"ลาวกำลังเข้าสู่ยุคฟื้นฟูประเทศ หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายให้เอกชนเข้ามาจัดการลงทุนมากขึ้น
หนทางหนึ่งของการลงทุนฟื้นฟูอยู่ที่บทบาทสำคัญของบริษัทที่ปรึกษาซึ่งกำลังเฟื่องฟูอย่างมาก"
ถ้าหากพิจารณาจากจำนวนของบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจในเวียงจันทร์แล้ว จะพบว่าลาวกำลังเผชิญกับความยุ่งยากจากการพัฒนาประเทศอยู่ไม่น้อยทีเดียว
เพราะนับจากปี 1988 เป็นต้นมา มีบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจทั้งประเภทให้บริการทั่วไปและให้คำปรึกษาเฉพาะด้านผุดขึ้นเป็นจำนวนนับสิบแห่ง
ในขณะที่ประเทศเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติและเริ่มปล่อยให้ระบบเศรษฐกิจเป็นไปอย่างเสรีมากขึ้น
ผู้ที่ก่อตั้งกิจการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นอดีตข้าราชการซึ่งมีประสบการณ์และสายสัมพันธ์ที่สามารถเข้าถึงกลไกของระบบราชการได้
นอกจากนั้นก็จะเป็นชาวต่างชาติที่พำนักในลาวที่เล็งเห็นว่าดินแดนซึ่งมีชาวนาอยู่จำนวน
4 ล้านคนและไม่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลเลยแห่งนี้ แท้จริงแล้วกลับอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติทั้งน้ำมันและแร่ธาตุต่าง
ๆ
สำหรับธุรกิจที่ปรึกษาที่ให้บริการเฉพาะด้านก็มีอาทิบริษัทบูรพา ดีเวลลอปเมนท์
ซึ่งถนัดทางด้านป่าไม้ เอชอีซี ผู้เชี่ยวชาญด้าน วิศวกรรมพลังน้ำ เอสเค คอนซัลแทนท์
ทางด้านการก่อสร้าง เอสเอ็มอีดี ทางด้านการพัฒนาชนบท หรือเอซีอี ซึ่งถนัดในธุรกิจการตรวจสอบบัญชี
นอกจากนั้นยังมีที่ปรึกษาอีกบางส่วนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านอื่น ๆ อีก
แล้วแต่ภูมิหลังทางด้านภาษาและวัฒนธรรม อย่างกรณีของ วิบูน พะนะจักชาวลาวที่อพยพไปอยู่ที่ฝรั่งเศส
ปัจจุบันกลับมาตั้งบริษัทที่ปรึกษาทางด้านธุรกิจจากฝรั่งเศสเท่านั้น นอกจากนั้นก็มีบริษัทที่ปรึกษาบางแห่ง
เช่น เอซีอี ของดาววอน พะจันทะวง ซึ่งให้บริการกับบริษัทหลายสัญชาติด้วยกัน
ส่วนหนึ่งก็เนื่องจากว่าตัวดาววอนเองนั้นมีความสามารถใช้ภาษาทั้งลาว ไทย
ฝรั่งเศส อังกฤษและเวียดนาม
เอซีอี เป็นชื่อกิจการที่ย่อมาจาก ACCOUNTING CONSULTANCY ENTERPRISE ก่อตั้งเมื่อปี
1989 ด้วยทุนเรียกชำระแล้ว 10,000 ดอลลาร์ โดยผู้ถือหุ้นกิจการราว 30 รายนั้นเป็นข้าราชการระดับสูงจากกระทรวงอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์,
นักธุรกิจในท้องถิ่นและชาวต่างชาติอีก 4 ราย ส่วนผลกำไรต่อปีนั้นตกราว 37,500
ดอลลาร์
ธุรกิจที่เอซีอีดำเนินการนั้นมีทั้งส่วนของบริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการฝึกอบรม
บริการโทรสารและเลเซอร์-พรินติ้ง นอกจากนั้นยังจำหน่ายคอมพิวเตอร์ ระบบโทรศัพท์และอุปกรณ์สำนักงานอัตโนมัติ
โดยมีอรพิม อินถาวง ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมเจ้าอนุ ในเวียงจันทร์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่
ส่วนตัวดาววอนซึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไปนั้น เคยเรียนรู้กลยุทธ์การค้ากับผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเศสตั้งแต่ก่อนปี
1975 หลังจากนั้นเข้าทำงานในกรมบัญชีของกระทรวงอุตสาหกรรมอีก 7 ปี ก่อนจะออกมาจับงานในภาคธุรกิจ
เอซีอีอ้างว่าเคยให้บริการแก่บริษัทในลาวหลายแห่งและบริษัทต่างชาติอีก
25 แห่ง นอกจากนั้นยังเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีให้กับ เดล ชาง, ดีทแฮล์ม, ฮอนด้า
มอเตอร์ไซเคิลและจอยท์ ดีเวลลอปเมนท์แบงก์ด้วย
เอสเอ็มอีดี หรือ SOCIETE MIXTE D'ETUDE E DE DEVELOPMENT เป็นธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาชนบท
ก่อตั้งเมื่อมกราคม 1989 โดยเป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง SOCIETE D' INVESTESSEMENT
ET DE DEVELOPMENT INTERNATIONA (SIDI) แห่ง ฝรั่งเศส เวียงจันทน์ อิมปอร์ต
เอ็กซ์ปอร์ต คอร์ป" และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจเกษตรวิศวกรไฮโดรลิก
นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจและนักการธนาคารอีกจำนวน 12 คน
SIDI นั้นเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับการลงทุนทางด้านการผลิตในโมรอกโก,
ตุรกีและบังคลาเทศส่วน "เวียงจันทน์ อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต คอร์ป"
นั้นเป็นธุรกิจด้านนำเข้าและส่งออกของเมืองเวียงจันทน์เมื่อแรกตั้งกิจการนั้นมีทุนจดทะเบียนจำนวน
30,000 ดอลลาร์ ต่อมาเพิ่มเป็น 70,000 ดอลลาร์ และสัดส่วนการถือครองหุ้นระหว่างฝรั่งเศสกับลาวเมื่อก่อตั้งกิจการที่เป็นแบบ
50-50 ก็เปลี่ยนเป็นฝรั่งเศส 40% "เวียงจันทน์ อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต"
40% และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ 20%
"บริษัทฝรั่งเศสเป็นผู้จัดสรรทุนและช่วยเราดำเนินการทางธุรกิจด้วย"
โอรถ จุลละมนตี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรของลาว และปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการของเอสเอ็มอีดีชี้
และขณะนี้เจ้าหน้าที่ของ SIDI ราว 20-25 คนก็กำลังทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการด้านการพัฒนาชนบท
และโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าอีกหลายโครงการให้กับสำนักงานเลขาธิการลุ่มแม่น้ำโขง,
ธนาคารโลก, ยูเอ็นดีพีและธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย อีกทั้งยังให้คำปรึกษาทางด้านผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อมแก่โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ
"น้ำเทิน" ของ "สโนวี เมาน์เทน เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ป"
แห่งออสเตรเลีย นี่ยังไม่นับถึงการดำเนินการตั้งศูนย์ฝึกอบรมทางด้านคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยแห่งหนึ่งในเวียงจันทน์เมื่อปีที่แล้วด้วย
"เอสเค คอนซัลแทนท์" มีแสงคำ พินิธ เป็นเจ้าของและบริการกิจการ
นับเป็นธุรกิจที่ปรึกษาเฉพาะด้านหน้าใหม่ ก่อตั้งเมื่อมกราคม 1991 ด้วยทุนเรียกชำระแล้วจำนวน
10,000 ดอลลาร์ มีสถาปนิกในท้องถิ่นจำนวน 4 คน วิศวกร 1 คนและเลขานุการอีก
1 คน เน้นให้คำปรึกษาทางด้านโครงการเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง การออกแบบ และการประมูลโครงการ
เพียงชั่วเวลาไม่ถึงปี เอสเค คอนซัลแทนท์ก็สามารถรับงานบางส่วนจากธนาคารโลก
ยูเอ็นดีพีและยูเอ็นเอชซีอาร์ รวมทั้งยังรับเหมาโครงการด้านวิศวกรรมจากบูรพา
ดีเวลลอปเมนท์ด้วย แสงคำยังชี้ด้วยว่า "ธุรกิจเกือบจะถึงจุดคุ้มทุนแล้ว"
ปัจจุบันแสงคำอายุ 53 ปี เคยเป็นวิศวกรที่ผ่านการอบรมจากฝรั่งเศส และเคยรับราชการในลาวก่อนจะลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัวในปี
1984 เขาเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมวันชนะ อันเป็นธุรกิจครอบครัวที่เริ่มให้บริการเมื่อกลางปี
1989 ในย่านชานเมืองเงียบสงบ และมีลูกค้าหลักคือกลุ่มที่ปรึกษาชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในลาวเป็นช่วงสั้น
ๆ
"ไฮโดรพาวเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแทนท์" (เอชอีซี) เป็นบริษัทที่ปรึกษาขนาดกลางจากต่างประเทศที่เชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบ
และให้คำปรึกษาโครงการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ บริหารกิจการโดยทองสมุทร ลือนามมะจัก
ชื่อกิจการเดิมคือ "ไฮโดรพาวเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง เซ็นเตอร์" ซึ่งมีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจในกระทรวงอุตสาหกรรมและหัตถกรรม
แต่ปัจจุบันเอชอีซีเป็นบริษัทกึ่งอิสระที่มีกระทรวงเศรษฐกิจ การวางแผนและการคลังถือหุ้น
100% แต่บริหารงานโดยการจัดสรรงบประมาณด้วยตนเอง มีพนักงานอยู่ทั้งหมด 40
คน และผ่านการฝึกอบรมจากยูเด็นดีพีมาเป็นระยะเวลา 2 ปี ในจำนวนพนักงานทั้งหมดจะมีบางส่วนที่เป็นวิศวกรจากต่างประเทศ
ธุรกิจส่วนใหญ่ของเอชอีซีจะเป็นการรับเหมาช่วงจากบริษัทที่ปรึกษาระหว่างประเทศ
อาทิ ACRES ของแคนาดา, SWECO จากสวีเดน และอีกหลายบริษัทที่มีฐานอยู่ในไทยอย่าง
TEAM, AEC และ SEATECH โดยเฉพาะในด้านการสำรวจภูมิประเทศการขุดเจาะพื้นดิน
งานวิศวกรรมโยธา ซึ่งมีความจำเป็นต่อการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ เอชอีซีอ้างว่าในรอบปีที่ผ่านมานั้น
ได้รับงานในโครงการต่าง ๆ ถึงราว 10 โครงการด้วยกันโดยรวมถึงการศึกษาในระดับย่อยต่อโครงการสร้างเขื่อนน้ำเทิน
2, เขื่อนน้ำซองและเขื่อนเซโดน
"เราจะดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนไปโดยรับงานในส่วนสนับสนุน และปล่อยให้ส่วนของการรับผิดชอบโครงการอยู่ในมือของบริษัทต่างประเทศไป"
ทองสมุทรผู้จบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมจากฝรั่งเศสและสหภาพโซเวียตกล่าว
"บูรพา ดีเวลลอปเมนท์." เป็นกิจการที่เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจการทำไม้
และยังได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเวียงจันทน์ด้วย
กิจการบูรพาบริหารโดย ปีเตอร์ ฟอดจ์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านป่าไม้ชาวสวีเดนซึ่งเข้ามาในลาวตั้งแต่ปี
1980 พร้อมกับภรรยาซึ่งเป็นนักกฎหมายทางด้านภาษีและเคยทำงานกับรัฐบาลสวีเดนด้วย
ฟอดจ์ภูมิอกภูมิใจอย่างมากกับการที่ได้ริเริ่มกิจการต่างชาติซึ่งได้รับอนุญาตจากรัฐบาลลาวเป็นแห่งแรก
และดำเนินการให้คำปรึกษาทางด้านการลงทุนเกี่ยวกับการเพาะปลูกและการปศุสัตว์
สำนักงานของบูรพาในเวียงจันทน์มีพนักงานระดับมืออาชีพราว 20 คน และเป็นพนักงานระดับซูเปอร์ไวเซอร์และพนักงานภาคสนามอีกประมาณ
30 คน โดยมาจากหลายต่อหลายประเทศด้วยกัน
"เราให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจป่าไม้ และทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการทั่ว
ๆ ไป แต่มุ่งที่โครงการเฉพาะด้านเป็นหลัก" ฟอดจ์อธิบาย "จุดประสงค์ของเราอยู่ที่การสร้างทีมผู้เชี่ยวชาญทางด้านป่าไม้ในลาว"
และเสริมว่าที่ผ่านมา บูรพาดีเวลลอปเมนท์ได้ช่วยบริษัทระหว่างประเทศราว 15-20
แห่งในการเข้ามาประกอบธุรกิจในลาว โดยคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมงหรือเหมารวมในอัตรา
850 ดอลลาร์สำหรับการดำเนินการจัดตั้งบริษัทขึ้น ซึ่งรับผิดชอบตั้งแต่ขั้นตอนของงานเอกสาร
การทำสัญญา และติดตามขั้นตอนการอนุมัติจากทางการ ซึ่งมักกินระยะเวลาราว 3
เดือน
แม้กระนั้น สายสัมพันธ์และความรอบรู้ในขั้นตอนทางราชการ นับเป็นปัจจัยสำคัญของบริษัทที่ปรึกษาหลายแห่ง
เช่น จีโคลาว บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่ ท้าวปัญญาสุวรรณภูมิ บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีลาวเพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเร็ว
ๆ นี้ หลังจากที่เดินทางกลับสู่ลาวได้เพียง 2 ปี
ท้าวปัญญาผู้นี้เคยปฏิบัติหน้าที่ในด้านการบิน และหน่วยงานราชการหลายแห่ง
รวมทั้งเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางการเงินด้วยเขายังได้เข้าดำเนินงานที่บริษัท
"คอยน์" ในกรุงเทพฯ เป็นเวลาถึง 8 ปี และจะยอมรับเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทต่าง
ๆ 10 บริษัทที่ไม่ใช่บริษัทฝรั่งเศส
บริษัทที่ปรึกษาที่ก่อตั้งขึ้นด้วยความมั่นคงและมีสายสัมพันธ์ที่ดีมากก็คือ
วิโค กรุ๊ป ของ วินัย อินถาวงศ์ ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับธุรกิจขนาดใหญ่มากโดยเป็นสำนักงานตัวแทนในท้องถิ่นของบริษัทฝรั่งเศส,
ยุโรป และปัจจุบันก็กำลังดำเนินการเจรจากับบริษัทตะวันตกหลายแห่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายโครงการในลาว
วิโค กรุ๊ป ซึ่งให้บริการทางการค้าและทางธุรกิจหลายแขนง นับเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งมากจากประสบการณ์ทางการค้าในลาวถึง
15 ปี ทั้งยังมีแรงหนุนจากเครือข่ายธุรกิจของตระกูลอินถาวงศ์ที่ขยายอาณาจักรออกไปอย่างกว้างขวางอีกด้วย
ที่ปรึกษาชาวเวียงจันทน์ผู้หนึ่งอรรถาธิบายว่าตระกูลอินถาวงศ์เป็นแม่แบบของกลุ่มเศรษฐีใหม่ในลาว
เช่นเดียวกับที่ "สุวรรณวงศ์" เป็นตัวแทนของกลุ่มนักการทูตรุ่นเก่า
ในขณะเดียวกัน ดารากอน สุวันนะวง และ ดรุณี ปัทมะวง ซึ่งต่างก็เคยปฏิบัติงานในกระทรวงต่างประเทศทั้งคู่
ก็เริ่มเข้าสู่ธุรกิจที่ปรึกษาแล้ว โดยได้ร่วมกันก่อตั้ง "เวียงจันทน์
อินเตอร์เนชั่นแนลคอนซัลแตนท์" (วีไอซี) ขึ้นเมื่อปลายปี 1987 ด้วยเงินทุนเบื้องต้นเพียง
3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเธอคุยว่าปริมาณเงินทุนปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ
60,000-70,000 ดอลลาร์แล้ว
วีไอซีเริ่มต้นขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว โดยส่วนใหญ่ทำธุรกิจด้านการแปลและเอกสารปัจจุบันมีพนักงาน
5 คน และอีก 6 คนสำหรับงานในส่วนที่ต้องให้บริการแก่บริษัทสำรวจน้ำมัน ทั้งนี้เพราะบริษัทน้ำมันจากสหรัฐฯ
ที่ดำเนินการสำรวจน้ำมันในภาคใต้ของลาว และจะเข้าไปทำการสำรวจน้ำมันในกัมพูชาด้วย
ได้ว่าจ้างวีไอซีเป็นบริษัทที่ปรึกษาและช่วยเป็นธุระในส่วนของการบริหารด้วย
"นอกจากธุรกิจด้านที่ปรึกษาและให้บริการด้านงานในสำนักงานและ วีไอซียังเสนอบริการด้านการบริหารแก่บริษัทที่ไม่มีสำนักงานตัวแทนในลาว
รวมทั้งกำลังพิจารณาข้อเสนอร่วมทุนในธุรกิจด้านการสอบบัญชีอีกด้วย"
ดรุณีกล่าว
บุรุษอีกผู้หนึ่งที่กำลังเล็งโอกาสงามทางธุรกิจในกัมพูชาอยู่ก็คือ อลัน
กาย ซึ่งดำเนินกิจการ "กายอินเวสต์เมนท์ แอนด์ บิสซิเนส แอนด์ ไมนิ่ง
คอนซัลแตนท์ อินโดจีน" ร่วมกับภรรยาคือวันชาวลาวเชื้อสายจีนที่มีความสามารถพูดได้ถึง
7 ภาษาประกอบกับความเชี่ยวชาญด้านงานเลขานุการ
กาย วัย 53 ปี ผู้นี้ได้ดำเนินชีวิตผิดพลาดมาครั้งหนึ่ง ก่อนหน้านี้เขาเป็นวิศวกรแล้วกลับหักเหมาสู่อาชีพเซลส์แมน
เมื่ออายุ 39 ไปเรียนต่อด้านธรณีวิทยาและย้ายไปพำนักอยู่ที่ออสเตรเลียและแล้ว
ในช่วงปี 1988-90 ที่มีการเจรจากันในเรื่องเหมืองแร่และธุรกิจการบิน กายก็ตัดสินใจกลับมาตั้งรกรากในลาว
"สัญชาตญาณของผมบอกผมว่า จะมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในลาว"
กายกล่าว
กายได้ให้ความช่วยเหลือในการก่อตั้งบริษัทถึง 8 แห่งในลาว เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าเขาเป็นที่ปรึกษาให้กับ
เวสต์ โคสท์ เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งได้ก่อตั้ง ลาว เวสต์ โคสท์ เฮลิคอปเตอร์ ขึ้นเมื่อปี
1990 โดยเป็นสัญญาความร่วมมือเป็นเวลา 10 ปีระหว่าง บริษัทแม่ในออสเตรเลีย
และกระทรวงกลาโหมลาว ปัจจุบันลาว เวสต์โคสท์ มีเฮลิคอปเตอร์ให้เช่า 2 ลำ
นอกจากนั้น เดือนพฤษภาคม 1991 กายได้จัดการสัมมนาระหว่างประเทศขึ้นเป็นครั้งแรกในเรื่องพัฒนาการของทรัพยากรแร่ธาตุในลาว
ในขณะที่กำลังมองหาธุรกิจแขนงที่ไม่ต้องแข่งขันกับนักธุรกิจที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น
กายยอมรับว่าเขายังไม่ทราบแน่นอนถึง "ผลตอบแทนที่แท้จริง" ทว่าเขาได้วางรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตไว้แล้ว