครื่องดื่มที่มี Turnover Rate ของสินค้ายาวนานที่สุดแบรนด์หนึ่ง ซึ่งนอกจากจะมีรสชาติอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วยังมีการพัฒนารูปแบบของบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่องมาตลอด 27 ปี จนเมื่อเร็วๆ นี้ได้นำขวด Eco-Bottle มาใช้เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น ซึ่งช่วยลดการปล่อย CO2 สู่บรรยากาศโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ
จุดเริ่มต้นของ POCARI SWEAT ไม่ได้เกิดขึ้นจากการพัฒนาสูตรตำรับในห้องวิจัยเหมือนอย่างเครื่องดื่มเกลือแร่ชนิดอื่นๆ แต่ถือกำเนิดจากประสบการณ์ตรงของ ผู้จัดการบริษัท Otsuka Pharmaceutical ซึ่งเกิดภาวะร่างกายอ่อนเพลียเนื่องจากการขาดน้ำจนต้องเข้ารับการรักษาในระหว่างการติดต่อธุรกิจยังต่างประเทศ
ถึงจะพยายามดื่มน้ำมากๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ก็ตามแต่สภาวการณ์ในขณะนั้นการหาน้ำดื่มที่สะอาดสำหรับผสมเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ขึ้นมาเองนั้นก็ทำได้ยากลำบากเต็มที หลังจากเดินทางกลับถึงญี่ปุ่นแล้วไอเดียของเครื่องดื่มเกลือแร่สำเร็จรูปชนิดใหม่ได้เริ่มต้นจนกระทั่งออกเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเกลือแร่สำเร็จรูปสู่ตลาดในปี 1980
ด้วยส่วนผสมของวิตามินซีกับเกลือแร่หลายชนิดที่จำเป็นสำหรับร่างกายปรุงแต่งกลิ่นองุ่นและรสหวานอ่อนๆ (ให้พลังงาน 27 kcal/100 ml) บรรจุในกระป๋องอะลูมิเนียมทรงสูง 245 ml มีอักษรคาทาคานะสีน้ำเงินบนแถบขาวกลายเป็นเครื่องดื่มชนิด Ion Supply ที่ติดตลาดอย่างรวดเร็วเหมาะสำหรับคนไข้ที่ร่างกายสูญเสียน้ำมาก นักกีฬา เรื่อยไปจนถึงแพทย์ที่อยู่ระหว่างทำการผ่าตัดเป็นเวลานานหลายชั่วโมงติดต่อกัน
ชื่อของ POCARI SWEAT ได้รับการกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่งเมื่อบริษัท Otsuka Pharmaceutical ประสบความสำเร็จในการ พัฒนาเทคนิคการบรรจุขวดแบบใหม่ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นหนึ่งด้วยการประยุกต์ใช้เทคโน โลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิตได้อย่างชาญฉลาด และยังสามารถแสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
เทคนิคการบรรจุขวดแบบใหม่ที่เรียกว่า Positive Pressure Sterile Filling Method อาศัยหลักการเพิ่มความดันภายใน ขวด PET บรรจุเครื่องดื่มภายใต้สภาวะปลอด เชื้อที่อุณหภูมิห้องจากนั้นผ่านก๊าซไนโตรเจน ในขณะผนึกฝาปิดขวด
เทคนิคใหม่นี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนในขั้นตอนการบรรจุขวดเหมือนกระบวน การผลิตวิธีเดิมซึ่งต้องใช้ขวด PET ที่มีความแข็งและทนความร้อนได้ดี ผลที่ตามมาก็คือสามารถลดปริมาณเม็ดพลาสติก (PET Resin) ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขวด PET ลงได้ 30% หรืออาจพูดอีกอย่างหนึ่งว่า น้ำหนักขวด PET ลดลงจากเดิม 27 กรัม เหลือเพียง 18 กรัม
จากแนวคิดรวบยอดในการพัฒนาและออกแบบขวด Eco-Bottle นี้อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่มทั่วไป หากแต่ในความเป็นจริงแล้วการลดน้ำหนักขวด PET ลงได้ 9 กรัมนี้ เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่ท้าทายความสามารถของทีมวิจัยที่ฐานการ ผลิต POCARI SWEAT ในจังหวัด Saga บนเกาะ Kyushu ซึ่งทุ่มเทเวลา 1 ปีเต็มจนได้ขวด Eco-Bottle ออกมาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นและอาจเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของโลกด้วย
แม้ว่าน้ำหนักของขวดจะลดลงไปได้ก็ตามแต่มีการพิสูจน์และทดสอบความแข็งแรงของคอขวดและผนังขวดจนมั่นใจได้ว่าขวด PET แบบ Eco-Bottle นี้จะไม่เกิดการรั่วซึม มีความทนทานเท่ากับขวด PET แบบเก่ารวมถึงมีความปลอดภัยสามารถรักษาสภาวะปลอดเชื้อของเครื่องดื่มได้จนถึงมือผู้บริโภค
ผนังขวดที่บางลงนี้ยังเพิ่มความสะดวกโดยเฉพาะกับแม่บ้านหรือสุภาพสตรีที่สามารถยุบขวด Eco-Bottle ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวเพื่อลดปริมาตรขวดก่อนแยกทิ้งขยะเพื่อนำไป Recycle กลับมาใช้ใหม่ได้
นอกจากนี้ Eco-Bottle ยังสอดรับกับ Containers and Packing Recycling Law (CPRL) ซึ่งมีผลบังคับใช้มานับถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 10 พอดี
สาระของ CPRL ว่าด้วย 3R ได้แก่ Recycle, Reuse, Reduce ซึ่งมุ่งเน้นการลดปริมาณขยะ, ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ โดยการนำกลับมาใช้ซ้ำ
ในแต่ละปีจะมีขยะจากครัวเรือนรวมกันจากทั่วประเทศญี่ปุ่นประมาณ 50 ล้านตัน ซึ่ง 60% ของปริมาณขยะเหล่านี้หรือราว 30 ล้านตัน เป็นขยะประเภทบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวด แก้ว ถุงพลาสติก กล่องกระดาษ กระป๋องอะลูมิเนียมที่สามารถ "Recycle" นำกลับมาใช้ใหม่ได้
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชิ้นสามารถถอดนำกลับมาใช้ใหม่ได้สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องไฟฟ้าบางประเภท หรือแม้กระทั่งธุรกิจสินค้ามือสองหรือตลาดนัดเปิดท้ายขายของก็ล้วนแต่อยู่ในข่ายของ "Reuse" ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในญี่ปุ่น
ตัวอย่างหนึ่งของ "Reduce" ที่ชัดเจน ได้แก่ ขวด Eco-Bottle 500 มล. ของ POCARI SWEAT ที่สามารถกล่าวได้ว่าเป็น Big Reduce ยกตัวอย่างในกรณีการผลิต 3 ร้อยล้านขวดภายใน 1 ปี จะสามารถลดการใช้เม็ดพลาสติกในการขึ้นขวด PET ได้ 2,700 ตัน ซึ่งจะประหยัดปริมาณน้ำมันดิบที่เป็นวัตถุดิบสำหรับเม็ดพลาสติกได้ถึง 4,000 KL ด้วยปริมาณน้ำมันดังกล่าวหากนำมาเติมรถยนต์ซึ่งแล่นด้วยความเร็ว 10 km/lL แล้วจะสามารถแล่นรอบโลกได้ถึง 950 รอบ
ในขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันดิบที่ลดลงไปได้นั้นเท่ากับเป็นการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกลงได้ประมาณ 8,300 ตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับปริมาณก๊าซ CO2 ที่ปล่อยจากบ้านเรือนได้ 1,500 ครัวเรือนต่อปี
หากเปรียบขวด Eco-Bottle 500 มล. ของ POCARI SWEAT เป็นขวด PET แม่แบบสำหรับเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ แล้วการเปลี่ยนมาใช้ขวด Eco-Bottle เพิ่มขึ้นในอนาคตนั้นคาดว่าสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้ไม่น้อยทีเดียว
เมื่อหลายปีก่อนนั้นประเด็น "โลกร้อน" อาจเป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่าไกลตัวแต่ปัจจุบันถือเป็นภารกิจของทุกคนที่ควรจะร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาสภาวะเรือนกระจกก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสายเกินไป
|