Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน24 สิงหาคม 2550
กรุงศรีฯซื้อธุรกิจเช่าซื้อรถจีอี100 %             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

   
search resources

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
Banking and Finance




แบงก์กรุงศรีอยุธยา เดินธุรกิจเชิงรุก เจรจาซื้อธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ของจีอี มันนี่ 100% มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท 7,000ล้านบาท ตั้งเป้าให้บริการเช่าซื้อรถยนต์แก่ลูกค้าแบบครบวงจร มุ่งสู่การเป็นผู้นำบริการทางการเงินเพื่อรายย่อย หวังขยายธุรกิจก้าวกระโดด เตรียมเชิญประชุมผู้ถือหุ้นสิ้นเดือนกันยายนเพื่อขออนุมัติ ก่อนโอนพอร์ตสินเชื่อ 9 หมื่นล้านบาทเข้าแบงก์ภายในสิ้นปีนี้

นาย ตัน คอง คูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า วันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า คณะกรรมการธนาคาร ( ในการประชุมครั้งที่ 9 / 2550 เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2550 ) ได้มีมติเห็นชอบให้ธนาคารเข้าซื้อหุ้น 100% ของบริษัท จีอี แคปปิตอล ออโต ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GECAL ซึ่งหากการเจรจาประสบความสำเร็จ การลงทุนครั้งนี้จะมีมูลค่า 17,000 ล้านบาท (หรือประมาณ 486 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งอาจมีการปรับราคาได้ตามวิธีการปรับราคาเพื่อให้สอดคล้องกับราคาบัญชีของ GECAL ณ วันที่การซื้อขายหุ้นแล้วเสร็จ โดยจะไม่เกิน 17,250 ล้านบาท ทั้งนี้ จีอี มันนี่ จะยังคงถือหุ้นใน GECAL ทางอ้อมผ่านการถือหุ้นในธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ทั้งนี้ ธนาคารหวังว่า กระบวนการและเอกสารที่เกี่ยวข้องจะทำได้เสร็จเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ การเข้าซื้อหุ้นของ GECAL ตามแผนนี้จะช่วยให้เราสามารถเสนอบริการเช่าซื้อรถยนต์เบ็ดเสร็จในจุดเดียวให้แก่ลูกค้าได้ เรามั่นใจว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมความเป็นผู้นำรายหนึ่งในวงการธนาคารไทย ขณะเดียวกันยังช่วยเร่งให้ธุรกิจการเงินเพื่อรายย่อยของเราเติบโตได้อย่างรวดเร็วด้วย

"ธนาคารอยู่ระหว่างการเจรจา โดยการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้จะเสร็จสมบูรณ์เมื่อได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และผู้ถือหุ้นแล้ว การควบรวมกิจการ GECAL จะช่วยเพิ่มความสามารถของธนาคารในการให้บริการทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ และรถยนต์ใช้แล้วได้ครบถ้วน อีกทั้งสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสาขาของธนาคารจำนวน 562 แห่งทั่วประเทศในการเพิ่มความสะดวกสบายแก่ลูกค้าอีกด้วย นอกจากนี้ แผนการเข้าซื้อหุ้นของ GECAL ในครั้งนี้ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของธนาคารในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการให้บริการเช่าซื้อรถยนต์ครบวงจรของประเทศไทย"

สำหรับ GECAL นั้นเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ของประเทศไทย ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว สินเชื่อเงินสดรถยนต์ และสินเชื่อรถจักรยานยนต์ โดยสามารถครองความเป็นผู้นำรายหนึ่งในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มากว่า 14 ปี ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ตรงความต้องการของลูกค้า รวมถึงคุณภาพด้านการให้บริการ ดังนั้น การควบรวม GECAL เข้ามายังธนาคาร จะทำให้ธนาคารสามารถนำเสนอบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าได้ เพราะธนาคารมีเครือข่ายการขายที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และต้นทุนการเงินที่ต่ำกว่า ข้อได้เปรียบเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยหนุนแผนของธนาคารในการที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

นายพิริยะ วิเศษจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ จีอี มันนี่ ประเทศไทย กล่าวว่า แผนการโอนกิจการของ GECAL ไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยาถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของ จีอี มันนี่ ในการยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า ด้วยการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเครือข่ายการขาย รวมทั้งทรัพยากรอื่นๆ ที่จีอี มันนี่ มีอยู่ในประเทศไทย สำหรับ ธุรกิจบริการด้านการเงินที่ไม่ใช่การธนาคาร (Non-bank) จีอี มันนี่จะใช้รูปแบบการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Super-Growth Model) ซึ่งเป็นแผนเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการขยายธุรกิจ ด้วยการสร้างความเติบโตในธุรกิจหลักที่มีอยู่ ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล รวมถึงการหาช่องทางสร้างโอกาสทางธุรกิจจากพันธมิตรทางธุรกิจต่าง ๆ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2550 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ จีอี มันนี่ ได้บรรลุข้อตกลงเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ โดยจีอี มันนี่ ได้เข้าถือหุ้นของธนาคารในสัดส่วน 25.4% (หลังการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิของธนาคาร) และต่อมาเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2550 จีอี มันนี่ ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธนาคารเป็น 31%

นางเยาลักษณ์ พูลทอง ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการสื่อสารองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การเจรจาซื้อหุ้นของ GECAL นับว่าเป็นนโยบายหนึ่งของธนาคาร ที่ต้องการจะขยายการเติบโตของธุรกิจอย่างก้าวกระโดด เป็นการดำเนินนโยบายเชิงรุกเพิ่มพอร์ตของรายย่อย ในขณะที่ธนาคารมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง บีไอเอสสูงกว่า 19 % นับว่าพร้อมที่จะลงทุน ในขณะที่ GECAL เป็นบริษัทที่มีธุรกิจเช่าซื้อในระดับผู้นำ 1ใน 3 ของตลาดในทุกๆด้านอยู่แล้ว เมื่อมารวมกับสาขาของธนาคารที่มีอยู่กว่า 600 สาขา เชื่อว่าจะเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนที่สูง

โดยคำนวณเคร่าๆ นั้น GECAL เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดี กำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง มีพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้ออยู่ประมาณ 90,000 ล้านบาท ที่จะต้องโอนเข้ามายังธนาคาร และที่สำคัญที่สุด GECAL มีรายได้จากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิประมาณ 6.9-7 % ในขณะที่ปัจจุบันธนาคารมีรายได้จากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิประมาณ 3 % จึงเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนที่สูงเมื่อเทียบกับการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ การบริหารต้นทุนอยู่ในระดับที่ต่ำ ขนาดของธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้การบริหารต้นทุนอยู่ในระดับที่ต่ำ นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มช่องทางให้บริการกับลูกค้า

ส่วนราคาที่ธนาคารได้เจรจาจะซื้อนั้น บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน คือ เมอร์ริลลินส์ภัทร ได้วิเคราะห์และพิจารณาผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการแล้ว ซึ่งมองว่า 17,000 ล้านบาท คิดเป็นราคา 1.8 เท่าของราคาตามบัญชี เป็นระดับราคาที่เหมาะสม ซึ่งขั้นตอนต่อไปธนาคารจะเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในสิ้นเดือนกันยายน 2550 เพื่อขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น และคงมีขั้นตอนรายละเอียดการขออนุมัติจากทางการอีกเล็กน้อย คาดว่าขั้นตอนทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีแน่นอน หลังจากนั้นจะดำเนินการควบรวมกับบริษัทเช่าซื้อของธนาคารที่มีอยู่หรือจะดำเนินการแยกธุรกิจกันคงจะต้องมีการพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง

"หลายฝ่ายมองว่า การซื้อ GECAL เป็นการโยกเงินจากธนาคารไปให้กับกลุ่ม GE นั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะขณะนี้โครงสร้างผู้ถือหุ้นของธนาคาร มี GE ถือว่าประมาณ 31 % ซึ่งกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ยังคงเป็นของคนไทยที่เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม การออกเสียงในคณะกรรมการจึงขึ้นอยู่กับคนไทย ดังนั้นมองว่าการซื้อหุ้น GECAL เป็นการลงทุนที่เอื้อประโยชน์ให้กับธนาคารและผู้ถือหุ้นจริงๆ"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us