|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ ตุลาคม 2550
|
 |

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า "เมืองจตุคามฯ" อย่างนครศรีธรรมราช ไม่ได้มีดีแค่เป็นแหล่งกำเนิดขององค์เทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนทั่วบ้านทั่วเมืองสักการะ ไม่ได้เป็นเพียงเมืองศาสนาที่ร่ำรวยด้วยอารยธรรมผ่านวัดวาอารามจำนวนมากเท่านั้น และไม่ได้เป็นเพียง "เมืองของนักเลงการเมือง" แต่ที่นี่ยังมีหาดทรายขาวบริสุทธิ์สวยงามและมีรีสอร์ตสวยหรูซึ่งซุกตัวอย่างสงบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจนหลายคนอาจไม่เคยรู้
ถ้าพูดถึงการท่องเที่ยวในทะเลฝั่งอ่าวไทย หลายคน คงนึกถึงเกาะสมุยเป็นปลายทางแห่งแรก และเกาะพะงันก็อาจจะเป็นจุดหมายแห่งที่สอง ทว่า สำหรับคนที่ฝันหาชายทะเลที่สวยงามและเงียบสงบไปพร้อมกัน ทั้งเกาะสมุยและเกาะพะงันอาจไม่ใช่คำตอบที่ตรงใจนัก
แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ห่างจากท่าเรือดอนสักที่จะข้ามไปเกาะสมุยแค่เพียง 15-20 นาที บนแผ่นดินใหญ่ของอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็มี "หาดในเพลา" ซึ่งเป็นหาดทรายสีขาวละเอียด และทิวทัศน์ของทะเลสวยงาม ไม่แพ้หาดละไม หรือหาดเฉวงบนเกาะสมุย
จะต่างกันก็ตรงที่นี่ยังเป็นแหล่ง (น่า) ท่องเที่ยวที่เงียบสงบ และบริสุทธิ์ เพราะยังปลอดจากขบวนพาเหรด ของเหล่ามหาทุนทั้งไทยและเทศ ที่ระดมเข้ามาชำเราธรรมชาติที่งดงามให้เสื่อมโทรม
หาดในเพลา เป็นหาดที่อยู่ทางตอนใต้สุดของอ่าวขนอม เป็นหาดทรายขาวเนียนยาวโค้งครึ่งวงกลมขนานกับแนวภูเขา โดยรอบมีความเป็นธรรมชาติที่งดงามด้วยสวนมะพร้าว หาดในเพลาเป็นที่รู้จักของคนนคร และนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ชอบความเงียบสงบ มาเป็นเวลานานแล้ว
ศักยภาพของทำเลที่เป็นอย่างนี้ ทำให้หาดในเพลามีโรงแรม จำนวนหนึ่งเกิดขึ้นมารองรับนักท่องเที่ยว แต่ถ้าพูดถึงรีสอร์ตระดับห้าดาวเทียบชั้นรีสอร์ตหรูบนเกาะสมุยได้แล้ว ณ เวลานี้คงไม่มีชาวขนอมคนไหนไม่รู้จัก "ราชาคีรี รีสอร์ท แอนด์ สปา"
ด้านหน้าของโรงแรมติดทะเลที่มองเห็นได้ไกลสุดสายตา ในวันฟ้าใสมองเห็นเกาะสมุยได้อย่างชัดเจน ขณะที่เบื้องหลังของโรงแรมเป็นภูเขาใหญ่ที่ยังคงความเขียวขจีตั้งแต่ทางขึ้นเขาเข้าสู่โรงแรม สมกับเป็นรีสอร์ต ส่วนทิวทัศน์ที่งดงามและความเงียบสงบกลับกลายเป็นความหรูที่ไม่ต้องลงทุนประดิษฐ์ ทำให้โรงแรมแห่งนี้เป็นราวราชาแห่งขุนเขาสมชื่อ
ราชาคีรีฯ เกิดการร่วมทุนระหว่างพี่น้อง 11 คนแห่งตระกูล "พยุหนาวีชัย" หมายรวมถึง พี่ชายคนโต ซึ่งก็คือ ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริการผลิตภัณฑ์และการตลาดสินเชื่อผู้บริโภค ธนาคารกสิกรไทย และยังมีวิชิต พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย
ทันทีที่เจ้าของที่ชื่อ "ขนาบน้ำ ไดมอนด์ คลิฟ รีสอร์ท" ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารขนาบน้ำที่กรุงเทพฯ ตัดใจขายที่ดินผืนงามตรงหาดในเพลาแห่งนี้ ครอบครัวพยุหนาวีชัยที่คร่ำหวอด อยู่ในวงการซื้อขายที่ดินทำเลสวยก็ไม่ลังเลที่จะลงไปจับจอง
"ปกติที่บ้านจะซื้อขายที่ดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนใหญ่ก็จะซื้อมาขายไป ยกเว้น ทำเลตรงนั้นจะสวยจริงๆ ก็อาจจะลงทุนเป็นโรงแรม หรืออพาร์ตเมนต์" สุมาลี พยุหนาวีชัย น้องสาว คนเล็กของบ้านเล่า
The Legacy Hotel ย่านงามวงศ์วานเป็นตัวอย่างหนึ่ง
สุมาลีเชื่อว่า มีอยู่ 2 เหตุผลที่ทำให้พี่และเธอพร้อมใจลงทุนสร้างรีสอร์ตแห่งแรกของครอบครัว ทั้งที่ทำเลที่ตั้งก็ห่างไกลจากกรุงเทพฯ ถึง 780 กิโลเมตรเลยทีเดียว
ข้อแรกก็คือทำเลตรงนี้ใกล้เกาะสมุย และธรรมชาติของที่นี่ก็งดงามไม่แพ้เกาะสมุย เหตุผลอีกข้อ เธอเชื่อว่าเป็นพรหมลิขิตที่ชักนำเธอมาพบสามี ซึ่งเป็นลูกชายของนักธุรกิจเจ้าของเหมืองแร่ ท่าเทียบเรือ และโรงแรมเก่าแก่บนหาดในเพลา ที่ชื่อ "สุภา รอยัล บีช"
ราชาคีรีฯ เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เพียงไม่นาน รีสอร์ตแห่งนี้ก็กลายเป็นความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจของคนนคร
"เรียกว่า เราเป็นรีสอร์ตห้าดาวแห่งเดียวในเมืองนครก็ว่าได้ คนนครเองพอมีเพื่อนฝูง หรือแขกมาหาเขาก็จะบอกให้มาที่นี่ เหมือนเราเป็นแลนด์มาร์คของนคร ไปแล้ว" สุมาลีกล่าวอย่างยินดี
โรงแรมนี้ใช้งบลงทุนร่วม 200 ล้านบาท เป็นค่าที่ดิน ออกแบบ ตกแต่ง และวัสดุของใช้ โดยคอนเซ็ปต์การตกแต่งภายในของโรงแรมเป็นสไตล์โคโลเนียล สมัยรัชกาลที่ 5 แบบประยุกต์ผสมอารมณ์ของศิลปะแบบชวานิดๆ บาหลีหน่อยๆ เข้าถึงอารมณ์ของทำเล ที่ตั้งได้เป็นอย่างดี
ด้วยตัวโรงแรมทอดติดริมหาดในเพลายาวถึง 1 กิโลเมตร ห้องพักทั้ง 33 ห้องจึงสามารถมองเห็นทะเลได้ในเกือบทุกมุมของห้อง แม้กระทั่งขณะนอนแช่น้ำอุ่นอยู่ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ภายในห้องน้ำ ถือเป็นเสน่ห์ในการเข้าพัก ณ โรงแรมนี้
สำหรับคนที่อยากผ่อนคลายและ "รีเฟรช" ร่างกายด้วยการนวด ที่นี่ก็มีทรีตเมนต์ ต่างๆ ไว้ให้บริการ ภายใต้ชื่อ "สิขารา สปา" รวมทั้งยังมีฟิตเนส ห้องซาวน่า และห้องประชุมไว้คอยให้บริการครบครันไม่ต่างจากโรงแรมเชนใหญ่ๆ
นอกจากตัวฮาร์ดแวร์ที่เป็นตัวตึกและธรรมชาติที่สวยงาม อีกความงดงามที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนมักติดใจก็คือ ผิวเข้มๆ และรอยยิ้มของคนใต้ รวมถึงบริการที่จริงใจแบบคนท้องถิ่น
สุมาลีมองว่า การทำการตลาดสำหรับโรงแรมที่ไม่ได้อยู่ในจุดที่เป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยว จะว่ายากก็ยาก แต่สำหรับเธอ อาจจะดูง่าย เพราะมีข้อดีที่ทำเลอยู่ใกล้กับเกาะสมุย นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนนึกภาพออกว่า เกาะสมุยอยู่ตรงไหนและสวยงามอย่างไร
แต่เธอจะตบท้ายทุกครั้งว่า ที่นี่งามแบบ "อันซีน สมุย" เมื่อกว่า 10 ปีก่อน ไม่ใช่ เกาะสมุย ณ วันนี้
ทั้งนี้ ลูกค้าที่ชอบดำน้ำที่หมู่เกาะอ่างทอง หากนั่ง speedboat จากหาดในเพลาจะใช้เวลาเพียงชั่วโมงครึ่ง ไล่เลี่ยกับเวลาที่นั่งไปจากเกาะสมุย หรือหากจะไปเกาะสมุย ก็ใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมง (นั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือดอนสักไปเกาะสมุย ใช้เวลาราว 1.30 ชม.)
อันที่จริงอ่าวขนอมซึ่งประกอบด้วยหาดสวยงามมากมายหลายหาด รวมถึงหาดในเพลา กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติเริ่มนิยมมาเที่ยวอย่างเงียบๆ ตั้งแต่ 2-3 ปีที่แล้ว โดยครั้งแรกๆ เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ล้นมาจากเกาะสมุย ที่อยากหนีความพลุกพล่านวุ่นวายและแสงสีของไฟดิสโก้ มาสัมผัสกับทะเลสีฟ้าและหาดทรายเนียนขาวที่ดูสะอาดตาและบริสุทธิ์กว่า
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สุมาลีตั้งไว้เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับ high-end ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่ต้องการสัมผัสกับความงามที่เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์และบรรยากาศแห่งการพักผ่อนที่แท้จริง สนนราคาเริ่มต้นที่ครึ่งหมื่นต่อคืนจนถึงหมื่นต้นๆ
เท่าที่มีการมีการเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการมาเกือบปี ลูกค้ากว่า 95% จะประทับใจและหลงใหลกับธรรมชาติของที่นี่ โดยเฉพาะกลุ่มสแกนดิเนเวีย เยอรมนี และฝรั่งเศส ที่ชื่นชอบมากถึงกับลงทุนมาสร้างโครงการหมู่บ้านขนาดใหญ่ใกล้กับทำเลที่ตั้งของราชาคีรี
เสน่ห์อีกอย่างของการมาพักที่ราชาคีรีฯ ยังอยู่ที่กิจกรรมต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้สัมผัส นั่นก็คือ การล่องเรือตังเกเพื่อออกไปตกหมึกกับชาวเลท้องถิ่นของที่นี่ หรือนั่งเรือชมปลาโลมาสีชมพูที่หาดูยากขึ้นทุกวัน แต่พวกมันกลับมารวมตัวกันเป็นเจ้าถิ่นแห่งท้องอ่าวเสด็จ เหนือสุดของอ่าวขนอม เป็นต้น
ด้วยความงดงามเยี่ยงชายหาดแห่งเกาะสมุย ประกอบกับกิจกรรมที่ใกล้ชิดวิถีชีวิตและวิถีธรรมชาติ เชื่อได้ว่า ไข่มุกแห่งอ่าวไทยเม็ดนี้จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของฝั่งอ่าวไทยอีกแห่งในไม่ช้า
แต่สิ่งที่น่าตระหนักก็คือ การท่องเที่ยว ไม่ได้นำมาเพียง "ความเจริญ" แต่ยังมีเงาที่ตามติดมา นั่นก็คือ "ความหายนะ" ของธรรมชาติที่งดงามและวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น หากแหล่งท่องเที่ยวนั้นมีการบริหารจัดการที่มีฐานรากมาจากความละโมบเป็นที่มั่น ซึ่งเกาะสมุยก็อาจจะเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
|
|
 |
|
|