Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน12 กันยายน 2550
NPLไตรมาส2เพิ่ม2.7หมื่นล้านแบงก์ชาติกัดฟันไม่กระทบศก.             
 


   
search resources

เกริก วณิกกุล
Economics




แบงก์ชาติระบุยอดเอ็นพีแอลใหม่ไตรมาส 2/50 เพิ่มขึ้นกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1% ของยอดสินเชื่อรวมทั้งระบบเท่านั้น ยันยังไม่ส่งผลกระทบเพราะฐานะเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเฉลี่ยสูงถึง 14% เผยห่วงสินเชื่อรายย่อยมากกว่าสถาบันเพราะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

นายเกริก วณิกกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2550 ที่ผ่านมา ในระบบเศรษฐกิจมียอดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ใหม่เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 27,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา แต่ก็เป็นจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับยอดสินเชื่อที่มีอยู่ในปัจจุบันประมาณ 6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นใหม่ยังไม่ถึง 1%ของสินเชื่อรวม

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันระบบสถาบันการเงินไทยมีความแข็งแกร่งขึ้นมากเห็นได้จากระดับของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในปัจจุบันโดยเฉลี่ยซึ่งอยู่ที่ 14% ประกอบกับการจัดชั้นสำรองลูกหนี้ที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ ธปท.กำหนด ดังนั้น เอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นจึงไม่น่ากังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงิน

“ในขณะนี้ธปท.ได้พยายามประเมินภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดหนี้เอ็นพีแอลใหม่เพิ่มขึ้นอีก และจะส่งผลกระทบมายังระบบสถาบันการเงินไทยโดยรวมหรือไม่อย่างไรนั้น เท่าที่ธปท.ประเมิน พบว่า ระบบสถาบันการเงินไทยยังมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะไม่ถูกกระทบจากหนี้เอ็นพีแอลที่จะเพิ่มขึ้น ทั้งตัวเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของระบบที่ยังสูงถึง 14% และการกันสำรองหนี้จัดชั้น ซึ่งมากกว่าที่ธปท.กำหนด”

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่งผลกระทบแตกต่างจากในช่วงวิกฤตปี 2540 เนื่องจากในครั้งนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจเป็นประชาชนรายย่อยมากกว่าที่จะเป็นตัวสถาบันการเงินอย่างในอดีตที่ผ่านมา ฉะนั้นสิ่งที่น่าห่วงอย่างมากจะเป็นประชาชนที่มีภาระการใช้จ่ายและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจนไม่สามารถผ่อนส่งไหวมากกว่าห่วงฐานะของสถาบันการเงิน

“ในช่วงที่ผ่านมา ธปท.ได้คำนึงถึงจุดเหล่านี้ และพยายามลดการก่อหนี้ของผู้มีรายได้น้อย มาตั้งแต่ปี 2545 โดยจำกัดให้ผู้มีบัตรเครดิตต้องมีคุณสมบัติที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน หรือไม่ต่ำกว่า 180,000 บาทต่อปี และมีบัญชีเงินฝากที่สถาบันการเงิน ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาแล้วเห็นว่าเพียงพอต่อการชำระหนี้ รวมทั้งกำหนดลดจำนวนบัตรเครดิตของผู้ที่มีรายได้น้อยลง ทำให้เมื่อเศรษฐกิจซบ จำนวนผู้ที่มีปัญหาไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้จึงมีไม่มากเท่ากับ ไม่มีการออกประกาศดังกล่าวออกมา เพราะในช่วงก่อนหน้านั้น ผู้ประกอบการบัตรเครดิตลงไปเล่นในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีฐานเงินเดือน 7,500 บาทก็สามารถทำบัตรเครดิตได้”

นายเกริก กล่าวว่า สำหรับการออกประกาศล่าสุด ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถจ้างบริษัทข้างนอก (outsource) ติดตามหนี้เอ็นพีแอล และจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีเอ) นั้น จะช่วยลดภาระในการติดตามหนี้และขายทรัพย์สินของธนาคารพาณิชย์ได้ และช่วยลดยอดหนี้เอ็นพีแอลรวมได้ในระดับหนึ่ง เพราะที่ผ่านมานั้น บริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่สามารถรับจ้างบริหารได้ ต้องซื้อหนี้มาบริหาร แต่จากกฎหมายบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บ.บ.ส.) ที่มีการแก้ไข ทำให้เข้ามารับจ้างบริหารได้ โดยไม่ต้องซื้อหนี้ออกมา   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us