|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ กันยายน 2550
|
 |
Costa Rica เป็นประเทศในอเมริกากลางที่มีทั้งภูมิประเทศและภูมิอากาศแบบป่าดิบชื้นของเขตร้อน มีเสียงร้องของลิงหน้าขาวและนก toucan เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่หาฟังไม่ได้จากที่อื่น ทำให้ Doug และ Christine Grout ครอบครัวชาวอเมริกันหลงใหลเป็นยิ่งนัก เพราะเมื่อมีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนนอกจากจะได้ปลีกวิเวกดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงามแล้ว ยังได้สนุกสนานและเพลิดเพลินกับกิจกรรมผจญภัยอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า ขี่ม้า และดำน้ำ ทำให้พวกเขาอยากมีบ้านหลังที่สองไว้เป็นที่พำนักถาวรในยามต้องการพักจากชีวิตการทำงานอันเหน็ดเหนื่อยในสหรัฐอเมริกา
ปี 2003 ครอบครัว Grout จึงตกลงซื้อที่ดินแปลงสวยติดหน้าผาและหันหน้าออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก
เมื่อต้องออกแบบแปลนบ้าน ทั้งสองต่างรู้ดีว่าบ้านคอนกรีตจะไม่มีวันกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าดิบชื้นอย่างแน่นอน Doug เล่าว่า เขาและภรรยาต้องการบ้านที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมและคิดว่าบ้านสร้างด้วยไม้ซุงหรือ log home คือคำตอบของโจทย์นี้ ภายหลังจากได้เยี่ยมชมบ้านตัวอย่างแล้วจึงไว้วางใจให้บริษัท Original Old Timer ออกแบบสร้างให้
Original Old Timer มีหน้าที่ป้อนแบบแปลนของแต่ละชั้นรวมทั้งหาไม้ซุงทำด้วยไม้สนขาวขนาด 8 นิ้ว แล้วส่งทางเรือไปยัง Costa Rica เพื่อให้บริษัท Ecomaderas รับช่วงงานในส่วนของกระบวนการบีบอัดด้วย copper azole และเป่าแห้ง
Ecomaderas เป็นกิจการในท้องถิ่นของ Costa Rica ที่เน้นธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้สำหรับก่อสร้างในเขตร้อน โดยเฉพาะไม้ที่ต้องผ่านกระบวนการรักษาเนื้อไม้ในเชิงนิเวศวิทยา
นอกเหนือจากจัดหาหน้าต่าง ตู้ และเฟอร์นิเจอร์ป้อนให้ด้วยแล้ว Original Old Timer ยังส่ง Hubert Davis ผู้เป็น Construction Supervisor ไปยังพื้นที่ก่อสร้างเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อฝึกช่างไม้ในท้องถิ่นให้รู้จักเทคนิคการก่อสร้าง log home โดยเฉพาะ
ผลที่ได้ทำให้ Doug ทั้งชื่นชมและนับถือทีมงานมาก เขาสรุปว่า
"การสร้างบ้านบนหน้าผาต้องใช้ทั้งความสามารถ ความเฉลียวฉลาด และเข้าใจคิดอย่างมาก ซึ่งทั้งสถาปนิกและทีมงานก่อสร้างทำได้อย่างสบายๆ นอกจากนี้ เรายังต้องการ log home ที่แตกต่างจากทั่วไปคือ มีทั้งส่วนเปิดโล่ง ส่วนที่เป็นกลางแจ้ง และมีต้นไม้ล้อมรอบ"
จุดเด่นของ log home หลังนี้อยู่ที่การออกแบบเป็นบ้านทรงสูงคือสูงถึง 3 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นพื้นที่ของห้องครัวและห้องอาหารที่เปิดออกสู่ลานกว้างและสระว่ายน้ำ ตัวบ้านส่วนที่มีระดับต่ำกว่าระดับผิวดินสร้างด้วยซีเมนต์เสริมเหล็ก แล้วแต่งพื้นผิวด้านหน้าด้วยหินแผ่นใหญ่เพื่อให้แลดูมีความเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นบริเวณที่เย็นสบายกว่าส่วนอื่น ของบ้าน จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นที่ประกอบอาหารและจัดเลี้ยง พื้นที่ส่วนนี้ยังเป็นที่ตั้งของห้องน้ำ ห้องซักล้าง และห้องเก็บอาหารด้วย
ส่วนที่เป็นฝักบัวกลางแจ้งสร้างด้วยหินและปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิก โดยมีไม้ดอกไม้ประดับปลูกตกแต่งเพิ่มความสดใสและสดชื่นให้โดยรอบ ฝักบัวกลางแจ้งนี้อยู่ด้านนอกตัวบ้าน พอเปิดประตูออกไปก็เจอทันที ต้องการใช้เป็นที่ล้างเนื้อตัวหลังกลับจากเดินป่ามาแล้ว หรือไม่ก็อาบน้ำหลังขึ้นจากสระว่ายน้ำ
ตู้ในห้องครัวทำจากไม้สนและไม้สัก เป็นฝีมือของช่างไม้ในท้องถิ่นซึ่งสร้างสรรค์ตู้ built-in ได้หลากหลายรูปแบบ รวมทั้งบาร์สำหรับนั่งรับประทานอาหารเช้าด้วย โต๊ะอาหารก็ทำด้วยไม้สัก ซึ่งเป็นไม้ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับสภาพแวดล้อมของป่าดิบชื้นอย่างนี้ เพราะเนื้อไม้มีน้ำมันธรรมชาติและยางที่กลายเป็นคุณสมบัติสำคัญยิ่งยวดคือทนทานต่อแสงแดดและสภาพภูมิอากาศ จึงไม่ผุกร่อน แตกร้าว หรือบิดงอแต่อย่างใด เฟอร์นิเจอร์ในบ้านหลังนี้อีกมากมายล้วนทำจากไม้สักและไม้ laurel ซึ่งเป็นไม้ในท้องถิ่นทั้งสิ้น
เมื่อขึ้นไปบนตัวบ้านชั้นสอง คุณจะก้าวเข้าสู่อีกบรรยากาศหนึ่งทันที บนความสูงระดับนี้ทำให้คุณรู้สึกว่า ยอดไม้ที่เติบโตรอบๆ บ้านนั้นอยู่แค่เอื้อม ที่สำคัญหน้าต่างทุกบานล้วนเปิดให้เห็นบรรยากาศของป่าสมบูรณ์ที่มีทั้งไม้ล้มลุก ไม้ดอก และไม้ยืนต้นแข่งกันเจริญเติบโตเป็นป่าแบบผสมที่ให้ความสดชื่นและอากาศบริสุทธิ์ได้สุดวิเศษ
ที่ห้องนั่งเล่นจะให้ทิวทัศน์สวยงามของมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีเกลียวคลื่นสีฟ้าซัดสาดขึ้นสู่หาดทรายยาวสุดลูกหูลูกตาอยู่ชั่วนาตาปี การออกแบบให้มีหน้าต่างบานมหึมาและประตูกระจกแบบเลื่อนขนาดใหญ่ก็เพื่อให้รับแสงแดดได้เต็มที่นั่นเอง
รอบตัวบ้านชั้นสองยังมีเฉลียงมุงหลังคาเพื่อป้องกันฝนสาด หลังคานี้ยังช่วยรับน้ำฝนซึ่งเมื่อนำมากรองแล้วสามารถทำเป็นน้ำสำหรับใช้ในบ้านได้อย่างประหยัดอีกด้วย
ชั้นสองยังเป็นที่ตั้งของห้องนอนขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดออกไปยังดาดฟ้าได้ นอกจากนี้ ยังมีห้องอาบน้ำและห้อง Jacuzzi แยกกันต่างหาก โดยแต่ละห้องใช้เครื่องประดับตกแต่งแบบเรียบง่ายฝีมือของช่างในท้องถิ่นนั่นเอง
ครอบครัว Grout ใช้ประโยชน์สูงสุดจากบ้านทรงสูงโดยใช้ชั้นสามเป็นที่ตั้งของห้องนอนใหญ่ของบ้าน รวมทั้งห้องน้ำหรูขนาดใหญ่ ห้องเพดาน และห้องน้ำเล็กอีกหนึ่งห้อง ซึ่งเจ้าของให้เหตุผลของการมีชั้นสามว่า พวกเขาอาจจำเป็นต้องใช้พื้นที่เพิ่มมากขึ้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือ สร้างบ้านให้สูงขึ้นไปอีกชั้นเดียวเท่านั้น และผลที่ได้ก็ดีกว่าที่พวกเขาคิดไว้ด้วยซ้ำ
แปลและเรียบเรียงโดย ดรุณี แซ่ลิ่ว
จากนิตยสาร Custom Wood Homes/Summer 2007
|
|
 |
|
|