เม็ดเงินฝรั่งไหลเข้าตลาดหุ้นดันดัชนีตลาดหลักทรัพย์ติดลมบน TFEX รับผลดีโวลุ่มเพิ่ม คนเปิดสถานะซื้อ(Long) ยิ้มร่ารับผลตอบแทนถล่มทลายเกินเท่าตัว โบรกฯแนะอย่าเพิ่งตาโต ให้ดูจากปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวก่อนซื้อ หากเข้าไปตอนที่ตลาดปรับตัวขึ้นสูงจะมีโอกาสติดยอดดอยได้
หุ้นขึ้นรวดเดียว 70 จุดในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาใครเล่นหุ้นก็ต้องนับว่าโชคดี แต่สำหรับคนที่เล่นอนุพันธ์แล้วต้องบอกว่าจิ๊บๆ เพราะถ้าเปิดสถานะซื้อ(Long) ของ SET 50 Index Futures ไว้ถือว่าเป็นผู้โชคดีกว่า เพราะจะรวยขึ้นแบบไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว สร้างผลตอบแทนได้มากกว่า150%
เกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ บมจ. ตลาดอนุพันธ์ (TFEX)กล่าวว่า TFEX ได้สร้างสถิติมีโวลุ่มซื้อขายสูงสุดถึง 9,894 สัญญาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นพัฒนาการที่ดี หลังจากเปิดตัวมาได้ 15 เดือน โดยตลอดปีที่แล้วมีปริมาณซื้อขายเฉลี่ยที่ราว 1,200 สัญญาต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 2-3 พันสัญญาในช่วงต้นปี2550 และเฉลี่ยในครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคมปริมาณซื้อขายก็เพิ่มสูงขึ้นเป็น 7,144 สัญญาต่อวัน
ปริมาณซื้อขายสัญญาที่หนาแน่นขึ้นในปีนี้เป็นผลมาจากแรงกระตุ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโวลุ่มที่เพิ่มขึ้นในตลาดอนุพันธ์ช่วงที่ผ่านมาส่วนหนึ่งก็เป็นแรงหนุนจากนักลงทุนต่างประเทศด้วย
ด้านจำนวนผู้ลงทุนก็ถือได้ว่ามีการเติบโตเร็ว จากร้อยกว่าสองร้อยบัญชีในช่วงเริ่มแรกก็เพิ่มขึ้นเป็น 6,500 บัญชีในปัจจุบัน สำหรับสัดส่วนปริมาณการซื้อขายในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาแยกได้เป็น นักลงทุนรายย่อย49.2% ,นักลงทุนสถาบัน 27% และนักลงทุนต่างประเทศ 23.6%
ทั้งนี้มองในแง่นักลงทุนแล้ว การที่ดัชนีมีการปรับขึ้นหรือลงมากๆแล้วการลงทุนใน SET 50 Index Futures จะมีโอกาสได้ผลตอบแทนดีกว่าการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น หากคาดว่าดัชนีจะปรับตัวขึ้นแล้วไปเปิดสถานะซื้อ(Long) ของ SET 50 Index Futures ไว้ที่ 530 จุดแล้วมาปิดสถานะที่ 600 จุด ซึ่ง 70 จุดที่เพิ่มขึ้นนั่นหมายถึงกำไร 70,000 บาท (1จุดที่เปลี่ยนแปลงคิดเป็นมูลค่า 1,000บาท) ทั้งที่ใช้เงินเริ่มต้นลงทุน 53,000 บาท ขณะเดียวกันหากนักลงทุนคิดว่าตลาดเป็นช่วงขาลงก็ยังสามารถทำกำไรได้จากการเปิดสถานะขาย(Short) ของ SET 50 Index Futures ไว้ แล้วค่อยมาปิดสถานะรับกำไรเมื่อดัชนีลงมาอยู่ที่จุดนั้น ในอีกด้านหนึ่งกำไรทั้งหมดก็อาจเป็นตัวเลขติดลบได้เช่นเดียวกันหากที่ประเมินไว้ผิดพลาดและสวนทางกับดัชนีส่วนต่างที่เกิดขึ้นจริง
ด้านสมบูรณ์ วัฒนาอาษากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต กล่าวว่า การเข้ามาซื้อและขายในตลาด TFEX ของนักลงทุนต่างชาตินั้น จะเป็นลักษณะของกลุ่มนักลงทุนเดิมที่ซื้อขายทั้งตลาดใหญ่และตลาดอนุพันธ์ ดังนั้นหากช่วงไหนนักลงทุนต่างชาติทำสัญญาขาย (Short) ก็มีความเป็นไปได้ว่านักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ด้วย แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดตามรูปแบบนี้โดยตลอด
อย่างไรก็ตามการลงทุนในการเข้าเปิดสัญญาในช่วงนี้จะมีราคาที่ใกล้เคียงกับ SET50 หากราคาห่างกันเกินไปถือว่าแพง และอาจมีความเสี่ยง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนไม่ค่อยจะซื้อในช่วงที่ตลาดปรับตัวลง แต่กลับซื้อในช่วงที่ตลาดขึ้นไปมากแล้ว จึงอยากให้นักลงทุนพิจารณาความสมเหตุสมผลของการลงทุน และระมัดระวังการลงทุนในตลาด TFEX ไม่ควรให้เกินกว่าความเสี่ยงที่สามารถรับได้ เพราะมีโอกาสที่จะขาดทุนจากการลงทุนสูง จึงอยากแนะนำว่าอย่าลงทุนในฟิวเจอร์สมากเกินไป และควรซื้อจากปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว ไม่ใช่ระยะสั้น เพราะหากเข้าไปตอนที่ตลาดปรับตัวขึ้นสูงจะมีโอกาสติดได้
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติเริ่มเข้าลงทุนในTFEX ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และเริ่มเห็นผลชัดเจนในปีนี้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน มีสัดส่วนการลงทุน 30% นักลงทุนสถาบันในประเทศ 25-26% และรายย่อยประมาณ 43% อย่างไรก็ตามเป็นไปได้ว่าเดือนที่ผ่านมา เป็นช่วงสัญญาครบกำหนดทำให้นักลงทุนต้องปิดสถานะ แต่ภาพรวมแล้วสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยจะมีประมาณเกือบ 50% ของจำนวนสัญญาซื้อขายทั้งหมด
หากมองในแง่ของการเก็งกำไร ตลาดอนุพันธ์ก็เหมือนตลาดทุนอื่นๆในโลกทุนนิยมที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการถ่ายโอนความมั่งคั่งจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง เป็น Zero Sum Game มีคนได้ก็ย่อมต้องมีคนเสีย ทว่าฟังก์ชั่นของการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์นี้สามารถสร้างความวัฒนะหรือหายนะได้เป็นทวีคูณกว่าตลาดหุ้นถึง 10 เท่า ภายใต้ SET 50 Index Futures ขึ้นอยู่กับ 2 ทางเลือกในการตัดสินใจเท่านั้นว่าจะ Short หรือจะ Long
|