การแข่งขันในตลาดรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ทุกเซกเมนต์ร้อนฉ่า เมื่อทั้งค่ายเล็กค่ายใหญ่ต่างอัดโปรโมชั่นเข้าห้ำหั่นกันหวังชิงกำลังซื้อจากผู้บริโภคทุกรูปแบบ หวังกระชากกำลังซื้อท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้คนไม่ค่อยยอมควักกระเป๋าเงินมากนัก
จากการที่ผู้คนหวั่นวิตกกับสถานการณ์การเมือง และเศรษฐกิจที่ยังไม่มีมาตรการแกไขที่ดีพอที่จะฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับคืนมาได้ ส่งผลให้ผู้คนชะลอการจับจ่ายลงในทุกภาคส่วน ผู้ประกอบการทั้งที่ค้าปลีก เครื่องสำอาง สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงรถยนต์ต้องหาแนวทางประคับประคองธุรกิจของตนให้สามารถอยู่รอดได้
โดยเฉพาะธุรกิจรถยนต์ช่วงเวลานี้จะเห็นหลายค่ายอัดแคมเปญโปรโมชั่นกันอย่างดุเดือด เพราะนอกจากจะต้องเจอกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังต้องประสบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากยอดขายรถยนต์ช่วงครึ่งปีแรกต่ำกว่าช่วงเดียวกันเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เผยสถิติรถยนต์ประจำเดือนมิถุนายน ลดลง 53,222 คัน ลดลง 4.2% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 15,914 คัน ลดลง 0.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 37,308 คัน ลดลง 5.6% รถกระบะขนาด 1 ตัน 32,904 คัน ลดลง 9% แต่ถ้าเทียบสถิติการขายรถยนต์สะสมครึ่งปีแรกของปีนี้กับปีที่ผ่านมามียอดขายทั้งสิ้น 292,514 คัน ลดลง 12.6% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 83,390 คัน ลดลง 11.5% รถเพื่อการพาณิชย์ 209,124 คัน ลดลง 13.1% รถกระบะขนาด 1 ตัน 183,223 คัน ลดลง 16.8%
ในสถานการณ์เช่นนี้หลายค่ายเชื่อว่ามนต์ที่จะเรียกให้ผู้บริโภคหันมาซื้อรถยนต์ของตนก็คือ “โปรโมชั่น”
แม้ว่าไตรมาส 3 ของทุกๆ ปีเป็นช่วงที่ตลาดรถยนต์ของไทยเกิดอาการชะลอตัวของยอดขาย แต่สำหรับปี 2550 นี้ค่อนข้างหนักกว่าทุกปี ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ ด้วยเหตุนี้ทำให้บริษัทรถยนต์ต่างๆ ต้องทำงานอย่างหนัก ทั้งการตลาดและการขาย และส่วนใหญ่ถูกสะท้อนออกมาในเรื่องการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย
คู่แข่งขันที่ค่อนข้างดุเดือดที่สุดน่าจะเป็นการชิงแชมป์ตลาดปิกอัพของ โตโยต้า และอีซูซุ เมื่อวัดกันเดือนต่อเดือนช่วงครึ่งปีแรกนั้น ปิกอัพโตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้ สามารถทำยอดขายเหนือคู่แข่งขันคือ อีซูซุดีแมกซ์ อยู่หลายเดือน ทำให้ไตรมาสที่ 3 และไตรมาส 4 ในอีกไม่กี่เดือน อีซูซุ ต้องเร่งผลักดันยอดขาย
การทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายของอีซูซุ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าไม่มีการลด หรือแถมอะไรให้กับลูกค้าสักเท่าใด แต่ที่ทำมาตลอดอย่างหนึ่งคือการแจกทองคำให้กับลูกค้า แต่เมื่อไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมานั้นตรีเพชรอีซูซุปรับเปลี่ยนวิธีการทำโปรโมชั่น เช่น แถมประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ให้กับลูกค้า ซึ่งแคมเปญนี้ช่วงให้ยอดขายขยับขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง ซึ่งคาดว่าในช่วงที่เหลือจนถึง ไตรมาสสุดท้าย อีซูซุ น่าจะทำโปรโมชั่นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และน่าจะมีแคมเปญที่ดุเดือดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคมเนื่องจากเป็นช่วงปิดยอดขายของปี 2550 โดยมีตำแหน่งแชมป์ตลาดปิกอัพเป็นเดิมพัน
ด้านโตโยต้านั้น นอกจากเร่งสร้างยอดขายด้วยแคมเปญหลากหลายรูปแบบให้ลูกค้าเลือก เช่น แถมประกันภัยชั้น 1 GOA พร้อมส่วนลดเงินดาวน์ 8,500 บาท หรือจะเลือกเป็นประกันภัย GOA พร้อมกับส่วนลดดอกเบี้ยเงินผ่อน จนถึงให้ส่วนลดเงินดาวน์ 23,000 บาท และส่วนลดเงินสด 22,000 บาทเป็นต้น
ผลจากสงครามการตลาดของผู้นำทั้ง 2 ยังทำให้บรรดาค่ายปิกอัพที่เล็กลงมาอย่าง มาสด้า, นิสสัน, มิตซูบิชิ และฟอร์ด ต่างต้องปรับตัวในเรื่องโปรโมชั่นส่งเสริมการขายตามไปด้วย หรือไม่ก็เป็นการปรับเพิ่มรุ่นของตัวผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มีความแตกต่างในระดับราคาเดิม เช่นการเพิ่มปิกอัพรุ่นพิเศษของฟอร์ด ในรุ่นไวด์แทร็ค เป็นต้น ขณะเดียวกันแคมเปญในเรื่องการขายทั้งดาวน์ต่ำ และยอดดอกเบี้ยต่ำ จนถึงให้สิทธิดอกเบี้ย 0% กับลูกค้า สำหรับปิกอัพบางราย
ขณะที่ตลาดที่น่าสนใจอีกกลุ่มหนึ่งคือ ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์หรือ MPV และตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ SUV ซึ่งปัจจุบันโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ รถในกลุ่ม SUV สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้มากที่สุด การกระตุ้นตลาดของโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ แต่ละครั้งค่อนข้างสร้างผลกระทบกับตลาดทั้ง MPV และ SUV พอสมควร โดยเฉพาะที่อยู่ในระดับราคา 1 ล้านบาทต้นๆ
สำหรับในกลุ่ม MPV นั้น เชฟโรเลต ซาฟิรา และ เกียร์ คาเรนท์ เป็น 2 รุ่นที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว แต่เนื่องจากเชฟโรเลต ซาฟิร่า นั้นอยู่ในช่วงปลายโมเดล ทำให้การทำแคมเปญส่งเสริมยอดขาย ไม่หวือหวานัก ซึ่งเป็นรูปแบบปกติของค่ายเชฟโลเลตที่มีให้ทั้งส่วนลด เงินดาวน์ต่ำ และดอกเบี้ยต่ำไปจนถึงดอกเบี้ย 0% ส่วนเกียร์ คาเรนท์นั้น นอกจากจะสร้างความสนใจให้กับตัวผลิตภัณฑ์ด้วยการแถมประกันภัยชั้น 1 แล้ว และฟรีค่าบำรุงรักษาฟรี 3 ปีแล้ว ยังมีการปรับตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ในตลาดด้วยการ เปลี่ยนจากรถในกลุ่ม MPV ให้มาอยู่ในกลุ่มรถแบบสเตชั่นแวกอน
ทำให้เกียร์ คาเรนท์ ในรุ่น V-Estate มีการปรับราคาให้มาอยู่ในระดับ 800,000 บาท มาจับตลาดกลุ่มผู้ที่ต้องการรถยนต์เพื่อการบรรทุกขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ไม่ต้องการใช้รถประเภทปิกอัพ ซึ่งจะว่าไปแล้วตำแหน่งในตลาดของ คาเรนท์ V-Estate ยังไม่มีคู่แข่งในตลาดตรงๆ แต่มันจะเข้ามาชิงกลุ่มลูกค้าของตลาดปิกอัพแบบ 4 ประตูส่วนหนึ่ง และรถยนต์นั่งอีกส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตามเกีย คาเรนท์ แม้จะเป็นรุ่นหนึ่งที่อยู่ในความคาดหวังของทางยนตรกิจเกีย มอเตอร์ แต่การปรับเปลี่ยนตัวผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ มีการทำตลาดไม่มากนัก และเป็นช่วงที่รอการปรับโฉมใหม่ของปิกอัพ ขนาด 1.5 ตันของค่ายเกียร์ ซึ่งปัจจุบันมีรุ่น K2700 เป็นตัวทำตลาด และเป็นตลาดที่ยังไร้คู่แข่งสำหรับเกียเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคู่แข่งคนสำคัญของเกีย อย่างฟอร์จูนเนอร์ และฮอนด้าซีอาร์วีจะยังไม่มีการลอนช์แคมเปญออกมาเพื่อเรียกยอดขาย แต่ค่ายนิสสันที่ปกติไม่ค่อยจะมีแคมเปญเด็ดๆให้ชาวบ้านได้ฮือฮากลับสวนทางด้วยการออกปล่อยแคมเปญสำหรับ X-Trail ที่ปล่อยแคมเปญดาวน์ 20% นาน 60 เดือน ดอกเบี้ย 0% คูปองน้ำมัน 90,000 บาท ฟรีกันภัยชั้น 1 ส่วนทิด้าให้ส่วนลดเงินสด 30,000 บาท ดอกเบี้ย 2.99% และประกันภัยชั้น 1
ขณะที่ค่ายซูซูกิ ออโตโมบิล หลังจากที่ทำแคมเปญกับแกรนด์ วิทาร่า ไปแล้วในช่วงที่ผ่านมาก็หันมาผลักดันยอดขายของตัวแคร์รี่ ปิกอัพ ในเซกเมนต์กระบะอเนกประสงค์ 1600 ซีซี โดยวางราคาไว้ที่ 329,000 บาท แถมฟรี แอร์ พวงมาลัยพาวเวอร์
จยย.แข่งคึก หั่นเหลือคันละ 4.9 พัน
ไม่ใช่เพียงศึกโปรโมชั่นในตลาดรถยนต์จะร้อนแรงเท่านั้น แต่ในตลาดรถจักรยานยนต์ก็ร้อนไม่แพ้กัน เพราะทั้ง 2 ตลาดตกอยู่ในภาวการณ์ยอดขายตกอันเนื่องมาจากพิษเศรษฐกิจ และความไม่มั่นใจของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน
สถานการณ์ล่าสุดของบรรดาผู้เล่นในตลาดรถจักรยานยนต์ช่วงเวลานี้ก็คือ ทางบริษัท สกู๊ตเตอร์ อรียา ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์เจอาร์ดี ปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายลดราคารถจักรยานยนต์เจอาร์ดีทุกรุ่น โดยลูกค้าที่ซื้อรถจักรยานยนต์คันแรกในราคาเต็มจะสามารถซื้อรถคันที่สองได้ในราคา 4,900 บาท ปรากฎว่าได้รับการตอบรับที่ดีมียอดจองมากถึง 5,000 คัน
หรือดีลเลอร์มอเตอร์ไซค์ที่ต่างจังหวัดอย่าง บริษัท ออโต้เฮาส์ สาขาศรีราชา จัดรายการส่งเสริมการขาย ด้วยการติดตั้งสัญญาณกันขโมยมูลค่า 2,000 บาท ให้กับผู้ที่ซื้อจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกรุ่น หลังจากที่ยอดขายของร้านในช่วงเดือนกรกฎาคมลดลงเกือบ 40% จากยอดขายที่ตั้งเป้าไว้ 200 คันต่อเดือน
|