Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กันยายน 2550








 
นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2550
จดหมายจากโตเกียว...การเดินทางของฮอนมากุโระ             
โดย ธวัชชัย อนุพงศ์อนันต์
 





ผมเพิ่งมีโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมเยือนตลาดปลาทสึคิจิ (Tsukiji) กรุงโตเกียว ในฐานะที่เป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในเช้าตรู่วันศุกร์สบายๆ ผมเดินทางด้วยรถไฟและรถไฟใต้ดินไปถึงตลาดเวลาหกโมงเช้า

ผู้คนพลุกพล่าน ทั้งคนที่มาซื้อขายจริง, นักท่องเที่ยวและคนอยากรู้อยากเห็นอย่างผม ท่ามกลางผู้คนและรถขนปลาที่วิ่งกันขวักไขว่ ผมกำลังตามรอยการเดินทางของ "ฮอนมา กุโระ" หรือ "ปลาทูน่าหนุ่ม" ที่บางครั้งมันมีค่าตัวกว่าล้านบาทเลยทีเดียว

ตลาดปลาทสึคิจิ
ถ้าพูดถึงตลาดปลาริมแม่น้ำ หรืออูโอ กาชิ (Uogashi) นั้นจะต้องย้อนกลับไปสมัยศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของยุคสมัยเอโดะ โดยโชกุนโตกุกาว่า อิเอยาสุ ซึ่งเป็นผู้สถาปนาเอโดะหรือกรุงโตเกียวในปัจจุบันได้เชื้อเชิญเหล่าชาวประมงจากทสึกุดะชิมา เมืองโอซากา และให้สิทธิ์พวกเขาในการจับปลา เพื่อเป็นอาหารทะเลนำส่งเข้าวังนอกจาก การหาปลาเพื่อนำส่งเข้าวังแล้ว พวกชาวประมงเหล่านี้ยังขายปลาส่วนที่เหลือให้กับประชาชนทั่วไปบริเวณสะพานนิฮอนบาชิ และได้กลายเป็นจุดกำเนิดของอูโอกาชิขึ้นมา

แต่เมื่อความต้องการปลามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากรที่เพิ่ม มากขึ้น อูโอกาชิบริเวณนิฮอนบาชิได้ถูกปฏิรูป ครั้งใหญ่และพัฒนาขึ้นมาเป็นตลาดอย่างเต็มตัว ตลาดแห่งนี้บริหารจัดการโดยเหล่าพ่อค้าส่งปลาที่ได้รับใบอนุญาตจากทางการ โดยจะรับซื้อปลามาจากท่าเรือขายปลาให้กับลูกค้าในตลาด และสร้างเครือข่ายทางการค้าและการขนส่งขนาดใหญ่ขึ้นมา

เช่นเดียวกับตลาดซื้อขายผักผลไม้ ซึ่งรวบรวมผักผลไม้จากบริเวณชานเมืองเอโดะก็ได้ถูกจัดตั้งขึ้นที่คันดะ เซ็นจู และโคมาโกเมะ ซึ่งถือเป็นตลาดซื้อขายผัก ผลไม้ ที่ใหญ่ที่สุดสามแห่งของเอโดะ ซึ่งตลาดเหล่านี้ก็เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในลักษณ์ เดียวกับตลาดปลาจากการขับเคลื่อนของผู้ค้าส่งทั้งหลาย

ในสมัยเอโดะนั้น ราคาสินค้าในตลาด จะถูกกำหนดโดยการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ซื้อขายเป็นหลัก ในขณะที่การประมูลสาธารณะยังแทบไม่เคยเกิดขึ้นยกเว้นในตลาดซื้อขายผักผลไม้ แต่เมื่อย่างเข้าสู่ยุคสมัยเมจิและไตโช สิทธิ์พิเศษต่างๆ ของเหล่า พ่อค้าขายส่งเหล่านี้ได้ถูกยกเลิกไป และต่อมาในปี 1923 ตลาดกว่า 20 แห่งในโตเกียว ถูกทำลายลงไปอย่างสิ้นเชิงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของแถบคันโต

หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมืองโตเกียวได้ริเริ่มก่อตั้งศูนย์กลางตลาดขาย ส่งภายใต้กฎหมายตลาดศูนย์กลางค้าส่งฉบับใหม่ซึ่งได้บัญญัติขึ้นในปีเดียวกันนั้นเอง และเป็นที่มาของตลาดกลางที่ทสึคิจิ คันดะ และโคโต ที่ได้ก่อตั้งขึ้นมาใหม่และเมื่อผนวก กับการเติบโตของจำนวนประชากรที่เป็นไป อย่างรวดเร็วก็ทำให้ตลาดใหม่เหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและงดงาม

พฤติกรรมตลาด

ทางเศรษฐศาสตร์แล้ว ตลาดกลางขนาดใหญ่ที่ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายได้รับข้อมูลในการซื้อ ขายอย่างเพียบพร้อมโดยไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใครนั้นถือว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสมบูรณ์

นักเศรษฐศาสตร์สนใจ ที่จะสร้างตลาดเชิงทฤษฎีขึ้นมาและพยายามนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับตลาดในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นตลาดประมูลดอกไม้ Aalsmeer ในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่มีดอกไม้ซื้อขายในตลาดมากถึง 20 ล้านดอกต่อปี ตลาดปลา Fulton ในนิวยอร์กซึ่งตั้งอยู่บนถนน Fulton บนเกาะแมนฮัตตันมากว่า 150 ปีก่อนที่จะย้ายไปยัง Hunts Point ในแถบ South Bronx เมื่อปี 2005 โดยเป็นตลาดปลาที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากตลาดปลาทสึคิจิ และตลาดปลาทสึคิจิ ตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับสินค้าปลาแล้วถือว่าเป็นสินค้า ที่มีลักษณะแตกต่างจากสินค้าอื่นๆ เนื่องจาก มีความหลากหลายของตัวสินค้าที่ค่อนข้างสูง โดยตลาดปลาทสึคิจิมีการซื้อขายสัตว์ทะเล เป็นจำนวนมากถึง 7 แสนตันต่อปี วันละ 2 ล้านกว่ากิโลกรัม หรือคิดเป็นเงินมากถึง 6 แสนล้านเยน หรือวันละพันกว่าล้านบาท โดยแต่ละวันจะมีสัตว์ทะเลและของทะเลมากกว่า 400 รายการจากทั่วโลก 60 ประเทศ จาก 6 ทวีป ไม่ว่าจะเป็นสาหร่ายทะเล, คาเวียร์, ปลาซาร์ดีนราคาถูกๆ, ไข่ปลาคาเวียร์ ไปจนถึงปลาทูน่าน้ำหนัก 300 กิโลกรัมที่ซื้อขายกันตัวละกว่า 3 ล้านเยน

นักเศรษฐศาสตร์อย่าง Kathryn Graddy ได้ศึกษาตลาดปลา Fulton และพบว่า ผู้ค้าในตลาดมีแนวโน้มจะตั้งราคาสินค้าที่แตกต่างกันไปตามแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ของลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นชาวเอเชียมีแนวโน้มจะซื้อสินค้าได้ในราคาที่ต่ำกว่าผู้ซื้อ ชาวผิวขาวทั่วไป โดยเหตุผลหลักเกิดจากการ ที่ผู้ซื้อชาวเอเชียเหล่านั้นมีลูกค้าในไชน่าทาวน์ ที่อ่อนไหวต่อราคามากกว่า

แม้ในเชิงทฤษฎีแล้ว ตลาดที่มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์จะช่วยแก้ปัญหาการที่ผู้ขายสินค้าจะตั้งราคาสำหรับกลุ่มลูกค้าผิวขาวสูงกว่าลูกค้ากลุ่มอื่นก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเรื่องยากที่จะเกิดการแข่งขันที่สมบูรณ์ได้แม้ในตลาดปลาขนาดใหญ่ระดับโลกอย่างนี้

ยิ่งตลาดสามารถทำงานได้ดีเพียงไร ก็จะทำให้ธุรกรรมที่เกิดขึ้นมีความเป็นไปได้มากขึ้น ธุรกรรมหลายอย่างจำเป็นต้องอาศัย การสนับสนุนอย่างมาก กล่าวคือจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยให้เกิดธุรกรรมที่ทันสมัย ได้แก่ ระบบกฎหมาย การให้เครดิต ระบบการเงิน และระบบการจัดการบัญชี ซึ่งรวมถึงการซื้อขายหุ้นซึ่งเปรียบเสมือนการให้ยืมเงินเพื่อแลกกับอนาคตที่อาจจะสดใส

ธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นในแต่ละวันจำเป็นต้องอาศัยผู้เกี่ยวข้องมากมาย ตั้งแต่ นักบัญชี ผู้กำหนดกฎหมาย โบรกเกอร์และนักกฎหมายเพื่อทำให้ธุรกรรมเหล่านี้เกิดขึ้น

ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในหลายๆ ภาคส่วนจึงเกี่ยวข้องกับการลดต้นทุนการทำธุรกรรมให้ต่ำลงเพื่อทำให้ธุรกรรมที่ซับซ้อนสามารถเกิดขึ้นได้

สำหรับการก่อตั้งศูนย์กลางตลาดค้าส่ง ในประเทศญี่ปุ่นนั้น ถูกจัดตั้งขึ้นโดยองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นภายใต้กฎหมายตลาดค้าส่ง เพื่อเป็นสถานที่ในการซื้อขายอาหารสดที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่า จะเป็นปลา ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และดอกไม้ ตลาดเหล่านี้ตั้งขึ้นมาสำหรับสินค้าที่เสียง่ายไม่สามารถเก็บเป็นระยะเวลานานๆ ได้ นอก จากนี้สินค้าเหล่านี้ยังอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นทำให้ราคาของสินค้าเหล่านี้จะเคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงที่กว้างกว่าสินค้าอื่นๆ มาก ดังนั้น ตลาดค้าส่งนี้จึงอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคเพื่อทำให้ การจัดส่งสินค้าระหว่างกันเป็นไปได้อย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันมีศูนย์กลางตลาดค้าส่งอยู่ 88 แห่งใน 56 เมืองทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยเป็น ตลาดสำหรับสินค้าผักและผลไม้ 5 แห่งตลาดปลา 54 แห่ง ดอกไม้ 19 แห่ง และเนื้อสัตว์อีก 10 แห่ง

สำหรับการประมูลในตลาดปลานี้ ตลาดปลาจะทำหน้าที่เป็นตลาดกลางในการจับคู่ระหว่างปลากับผู้ซื้อ โดยอาศัยหลักการที่ว่าตลาดกลางขนาดใหญ่จะสามารถจับคู่ผู้ซื้อและปลาได้ง่ายกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้ว ความหลากหลายของ สินค้าปลาเป็นตัวอธิบายที่ดีว่า ทำไมตลาดปลาถึงยังคงอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ ในขณะที่การซื้อขายสินค้าอื่นๆ ค่อยๆ เลิกการซื้อขายในลักษณะรวมศูนย์มากขึ้นแล้ว เนื่องจากปลาสดจะเป็นสินค้าที่แตกต่างจากสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมอื่นๆ เพราะปลาเป็นสินค้าที่เน่าเสียง่าย อุปสงค์ของสินค้าก็ยากที่จะคาดเดาได้ และปลาแต่ละตัวก็มีความแตกต่าง หลากหลายมากกว่าสินค้าเกษตรอื่นๆ

ซึ่งระดับความหลากหลายของสินค้าที่มีสูงรวมถึงโครงสร้างของตลาดปลาทำให้เกิดรูปแบบพฤติกรรมทางการตลาดที่ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นและทำให้ตลาดเกิดการแยกส่วน ผู้ซื้อในตลาดปลาจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของลูกค้าซึ่งมีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ที่ค่อนข้างแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ภัตตาคารเล็กๆ ที่เอาเนื้อปลาไปทำลูกชิ้นราคาถูกๆ ภัตตาคารหรูหราใจกลางมหานครบนตึกสูงระฟ้า ไปจนถึงร้านซูชิเล็กๆ ชานกรุงโตเกียว

สำหรับการประมูลปลาทูน่าในตลาดทสึคิจินั้นจะเริ่มต้นประมาณตีห้าครึ่ง โดยปลาทูน่าจะถูกเขียนเบอร์ไว้บนตัวด้วยสีผสมอาหาร เมื่อระฆังมือถูกสั่นก็เป็นสัญญาณของ การเริ่มประมูลปลาทีละตัวโดยตัวแทนของ บริษัทที่เข้าร่วมประมูลจะเดินสำรวจปลาที่เรียงเป็นแถวยาวอย่างละเอียดตั้งแต่เช้าตรู่แล้วและอาจจะทำสัญลักษณ์ไว้สำหรับปลาที่ตัวเองสนใจ ผู้นำการประมูลจะเดินไปที่ปลา ทีละตัว ประกาศราคากลางออกมาและเปิดให้ผู้เข้าร่วมประมูลเสนอราคาสำหรับทูน่าตัวนั้นๆ

วัฒนธรรมการประมูลปลาในตลาดทสึคิจิจะมีความเฉพาะตัวอยู่และมีสัญลักษณ์ รวมถึงคำพูดที่ใช้ที่เข้าใจได้โดยผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น สำหรับนักท่องเที่ยว หรือคนญี่ปุ่นเอง ก็ไม่สามารถเข้าใจภาษาเฉพาะเหล่านั้นได้

เมื่อผู้นำประมูลได้ราคาที่เป็นที่ยอมรับ แล้วก็จะส่งสัญญาณมือที่เรียกว่า "เทยาริ" เพื่อบอกให้ผู้เข้าประมูลทราบถึงราคาที่เป็นที่ยอมรับและราคาสุดท้ายที่ตกลงกัน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น

นอกจากการซื้อขายปลาแล้วในตลาด ทสึคิจิยังมีการประมูลผักผลไม้ เนื้อสัตว์ และ ดอกไม้อีกด้วย โดยจะเริ่มต้นเร็วช้าแตกต่างกันไป

อนาคตของตลาดปลาทสึคิจิ
แผนการย้ายตลาดปลาทสึคิจิในปี 2012 ไปยังโทโยซึ เขตโคโต กรุงโตเกียว ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ตั้งโรงงานโตเกียวแก๊สมาก่อนนั้นได้สร้างแรงกระเพื่อมของกระแสความไม่เห็นด้วยให้กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง โดยรัฐบาลให้เหตุผลที่จำเป็นต้อง มีการย้ายตลาดไปเนื่องจากตลาดปลาทสึคิจิในปัจจุบันนั้นได้เสื่อมสภาพลงไปมากหลังจากที่ได้เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1935 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ปริมาณสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้สถานที่ตั้งเดิมนี้ค่อนข้างคับแคบและไม่สามารถขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นได้

โทโยซึมีพื้นที่ประมาณ 40.7 เฮกตาร์ ซึ่งคิดเป็นสองเท่าของตลาดทสึคิจิในปัจจุบัน จึงถือว่าเหมาะสมสำหรับการสร้างตลาดปลา การสร้างระบบรักษาความปลอดภัยและความ สะดวกสบายในการจับจ่ายซื้อสินค้า

อย่างไรก็ตาม การวิพากษ์วิจารณ์เป็น ไปอย่างกว้างขวาง เนื่องจากโทโยซึที่ทางการ มีโครงการจะย้ายตลาดปลาไปไว้ที่นั่นนั้นเคย เป็นที่ตั้งของโรงงานแก๊สมาก่อน จึงถูกโจมตีว่าพื้นที่นั้นน่าจะมีปริมาณสารเคมีใต้ผืนดินในปริมาณที่มากเกินมาตรฐานปกติ ซึ่งประเด็นด้านสารเคมีตกค้างนี้ทางเทศบาลกรุงโตเกียวมิได้แจ้งให้บรรดาเจ้าของร้านค้าต่างๆ ในตลาดทสึคิจิได้รับทราบ ทำให้เจ้าของร้านต่างๆ เห็นแต่ด้านดีของการย้ายไปยังโทโยซึ และเจ้าของร้านประมาณ 800 ราย หรือคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของร้านทั้งหมดเห็นด้วย

ปริมาณสารเคมีที่พบในดินที่มีขนาดเกินมาตรฐาน ได้แก่ Benzene, Cyan, Arsenic, ปรอท, ตะกั่ว และแคดเมียม ซึ่งยังผลให้ดินและน้ำบาดาลในแถบโทโยซึมีโอกาสเปรอะเปื้อนสารเคมีเหล่านี้สูงมาก

อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลกรุงโตเกียว ได้วางแผนในการแก้ไขปัญหาโดยวิธีการเปลี่ยนหน้าดิน กล่าวคือจะเป็นการขุดเอาหน้าดินออกจากผิวดินความลึก 2 เมตร จาก นั้นถมดินใหม่หนา 2.5 เมตร แต่วิธีนี้ก็ถูกนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมโจมตีว่าสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องดินได้ แต่ยังคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษของน้ำบาดาลได้

นอกจากนี้ยังมีปัญหากรณีการเกิดแผ่นดินไหวและสึนามึที่จะทำให้การอพยพผู้คนในตลาดแห่งใหม่เป็นไปด้วยความยากลำบากอีกด้วย

อย่างไรก็ดี การย้ายตลาดไปยังโทโยซึ ยังคงเป็นหัวข้อสนทนาและถกเถียงกันอีกยาวนาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็มองเห็นว่า การย้าย ตลาดจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่คงต้องใช้เวลาอีกมากพอสมควร

สำหรับตลาดปลาแล้ว นี่คือโมเดลทาง เศรษฐกิจที่มีความยุติธรรมมากที่สุดเท่าที่จะพอหาได้ในระบบเศรษฐกิจแบบลักปิดลักเปิดแบบสังคมเศรษฐกิจในปัจจุบัน การเดินทางของฮอนมากุโระจากทะเลน้ำลึก เข้าตลาดปลาจนมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารของเราเป็นการเดินทางที่ยาวนานและผ่านประสบการณ์มากมายของปลาทูน่าหนุ่มตัวหนึ่ง ซึ่งถ้ามันเขียนบทบันทึกเล่าเรื่องการเดินทางของมันได้ คงเป็นหนังสือท่องเที่ยวที่สะท้อนวัฏจักรของชีวิตที่สมบูรณ์แบบได้อีกชีวิตหนึ่ง

คุณอยากอ่านบทบันทึกเล่มนี้เหมือนผมไหมครับ

ข้ อ มู ล เพิ่ ม เ ติ ม

1. Issenberg, Sasha. (2007), The Sushi Economy : Globalization and the Making of a Modern Delicacy, New York: Gotham Books.
2. Bestor, Theodore C. (2004), Tsukiji : The Fish Market at the Center of the World, Berkeley and Los Angeles: University of California Press.
3. สาลินี (2550), เจแปน เจอนั่น เจอนี่, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์วงกลม.
4. วันชัย ตัน (2549), บันทึกญี่ปุ่น, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์วงกลม.
5. Harford, Tim (2007), 'How to See a Tuna : What Fish Markets Teach about the Economy,' Slate.com, June 22, 2007.
6. Graddy, Kathryn (-), 'Markets: The Fulton Fish Market,' Forthcoming, Journal of Economic Perspectives.
7. สำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและการคลัง, 'ตลาดปลาซึคิจิจะต้องย้ายหรือไม่,' 30 July 2007, http://www.thaiceotokyo.jp/ thai/index.php?option=com_content&task=view&id=570&Itemid=1   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us