ที.ซี.ยูเนี่ยนฯ โดดสมรภูมิตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ ทุ่มงบ 50 ล้านบาท ส่งเวคกี้ รีลีฟ สร้างเซกเมนต์เครื่องดื่มดีท็อกซ์ บริ๊งค์ คอลลาเจน ยึดหัวหาดก่อนคู่แข่ง ส่วนกลางปีหน้าละเลงศึกสปอร์ตดริงก์ อัดฉีดงบตลาด 120 ล้านบาท ปีแรกกวาด 400 ล้านบาท สนลุยตลาดยาเสริมทัพ
นายปิติ กิตติธีรพรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.ซี.ยูเนี่ยน โกลบอล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แก้อาการเมาค้างเวคกี้ เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ลงทุน 50 ล้านบาท เพื่อผลิตสินค้ากลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์หรือเครื่องดื่มที่มีโภชนาการเฉพาะด้าน เพราะมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ขณะนี้มีมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการ อาทิ อะมิโน โอเค,ไอเฟิร์ม และไอ-เฮลธ์ธี คิว เท็น แต่คาดว่าภายใน 5 ปีนี้มูลค่าตลาดขยับเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาท จากแนวโน้มกระแสสุขภาพที่มาแรง และอายุของผู้ดื่มที่มีแนวโน้มลดลง จากปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นวัยทำงาน และในอนาคตจะเข้าสู่ธุรกิจยาเพิ่มเติม แม้ว่าการขึ้นทะเบียนค่อนข้างยุ่งยาก
การตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ บริษัทฯจะใช้แบรนด์เวคกี้ ส่วนกลุ่มเพื่อความงามภายใต้แบรนด์บริ๊งค์ วางตำแหน่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บรรจุภัณฑ์จึงเป็นรูปแบบขวดเหมือนเวคกี้มากกว่าจะเป็นขวดเพ็ท โดยจะเปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รายการ นำร่องเปิดเซกเมนต์ใหม่ เครื่องดื่มดีท็อกซ์หรือล้างสารพิษแบรนด์เวคกี้ รีลีฟ ในช่วงปลายปีนี้ และบริ๊งค์ คอลลาเจน ส่วนกลางปีหน้าเปิดตัวเครื่องดื่มสปอร์ตดริงก์แบรนด์เวคกี้ ทั้ง 3 ตัว เป็นบรรจุภัณฑ์ชนิดขวด ขนาด 100 มล. ราคา 25 บาท เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยทำงานอายุ 20-30 ปี
ในช่วง 3 เดือนจะใช้งบตลาด 40 ล้านบาท ในกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันดริงก์ ส่วนปีหน้าวางงบทั้งปี 80 ล้านบาท มุ่งเน้นการให้ข้อมูลความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจ วางจำหน่ายผ่านร้านค้าสะดวกซื้อ โมเดิร์นเทรด และตู้แช่ คาดว่า ปีหน้ากลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์จะสร้างรายได้ 400 ล้านบาท แบ่งรายได้กลุ่มเพื่อสุขภาพ 50% และความงาม 50% โดยในอนาคตบริษัทฯวางให้ฟังก์ชันนัลดริงก์และโอเม็กซ์-ทรีเป็นสินค้าสร้างรายได้หลัก
สำหรับผลประกอบการช่วง 8 เดือน เติบโต 10% คาดว่าสิ้นปีนี้เติบโต 10% หรือมีรายได้ 250 ล้านบาท แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบริ๊งค์,ยูสลิม และไนท์สลิม 40% ผลิตภัณฑ์แก้อาการเมาค้างเวคกี้ 40% โอเม็กซ์ ทรี 10% และอื่นๆ 10% ทั้งนี้การเติบโตมาจากกลุ่มน้ำมันปลาทูน่าซึ่งโตถึง 30% ส่วนกลุ่มเสริมอาหารบริ๊งค์,ยูสลิม และไนท์สลิม เติบโตลดลง เนื่องจากผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่า 3,000-4,000 ล้านบาท ในปีนี้ไม่มีการเติบโต
|