7 เดือนกับความว่างเปล่าของผลงานในตำแหน่งกรรม การผู้จัดการใหญ่ทศท คอร์ป โดยเฉพาะโครงการขยายโทรศัพท์
5 แสนเลขหมาย ที่เป็นธุรกิจทำรายได้หลักกลับอืดเป็นเรือเกลือทั้งๆที่มีความต้องการรออยู่กว่า
7 แสนเลขหมาย ยังอยู่ในกระบวนการเล่นแร่แปรธาตุของรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่รับผิดชอบโครงการ
ยำวิธีการ ประมูลแบบไม่แยแสหลักการเดิมที่บอร์ดเคยอนุมัติหวังเอื้อพวกพ้องด้านคนในวงการสื่อสารชี้อนาคตคน
นอกยึดทศทฯแน่ หากผู้บริหารแตกความสามัคคี เล่นพวกพ้องหาแต่ผลประโยชน์ใส่ตัวเหมือนในตอน
นี้
แหล่งข่าวในวงการสื่อสารกล่าว ว่าหลังจากที่นายสิทธิชัย ส่งพิริยะกิจ ได้รับการสรรหาเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2545 ปรากฏว่าเวลาผ่านไปจนถึงขณะนี้เกือบ
7 เดือนแล้ว แต่ถือว่ายังไม่มีผล งานเด่นชัด โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐานที่ถือเป็นรายได้และธุรกิจหลักของทศทฯกลับไม่มีงานคืบหน้าแต่อย่างใด
"ในขณะที่ทศทฯไม่มีเบอร์ขาย แต่งานโครงการขยายเลขหมาย โทรศัพท์กลับไม่คืบหน้า"
ในช่วงที่ยังไม่มีคณะกรรมการกำกับกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกทช. ที่จะมาเป็นผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม
ทศทฯมีสิทธิและ มีความจำเป็นต้องขยายเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานเพื่อสร้างส่วนแบ่งตลาดให้เกินหน้าทีเอและทีทีแอนด์ที
เพื่อเป้าหมายธุรกิจในระยะยาวและเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดใน ระยะสั้น เพราะข้อมูลของทศทฯสิ้นสุดเดือนก.ย.2545
มีจำนวน ลูกค้ารอบริการ (Waiting List) อยู่ถึง 710,220 ราย
โครงการโทรศัพท์ 5 แสนเลขหมายเป็นโครงการที่บอร์ดเก่ายุคนาย ศุภชัย พิศิษฐวานิช
เป็นประธานได้พิจารณาอนุมัติโครงการ ทำประชาพิจารณ์เงื่อนไขทีโออาร์ข้อเสนอในการ
ประมูลจนเสร็จสิ้นแล้ว เหลือแค่การเปิดขายซองประกวดราคาตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2545
แต่เกิดการเปลี่ยนบอร์ดใหม่เป็นคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธาน
บอร์ดชุดใหม่มีมติเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2546 ได้สั่งการให้ทศทฯทำแผน งานขยายโทรศัพท์
5 แสนเลขหมายดังกล่าวจากเดิมที่อยู่ในรูปแผนงาน เปลี่ยนเป็นจัดทำในรูปของโครงการส่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(สภา พัฒน์)พิจารณาโดยให้นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ที่ปรึกษาประธานบอร์ดทศทฯ พิจารณาในรายละเอียดก่อน
"แค่ขั้นตอนให้คุณสรรเสริญดูก่อนส่งไปสภาพัฒน์ ทศทฯใช้เวลาถึง 2-3 เดือน มีการดึงเรื่องไปมา
เตะ ถ่วงไว้ทั้งๆที่ตลาดมีความต้องการเลข หมายโทรศัพท์พื้นฐาน ในขณะเดียวกับที่มีการอาศัยช่องว่างที่บอกให้คุณ
สรรเสริญพิจารณาในรายละเอียด พยายามแก้ไขสเปกใหม่"
หลังจากเสียเวลาไปหลายเดือน ในการประชุมบอร์ดทศทฯเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมาโครงการนี้ต้องถูกส่งให้
คณะรัฐมนตรีรับทราบ ในขณะเดียว กันนายสิทธิชัยได้ขออนุญาตบอร์ดในการดำเนินโครงการนี้ควบคู่ไปกับขั้นตอนการเสนอครม.
ซึ่งในทางปฏิบัติทศทฯสามารถสั่งขายซองประกวดราคาได้ทันที เพราะเงื่อนไขหรือสเปก
เดิมที่บอร์ดชุดเก่าอนุมัติไว้มีเรียบร้อยแล้ว และมติบอร์ดชุดคุณหญิงทิพาวดีก็ยืนยันในหลักการเดิมของการประมูล
คือให้มีการแบ่งการทำงานเป็น 3 โซน แต่ให้มีการประมูล รวมทั้งเครื่องชุมสาย ระบบสื่อสัญญาณและงานข่ายสายตอนนอก
ในลักษณะยูนิตไพร์ซ แต่หลักการเดิม ที่ผ่านการอนุมัติทุกขั้นตอน กำลังถูก บิดเบี้ยวจากรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่ดูแลงานด้านโครงการ
ด้วยความพยายามให้มีการแก้ไขวิธีการประมูลใหม่ โดยให้ประมูลเครื่องชุม สายแบบรวมแต่งานวางข่ายสายตอน
นอกให้แต่ละเขตแยกทำในแต่ละพื้นที่ โดยเหตุผลหนึ่งที่อ้างแบบมั่วนิ่มคือแต่ละพื้นที่จะรู้ความต้องการดี
ซึ่งความต้องการดังกล่าวหากไม่รู้ล่วงหน้าย่อมไม่สามารถจัดซื้อเครื่องหรืออุปกรณ์ชุมสายหรืออุปกรณ์สื่อสัญญาณได้
ดังนั้น แสดงให้เห็นว่าความต้องการเลขหมายโทรศัพท์ดังกล่าว ถูกคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเรียบ
ร้อยแล้ว
"เหตุผลที่อ้างขัดแย้งในตัวเอง ซึ่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่คนดังกล่าวเคยทำข้อเสนอออกมาหลายๆทางเลือกพร้อมอ้างเหตุผลต่างๆ
นานา ที่ขัดแย้งกันเอง เพียงเพื่อต้องการเปลี่ยนวิธีการประมูลให้พวกพ้องตัวเองได้ประโยชน์สูงสุด"
โครงการขยายโทรศัพท์ 5 แสน เลขหมายกำลังเป็นเครื่องพิสูจน์ บท บาทความเป็นผู้นำของนายสิทธิชัยว่ามีความเข้มแข็งชัดเจนมากน้อยแค่ไหน
เพราะถือเป็นผลงานชิ้นแรกหากทำสำเร็จตั้งแต่รับตำแหน่งกจท. ซึ่งในทำนองเดียวกัน
หากเตะถ่วงให้โครงการนี้ล่าช้าออกไปอีกนอกจากข้อหาว่าไม่มีผลงานแล้วยังอาจเกิด
ข้อครหาถึงท่าทีประนีประนอมที่ยอม ตามลูกน้อง ซึ่งส่งผลถึงภาพความไม่ โปร่งใสในการจัดการโครงการขนาดใหญ่
แหล่งข่าวกล่าวว่าองค์กรขนาดใหญ่อย่างทศทฯย่อมต้องการความสามัคคีของผู้บริหารในการขับเคลื่อน
องค์กรให้บรรลุเป้าหมาย แต่ความต้องการของนายสิทธิชัยถูกปฏิเสธจากกลุ่มซูเปอร์ทีมผู้บริหารที่เขาคาดหวังในช่วงแรกตั้งแต่โชว์วิสัยทัศน์ในการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่
ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นใน ทศทฯตอนนี้คือรองกรรมการผู้จัด การใหญ่ทั้ง 17 คนกำลังหลงเริงร่ากับ
การแต่งตั้ง จนไม่ได้นึกถึงอนาคตองค์ กรขาดความสามัคคีมีแม้กระทั่งทำใบ ปลิวโจมตีกันเองขนาดมีความรู้ระดับ
ด็อกเตอร์ก็ไม่เว้น
"สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารระดับรอง ไม่นึกใส่ใจคืออนาคตทศทฯจะไปทาง ไหน เพราะนายสิทธิชัยมีเวลาถึงเดือนพ.ย.เท่านั้น
ก่อนหน้านั้น 3 เดือนจะเริ่มกระบวนการสรรหา หากคิดเริ่มสามัคคีตอนนั้นมันสายเกินไปแล้ว
แต่ตอนนี้ยังพอมีเวลา หากสามัคคีคุยกันให้รู้เรื่อง มีการมอบหมายวางตัวให้ทำงานสำคัญๆ
โชว์ฝีมือให้สาธารณชนเห็น ก็ยังมีโอกาส ไม่เช่นนั้น กรรมการผู้จัดการใหญ่คนต่อไปต้องเป็นคนนอกแน่นอน"
การบริหารงานแบบประนีประนอมลู่ตามใจลูกน้อง ทำให้ตอนนี้ กระ บวนการจัดการโครงการประสาน
ประโยชน์ในทศทฯเปลี่ยนไป ไม่ต้องสนใจอำนาจการเมือง แต่พ่อค้าหันไปเอาใจผู้บริหารระดับรองระดับผู้ช่วยให้ชงโครงการให้เรียบร้อยสำเร็จ
รูป แล้วเสนอขึ้นไปตามขั้นตอน เมื่อถึงระดับบนก็สั่งการอนุมัติ
เซียนระดับหัวแถวในการประสานงานเช่นนี้คือผู้ยึดครองพวกอุปกรณ์ไอพี ที่ทำแม้กระทั่งให้กรมการปกครอง
ยืมมือทศทฯจัดซื้ออุปกรณ์ประเภทระบุยี่ห้อระบุรุ่น เข้าข่ายผิดกม.ฮั้ว ซึ่งตอนแรกก็เกือบจะมีการอนุมัติให้จัดซื้อแล้ว
เพราะนายสิทธิชัยเห็นว่าทำมาตามขั้นตอน
"การเจาะตรงถึงระดับปฏิบัติการพวกรองหรือผู้ช่วย ทำให้พ่อค้าอัด ฉีดได้เต็มที่แต่ก็ยังประหยัดไปได้มาก
เพราะไม่ต้องประสานกับการเมืองในยุคนี้"
โครงการ 5 แสนเลขหมาย ถือเป็นโครงการยุทธศาสตร์ในการทำธุรกิจของทศทฯเพราะงบประมาณในปี
2547 ของทศทฯประมาณการว่า จะมีรายได้จากการดำเนินการของกลุ่มธุรกิจต่างๆ รวม 39,315
ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากโทรศัพท์พื้นฐาน 25,891 ล้านบาทมากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นรายได้จากโทรศัพท์สาธารณะ
6,796 ล้านบาท บริการสื่อสารข้อมูล 3,795 ล้านบาท โครงข่ายโทรคมนาคม 1,437 ล้านบาท
โทรคมนาคมระหว่างประเทศ 1,319 ล้านบาท และโทรศัพท์ไร้สาย 77 ล้านบาท