
ผมเพิ่งมีโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมเยือนตลาดปลาทสึคิจิ (Tsukiji) กรุงโตเกียว ในฐานะที่เป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในเช้าตรู่วันศุกร์สบายๆ ผมเดินทางด้วยรถไฟและรถไฟใต้ดินไปถึงตลาดเวลาหกโมงเช้า
ผู้คนพลุกพล่าน ทั้งคนที่มาซื้อขายจริง, นักท่องเที่ยวและคนอยากรู้อยากเห็นอย่างผม ท่ามกลางผู้คนและรถขนปลาที่วิ่งกันขวักไขว่ ผมกำลังตามรอยการเดินทางของ "ฮอนมา กุโระ" หรือ "ปลาทูน่าหนุ่ม" ที่บางครั้งมันมีค่าตัวกว่าล้านบาทเลยทีเดียว
ตลาดปลาทสึคิจิ
ถ้าพูดถึงตลาดปลาริมแม่น้ำ หรืออูโอ กาชิ (Uogashi) นั้นจะต้องย้อนกลับไปสมัยศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของยุคสมัยเอโดะ โดยโชกุนโตกุกาว่า อิเอยาสุ ซึ่งเป็นผู้สถาปนาเอโดะหรือกรุงโตเกียวในปัจจุบันได้เชื้อเชิญเหล่าชาวประมงจากทสึกุดะชิมา เมืองโอซากา และให้สิทธิ์พวกเขาในการจับปลา เพื่อเป็นอาหารทะเลนำส่งเข้าวังนอกจาก การหาปลาเพื่อนำส่งเข้าวังแล้ว พวกชาวประมงเหล่านี้ยังขายปลาส่วนที่เหลือให้กับประชาชนทั่วไปบริเวณสะพานนิฮอนบาชิ และได้กลายเป็นจุดกำเนิดของอูโอกาชิขึ้นมา
แต่เมื่อความต้องการปลามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากรที่เพิ่ม มากขึ้น อูโอกาชิบริเวณนิฮอนบาชิได้ถูกปฏิรูป ครั้งใหญ่และพัฒนาขึ้นมาเป็นตลาดอย่างเต็มตัว ตลาดแห่งนี้บริหารจัดการโดยเหล่าพ่อค้าส่งปลาที่ได้รับใบอนุญาตจากทางการ โดยจะรับซื้อปลามาจากท่าเรือขายปลาให้กับลูกค้าในตลาด และสร้างเครือข่ายทางการค้าและการขนส่งขนาดใหญ่ขึ้นมา
เช่นเดียวกับตลาดซื้อขายผักผลไม้ ซึ่งรวบรวมผักผลไม้จากบริเวณชานเมืองเอโดะก็ได้ถูกจัดตั้งขึ้นที่คันดะ เซ็นจู และโคมาโกเมะ ซึ่งถือเป็นตลาดซื้อขายผัก ผลไม้ ที่ใหญ่ที่สุดสามแห่งของเอโดะ ซึ่งตลาดเหล่านี้ก็เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในลักษณ์ เดียวกับตลาดปลาจากการขับเคลื่อนของผู้ค้าส่งทั้งหลาย
ในสมัยเอโดะนั้น ราคาสินค้าในตลาด จะถูกกำหนดโดยการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ซื้อขายเป็นหลัก ในขณะที่การประมูลสาธารณะยังแทบไม่เคยเกิดขึ้นยกเว้นในตลาดซื้อขายผักผลไม้ แต่เมื่อย่างเข้าสู่ยุคสมัยเมจิและไตโช สิทธิ์พิเศษต่างๆ ของเหล่า พ่อค้าขายส่งเหล่านี้ได้ถูกยกเลิกไป และต่อมาในปี 1923 ตลาดกว่า 20 แห่งในโตเกียว ถูกทำลายลงไปอย่างสิ้นเชิงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของแถบคันโต
หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมืองโตเกียวได้ริเริ่มก่อตั้งศูนย์กลางตลาดขาย ส่งภายใต้กฎหมายตลาดศูนย์กลางค้าส่งฉบับใหม่ซึ่งได้บัญญัติขึ้นในปีเดียวกันนั้นเอง และเป็นที่มาของตลาดกลางที่ทสึคิจิ คันดะ และโคโต ที่ได้ก่อตั้งขึ้นมาใหม่และเมื่อผนวก กับการเติบโตของจำนวนประชากรที่เป็นไป อย่างรวดเร็วก็ทำให้ตลาดใหม่เหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและงดงาม
พฤติกรรมตลาด
ทางเศรษฐศาสตร์แล้ว ตลาดกลางขนาดใหญ่ที่ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายได้รับข้อมูลในการซื้อ ขายอย่างเพียบพร้อมโดยไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใครนั้นถือว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสมบูรณ์
นักเศรษฐศาสตร์สนใจ ที่จะสร้างตลาดเชิงทฤษฎีขึ้นมาและพยายามนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับตลาดในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นตลาดประมูลดอกไม้ Aalsmeer ในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่มีดอกไม้ซื้อขายในตลาดมากถึง 20 ล้านดอกต่อปี ตลาดปลา Fulton ในนิวยอร์กซึ่งตั้งอยู่บนถนน Fulton บนเกาะแมนฮัตตันมากว่า 150 ปีก่อนที่จะย้ายไปยัง Hunts Point ในแถบ South Bronx เมื่อปี 2005 โดยเป็นตลาดปลาที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากตลาดปลาทสึคิจิ และตลาดปลาทสึคิจิ ตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก
สำหรับสินค้าปลาแล้วถือว่าเป็นสินค้า ที่มีลักษณะแตกต่างจากสินค้าอื่นๆ เนื่องจาก มีความหลากหลายของตัวสินค้าที่ค่อนข้างสูง โดยตลาดปลาทสึคิจิมีการซื้อขายสัตว์ทะเล เป็นจำนวนมากถึง 7 แสนตันต่อปี วันละ 2 ล้านกว่ากิโลกรัม หรือคิดเป็นเงินมากถึง 6 แสนล้านเยน หรือวันละพันกว่าล้านบาท โดยแต่ละวันจะมีสัตว์ทะเลและของทะเลมากกว่า 400 รายการจากทั่วโลก 60 ประเทศ จาก 6 ทวีป ไม่ว่าจะเป็นสาหร่ายทะเล, คาเวียร์, ปลาซาร์ดีนราคาถูกๆ, ไข่ปลาคาเวียร์ ไปจนถึงปลาทูน่าน้ำหนัก 300 กิโลกรัมที่ซื้อขายกันตัวละกว่า 3 ล้านเยน
นักเศรษฐศาสตร์อย่าง Kathryn Graddy ได้ศึกษาตลาดปลา Fulton และพบว่า ผู้ค้าในตลาดมีแนวโน้มจะตั้งราคาสินค้าที่แตกต่างกันไปตามแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ของลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นชาวเอเชียมีแนวโน้มจะซื้อสินค้าได้ในราคาที่ต่ำกว่าผู้ซื้อ ชาวผิวขาวทั่วไป โดยเหตุผลหลักเกิดจากการ ที่ผู้ซื้อชาวเอเชียเหล่านั้นมีลูกค้าในไชน่าทาวน์ ที่อ่อนไหวต่อราคามากกว่า
แม้ในเชิงทฤษฎีแล้ว ตลาดที่มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์จะช่วยแก้ปัญหาการที่ผู้ขายสินค้าจะตั้งราคาสำหรับกลุ่มลูกค้าผิวขาวสูงกว่าลูกค้ากลุ่มอื่นก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเรื่องยากที่จะเกิดการแข่งขันที่สมบูรณ์ได้แม้ในตลาดปลาขนาดใหญ่ระดับโลกอย่างนี้
ยิ่งตลาดสามารถทำงานได้ดีเพียงไร ก็จะทำให้ธุรกรรมที่เกิดขึ้นมีความเป็นไปได้มากขึ้น ธุรกรรมหลายอย่างจำเป็นต้องอาศัย การสนับสนุนอย่างมาก กล่าวคือจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยให้เกิดธุรกรรมที่ทันสมัย ได้แก่ ระบบกฎหมาย การให้เครดิต ระบบการเงิน และระบบการจัดการบัญชี ซึ่งรวมถึงการซื้อขายหุ้นซึ่งเปรียบเสมือนการให้ยืมเงินเพื่อแลกกับอนาคตที่อาจจะสดใส
ธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นในแต่ละวันจำเป็นต้องอาศัยผู้เกี่ยวข้องมากมาย ตั้งแต่ นักบัญชี ผู้กำหนดกฎหมาย โบรกเกอร์และนักกฎหมายเพื่อทำให้ธุรกรรมเหล่านี้เกิดขึ้น
ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในหลายๆ ภาคส่วนจึงเกี่ยวข้องกับการลดต้นทุนการทำธุรกรรมให้ต่ำลงเพื่อทำให้ธุรกรรมที่ซับซ้อนสามารถเกิดขึ้นได้
สำหรับการก่อตั้งศูนย์กลางตลาดค้าส่ง ในประเทศญี่ปุ่นนั้น ถูกจัดตั้งขึ้นโดยองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นภายใต้กฎหมายตลาดค้าส่ง เพื่อเป็นสถานที่ในการซื้อขายอาหารสดที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่า จะเป็นปลา ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และดอกไม้ ตลาดเหล่านี้ตั้งขึ้นมาสำหรับสินค้าที่เสียง่ายไม่สามารถเก็บเป็นระยะเวลานานๆ ได้ นอก จากนี้สินค้าเหล่านี้ยังอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นทำให้ราคาของสินค้าเหล่านี้จะเคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงที่กว้างกว่าสินค้าอื่นๆ มาก ดังนั้น ตลาดค้าส่งนี้จึงอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคเพื่อทำให้ การจัดส่งสินค้าระหว่างกันเป็นไปได้อย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันมีศูนย์กลางตลาดค้าส่งอยู่ 88 แห่งใน 56 เมืองทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยเป็น ตลาดสำหรับสินค้าผักและผลไม้ 5 แห่งตลาดปลา 54 แห่ง ดอกไม้ 19 แห่ง และเนื้อสัตว์อีก 10 แห่ง
สำหรับการประมูลในตลาดปลานี้ ตลาดปลาจะทำหน้าที่เป็นตลาดกลางในการจับคู่ระหว่างปลากับผู้ซื้อ โดยอาศัยหลักการที่ว่าตลาดกลางขนาดใหญ่จะสามารถจับคู่ผู้ซื้อและปลาได้ง่ายกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้ว ความหลากหลายของ สินค้าปลาเป็นตัวอธิบายที่ดีว่า ทำไมตลาดปลาถึงยังคงอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ ในขณะที่การซื้อขายสินค้าอื่นๆ ค่อยๆ เลิกการซื้อขายในลักษณะรวมศูนย์มากขึ้นแล้ว เนื่องจากปลาสดจะเป็นสินค้าที่แตกต่างจากสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมอื่นๆ เพราะปลาเป็นสินค้าที่เน่าเสียง่าย อุปสงค์ของสินค้าก็ยากที่จะคาดเดาได้ และปลาแต่ละตัวก็มีความแตกต่าง หลากหลายมากกว่าสินค้าเกษตรอื่นๆ
ซึ่งระดับความหลากหลายของสินค้าที่มีสูงรวมถึงโครงสร้างของตลาดปลาทำให้เกิดรูปแบบพฤติกรรมทางการตลาดที่ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นและทำให้ตลาดเกิดการแยกส่วน ผู้ซื้อในตลาดปลาจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของลูกค้าซึ่งมีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ที่ค่อนข้างแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ภัตตาคารเล็กๆ ที่เอาเนื้อปลาไปทำลูกชิ้นราคาถูกๆ ภัตตาคารหรูหราใจกลางมหานครบนตึกสูงระฟ้า ไปจนถึงร้านซูชิเล็กๆ ชานกรุงโตเกียว
สำหรับการประมูลปลาทูน่าในตลาดทสึคิจินั้นจะเริ่มต้นประมาณตีห้าครึ่ง โดยปลาทูน่าจะถูกเขียนเบอร์ไว้บนตัวด้วยสีผสมอาหาร เมื่อระฆังมือถูกสั่นก็เป็นสัญญาณของ การเริ่มประมูลปลาทีละตัวโดยตัวแทนของ บริษัทที่เข้าร่วมประมูลจะเดินสำรวจปลาที่เรียงเป็นแถวยาวอย่างละเอียดตั้งแต่เช้าตรู่แล้วและอาจจะทำสัญลักษณ์ไว้สำหรับปลาที่ตัวเองสนใจ ผู้นำการประมูลจะเดินไปที่ปลา ทีละตัว ประกาศราคากลางออกมาและเปิดให้ผู้เข้าร่วมประมูลเสนอราคาสำหรับทูน่าตัวนั้นๆ
วัฒนธรรมการประมูลปลาในตลาดทสึคิจิจะมีความเฉพาะตัวอยู่และมีสัญลักษณ์ รวมถึงคำพูดที่ใช้ที่เข้าใจได้โดยผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น สำหรับนักท่องเที่ยว หรือคนญี่ปุ่นเอง ก็ไม่สามารถเข้าใจภาษาเฉพาะเหล่านั้นได้
เมื่อผู้นำประมูลได้ราคาที่เป็นที่ยอมรับ แล้วก็จะส่งสัญญาณมือที่เรียกว่า "เทยาริ" เพื่อบอกให้ผู้เข้าประมูลทราบถึงราคาที่เป็นที่ยอมรับและราคาสุดท้ายที่ตกลงกัน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น
นอกจากการซื้อขายปลาแล้วในตลาด ทสึคิจิยังมีการประมูลผักผลไม้ เนื้อสัตว์ และ ดอกไม้อีกด้วย โดยจะเริ่มต้นเร็วช้าแตกต่างกันไป
อนาคตของตลาดปลาทสึคิจิ
แผนการย้ายตลาดปลาทสึคิจิในปี 2012 ไปยังโทโยซึ เขตโคโต กรุงโตเกียว ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ตั้งโรงงานโตเกียวแก๊สมาก่อนนั้นได้สร้างแรงกระเพื่อมของกระแสความไม่เห็นด้วยให้กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง โดยรัฐบาลให้เหตุผลที่จำเป็นต้อง มีการย้ายตลาดไปเนื่องจากตลาดปลาทสึคิจิในปัจจุบันนั้นได้เสื่อมสภาพลงไปมากหลังจากที่ได้เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1935 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ปริมาณสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้สถานที่ตั้งเดิมนี้ค่อนข้างคับแคบและไม่สามารถขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นได้
โทโยซึมีพื้นที่ประมาณ 40.7 เฮกตาร์ ซึ่งคิดเป็นสองเท่าของตลาดทสึคิจิในปัจจุบัน จึงถือว่าเหมาะสมสำหรับการสร้างตลาดปลา การสร้างระบบรักษาความปลอดภัยและความ สะดวกสบายในการจับจ่ายซื้อสินค้า
อย่างไรก็ตาม การวิพากษ์วิจารณ์เป็น ไปอย่างกว้างขวาง เนื่องจากโทโยซึที่ทางการ มีโครงการจะย้ายตลาดปลาไปไว้ที่นั่นนั้นเคย เป็นที่ตั้งของโรงงานแก๊สมาก่อน จึงถูกโจมตีว่าพื้นที่นั้นน่าจะมีปริมาณสารเคมีใต้ผืนดินในปริมาณที่มากเกินมาตรฐานปกติ ซึ่งประเด็นด้านสารเคมีตกค้างนี้ทางเทศบาลกรุงโตเกียวมิได้แจ้งให้บรรดาเจ้าของร้านค้าต่างๆ ในตลาดทสึคิจิได้รับทราบ ทำให้เจ้าของร้านต่างๆ เห็นแต่ด้านดีของการย้ายไปยังโทโยซึ และเจ้าของร้านประมาณ 800 ราย หรือคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของร้านทั้งหมดเห็นด้วย
ปริมาณสารเคมีที่พบในดินที่มีขนาดเกินมาตรฐาน ได้แก่ Benzene, Cyan, Arsenic, ปรอท, ตะกั่ว และแคดเมียม ซึ่งยังผลให้ดินและน้ำบาดาลในแถบโทโยซึมีโอกาสเปรอะเปื้อนสารเคมีเหล่านี้สูงมาก
อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลกรุงโตเกียว ได้วางแผนในการแก้ไขปัญหาโดยวิธีการเปลี่ยนหน้าดิน กล่าวคือจะเป็นการขุดเอาหน้าดินออกจากผิวดินความลึก 2 เมตร จาก นั้นถมดินใหม่หนา 2.5 เมตร แต่วิธีนี้ก็ถูกนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมโจมตีว่าสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องดินได้ แต่ยังคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษของน้ำบาดาลได้
นอกจากนี้ยังมีปัญหากรณีการเกิดแผ่นดินไหวและสึนามึที่จะทำให้การอพยพผู้คนในตลาดแห่งใหม่เป็นไปด้วยความยากลำบากอีกด้วย
อย่างไรก็ดี การย้ายตลาดไปยังโทโยซึ ยังคงเป็นหัวข้อสนทนาและถกเถียงกันอีกยาวนาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็มองเห็นว่า การย้าย ตลาดจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่คงต้องใช้เวลาอีกมากพอสมควร
สำหรับตลาดปลาแล้ว นี่คือโมเดลทาง เศรษฐกิจที่มีความยุติธรรมมากที่สุดเท่าที่จะพอหาได้ในระบบเศรษฐกิจแบบลักปิดลักเปิดแบบสังคมเศรษฐกิจในปัจจุบัน การเดินทางของฮอนมากุโระจากทะเลน้ำลึก เข้าตลาดปลาจนมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารของเราเป็นการเดินทางที่ยาวนานและผ่านประสบการณ์มากมายของปลาทูน่าหนุ่มตัวหนึ่ง ซึ่งถ้ามันเขียนบทบันทึกเล่าเรื่องการเดินทางของมันได้ คงเป็นหนังสือท่องเที่ยวที่สะท้อนวัฏจักรของชีวิตที่สมบูรณ์แบบได้อีกชีวิตหนึ่ง
คุณอยากอ่านบทบันทึกเล่มนี้เหมือนผมไหมครับ
ข้ อ มู ล เพิ่ ม เ ติ ม
1. Issenberg, Sasha. (2007), The Sushi Economy : Globalization and the Making of a Modern Delicacy, New York: Gotham Books.
2. Bestor, Theodore C. (2004), Tsukiji : The Fish Market at the Center of the World, Berkeley and Los Angeles: University of California Press.
3. สาลินี (2550), เจแปน เจอนั่น เจอนี่, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์วงกลม.
4. วันชัย ตัน (2549), บันทึกญี่ปุ่น, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์วงกลม.
5. Harford, Tim (2007), 'How to See a Tuna : What Fish Markets Teach about the Economy,' Slate.com, June 22, 2007.
6. Graddy, Kathryn (-), 'Markets: The Fulton Fish Market,' Forthcoming, Journal of Economic Perspectives.
7. สำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและการคลัง, 'ตลาดปลาซึคิจิจะต้องย้ายหรือไม่,' 30 July 2007, http://www.thaiceotokyo.jp/ thai/index.php?option=com_content&task=view&id=570&Itemid=1
|