|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บอร์ด ทอท.รับผลสอบสวนชุด ”ประทิน” ฟันคิงเพาเวอร์ สั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่อนุมัติสัญญายุค ”ศรีสุข” มิชอบด้วยกฎหมาย ขัด พ.ร.บ.ร่วมทุน มอบ ทอท.สั่งคิงเพาเวอร์ออกนอกพื้นที่ ชี้เอกชนสมรู้ปกปิดข้อมูล มูลค่าลงทุนเกินพันล้านบาท พร้อมส่งเรื่อง ปปช.เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทางอาญา ด้าน ทอท.เอาผิดทางวินัยตามระเบียบ เผยคณะกรรมการพิจารณาชุด ”วุฒิพันธ์” ทำเกิดอำนาจ “ศรีสุข” ทำผิดขั้นตอน
พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.เปิดเผยภายหลังการประชุมวานนี้ (23 ส.ค.) ว่า ที่ประชุมได้รับรายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ สัญญาของบริษัท คิงเพาเวอร์ดิวตี้ฟรี จากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มี พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจเป็นประธาน และมีมติชัดเจนให้ ทอท.นำไปดำเนินการต่อ โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาบอร์ดได้ให้ความสำคัญการปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นภายในทอท.มาตลอด แต่การตรวจสอบต้องมีความโปร่งใสและต้องมีหลักฐานที่ครบถ้วนชัดเจนจึงต้องใช้เวลา และการดำเนินการจะต้องเหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน
“หลังจากนี้ฝ่ายบริหาร ทอท.จะต้องนำมติไปพิจารณาและดำเนินการต่อไป ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯที่มีพลตำรวจเอกประทินเป็นประธานนั้นได้สรุปผลการสอบสวนตั้งแต่การประชุมบอร์ดครั้งที่ผ่านมาแต่ต้องการตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนก่อนซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่และเรื่องการแก้ปัญหาต่างๆ นั้นเป็นหน้าที่ซึ่งคณะมนตรีความมั่นคง (คมช.) ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนฝ่ายการเมืองชั่วคราว” พล.อ.สพรั่งกล่าว
นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กรรมการและโฆษกคณะกรรมการทอท.กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการประกอบกิจการร้านค้าปลอดภาษี พบหลักฐานชัดเจนว่า สิ่งที่ได้กระทำมาเป็นคำสั่งทางการปกครองที่มิชอบขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ที่วงเงินการลงทุนโครงการเกินกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะสินค้าคงคลังที่มีการประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง 3-4 เท่า และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ยืนยันว่าจะต้องนำมูลค่าสินค้าคงคลังมาคำนวนรวมเป็นมูลค่าการลงทุนด้วย และมูลค่าสินค้าคงคลังไม่ได้เป็นไปตามที่สถาบันทรัพย์สินทางปัญญา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นที่ปรึกษาเสนอ นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและกฎหมายอื่นๆ อีกหลายฉบับ
นายเจิมศักดิ์กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ดำเนินการใน 4 เรื่อง คือ 1. เพิกถอนคำสั่งทางการปกครองที่มิชอบและแจ้งไปยังบริษัท คิงเพาเวอร์ดิวตี้ฟรีเพื่อให้ออกจากพื้นที่ในส่วนของร้านค้าปลอดภาษีในเงื่อนเวลาที่เหมาะสมและถ้าไม่ออกจากพื้นที่ตามเวลาที่เหมาะสมจะถูกเรียกค่าเสียหาย 2. ทำหนังสือโดยด่วนเพื่อให้ประธานบอร์ดทอท.นำรายงานต่อพลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรายงานต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป 3. ให้ส่งเรื่องพร้อมรายงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และ 4. ให้ดำเนินคดีทางวินัยและทางแพ่งกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
นายเจิมศักดิ์กล่าวว่า คิงเพาเวอร์มีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นด้วยกับมติ ซึ่งเป็นเรื่องของเอกชน แต่เรื่องนี้มีหลักฐานชัดเจนว่าคิงเพาเวอร์ได้สมรู้และปกปิดข้อมูลเรื่องมูลค่าการลงทุน
“บอร์ดได้มีมติให้ทอท.เตรียมพร้อมสำหรับกรณีที่คิงเพาเวอร์ต้องออกจากพื้นที่ไว้แล้ว ดังนั้นทอท.จะต้องประเมินว่าจะต้องใช้เวลาในการหาผู้ประกอบการรายใหม่เข้าไปดำเนินเท่าไร เพื่อทำให้เกิดการแข่งขัน”
พล.ต.อ.ประทินกล่าวว่า ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีร้านค้าปลอดภาษี สนามบินสุวรรณภูมิมีเอกสารที่เป็นเนื้อหารวม 63 หน้า ซึ่งพบว่า การได้มาของสัญญามิชอบด้วยกฎหมาย โดยพบว่าคณะกรรมการพิจารณาการต่อสัญญาร้านค้าปลอดภาษี คิงเพาเวอร์ ชุดที่มีนายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ เป็นประธาน ได้ใช้อำนาจเกินหน้าที่ รวมถึงนายศรีสุข จันทรางศุ ประธาน บอร์ดทอท.ในขณะนั้นไม่ได้เสนอเรื่องตามขั้นตอน ซึ่งจะต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับนโยบายและแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) ก่อนเสนอครม.อนุมัติ
โดยจากข้อมูลพบว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2547 คิงเพาเวอร์ได้ทำหนังสือถึงกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.เพื่อขอต่ออายุสัญญาดิวตี้ฟรี เนื่องจากสัญญาจะหมดอายุในปี 2548 แต่ไม่ได้มีการพิจารณาให้ และส่งเรื่องให้บอร์ดพิจารณาซึ่งบอร์ดได้ตั้งคณะกรรมการทำหน้าที่พิจารณาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของทอท. ซึ่งเมื่อพิจารณาพบว่าไม่สามารถต่ออายุสัญญาให้ได้ เพราะมีการย้ายสนามบินจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิซึ่งเป็นที่ใหม่ จึงต้องทำสัญญาใหม่ แต่คณะกรรมการดังกล่าวกลับไม่ยุติบทบาทในการทำงานและได้พิจารณาเกินอำนาจที่มี โดยเสนอว่าคิงเพาเวอร์เหมาะสมที่จะได้สัมปทานต่อไป ซึ่งขัดต่อระเบียบสำนักนายกฯ 2545 ในเรื่องการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ทอท.จะต้องวิเคราะห์รายละเอียดและเสนอคณะกรรมการกทภ.พิจารณาก่อน
พล.ต.อ.ประทินกล่าวว่า ทอท.เป็นรัฐวิสาหกิจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐที่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์เป็นคำสั่งทางการปกครอง แต่เรื่องนี้เป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐจึงมีอำนาจในการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองดังกล่าวได้ และเรียกค่าเสียหายและผลประโยชน์ที่ควรได้รับได้ ตามกฎหมาย โดย อาจจะไม่สามารถชี้ว่าใครผิดใครถูกได้ แต่ระบุพฤติการของผู้กระทำความผิดและนำไปสู่การเอาผิดเจ้าหน้าที่ ได้ทั้งในส่วนคดีอาญา ซึ่งเป็นอำนาจของป.ป.ช.และคดีแพ่งและทางวินัยที่เป็นอำนาจของทอท.
พล.ต.อ.ประทินกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าคณะกรรมการจะเริ่มดำเนินการสอบสวนในการดำเนินงานของพื้นที่เชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งกำหนดให้พัฒนาพื้นที่ 20,000 ตารางเมตรแต่มีการดำเนินการไปถึง 28,000 ตารางเมตร โดยจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ เนื่องจากประธานบอร์ดทอท.ได้เร่งรัดและให้ความสำคัญมาก
นายจุลจิต บุญยเกต รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ กล่าวว่า มติบอร์ดจะเป็นอย่างไร คำสั่งอย่างไรก็ให้ไปที่ศาล ซึ่งทางคิงเพาเวอร์ยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจน ต้องข้อตรวจสอบข้อมูลก่อน
แหล่งข่าวจากคิงเพาเวอร์กล่าวว่า ตามมติบอร์ด ทอท.คงทำไม่ได้ เพราะขบวนการในความขัดแย้งระหว่างคิงเพาเวอร์ และทอท.นั้น เรื่องได้ไปอยู่ที่ศาลแล้ว และศาลได้ประทับรับฟ้อง ดังนั้นจึงต้องมีการพิสูจน์ใครผิดใครถูก แต่ละฝ่ายต่างไม่มีสิทธิที่จะห้ามหรือหยุดในการกระทำใด ๆ ต่อกัน หากดำเนินการ หรือกระทำใด ๆ ถือว่าหมิ่นศาล ขณะที่แหล่งข่าวจากบอร์ด ทอท. กล่าวว่า คณะกรรมการได้ใช้เวลาในการหารือกรณีร้านค้าปลอดภาษีของคิงเพาเวอร์ประมาณ 1 ชม. โดยมีมติเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุม 7 คน ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสัญญา
นางกัลยา ผกากรอง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทอท.กล่าวว่า จะต้องนำผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุด พล.ต.อ.ประทินเป็นประธานที่เป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมด้วยมติบอร์ดหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนยอมรับว่า กรณีการเพิ่มถอนคำสั่งทางปกครองนั้นเป็นเรื่องทางกฎหมายที่ต้องให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ข้อมูลที่เป็นลายลักษณ์อักษรครบถ้วนจะเร่งดำเนินการตามมติบอร์ดทันที.
|
|
 |
|
|