Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2534








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2534
หุ้นตัวไหนที่ทำ VENTURE CAPITAL อนาคตจะดี             
โดย ทักษ์ศิล ฉัตรแก้ว
 

 
Charts & Figures

มูลค่าการลงทุนในหลักทรัพย์ที่จัดเป็น Venture Capital


   
search resources

ธีระ วิภูชนิน
Stock Exchange




หุ้นกลุ่มเงินทุนหลักทรัพย์มักจะเป็นหุ้นที่นักลงทุนนิยมในภาวะที่หุ้นขึ้น เพราะจักลงทุนมักจะมองไปที่มูลค่าธรรมเนียมสูงขึ้นไม่ว่าจะเป็น รายได้ ค่านายหน้า และส่วน CAPITAL GAIN ของหุ้นในพอร์ตฟอริโอของบริษัทนั้นๆ

แต่ในระยะหลังเมื่อการวิเคราะห์หลักทรัพย์มีมาตรฐานขึ้นและนักลงทุนต่างชาติที่เป็นนักลงทุนแบบสถาบัน (INSTITUTIPONAL INVESTOR) เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในตลาดหุ้นไทย มุมมองที่พวกเขาให้ความสนใจต่อหุ้นกลุ่มเงินทุนหลักทรัพย์ได้เพิ่มปัจจัยในการมองความน่าสนใจขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง นั่นคือ การพิจารณาพอร์ตฟอริโอในส่วนที่เป็น VENTURE CAPITAL PORTFOLIO

พอร์ตฯส่วนนี้จะประกอบด้วยหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิที่มิได้มีไว้เพื่อค้า ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นของบริษัทที่อยู่นอกตลาดฯ ซึ่งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เหล่านั้นได้เข้าไปร่วมลงทุน โดยมีความหวังว่าเมื่อบริษัทเหล่านั้นเติบโตมีผลการดำเนินงานที่ดีแล้วจะพยายามผลักดันให้เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงเวลานั้นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ร่วมถือหุ้นอยู่ก็จะขายหุ้นทิ้งไปในตลาดฯ โดยจะได้กำไรจากส่วนต่างระหว่างราคาตลาด ณ ขณะนั้น กับมูลค่าที่เข้าไปลงทุนแต่แรกซึ่งมักจะเป็นกำไรที่งดงามมาก

VENTURE CAPITAL คือ การเข้าไปร่วมลงทุนกับบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง การร่วมลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นการเข้าไปถือหุ้นลงทุน นอกจากนี้อาจจะต้องคอยอัดเงินเข้าไปเป็นระยะๆ โดยการปล่อยกู้ให้ โดยที่ผู้ร่วมลงทุน (VENTURE CAPITALIST) จะขากหุ้นออก (EXIT) เมื่อหุ้นของบริษัทที่เป็น TARGET เข้าตลาดฯ แต่บางครั้งผู้ร่วมลงทุนอาจจะ EXIT ก่อนโดยการขายหุ้นให้กลุ่มนักลงทุนรายใหม่ที่มีความสนใจหรือกลุ่มผู้บริหารบริษัทที่เป็น TARGET ก็ได้

บริษัทเงินทุนหรือเงินทุนหลักทรัพย์ของไทยบางแห่งที่นำโดยกลุ่มผู้บริหารหัวก้าวหน้า ก็ได้เริ่มทำตัวเป็น VENTURE CAPITALIST กันบ้างแล้ว โดยที่แทบทุกบริษัทจะเป็นการเข้าไปร่วมลงทุนในระยะที่บริษัท TARGET เริ่มมีผลการดำเนินงานที่ดีแล้วและใกล้ที่จะนำบริษัทเข้าไปกจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ธีระ วิภูชนิน แห่งสำนักงานตัวแทนพรูเดนทเชี่ยล เอเซียซึ่งการลงทุนเป็นแบบ VENTURE CAPITAL กล่าวว่า "ในเมืองไทยส่วนใหญ่แล้ว การทำ VENTURE CAPITAL จะเป็นการเข้าไปร่วมลงทุนใน STAGE หลัง ซึ่งเรียกกันว่า MEZZANINE FINANCING มากกว่าจะเลี้ยงต้อยกันตั้งแต่แรก"

ทั้งนี้เนื่องจากธุรกิจในเมืองไทยยังนิยมการบริหารแบบครอบครัวกันมากกว่าที่จะยอมให้คนนอกเข้ามามีส่วนร่วมด้วย "โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่อยู่ในเครือของแบงก์มักจะเข้าไปร่วมปล่อยกู้ และเข้าไปถือหุ้นไว้ในพอร์ตก่อนที่ตัวเองจะพาบริษัทนั้นๆ เข้าไปจดทะเบียนในตลาดฯ แต่เมืองไทยมีกฎหมายห้ามไม่ให้พวกนี้ถือหุ้นบริษัทอื่นเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นพวกเขามักจะตั้งบริษัทที่เป็น DUMMY ขึ้นมาถือแทน เช่น ธนสยาม ก็มี สามสองธุรกิจ และตรีทวิธุรกิจซึ่งร่วมลงทุนกับบริษัทอื่นไปแล้วกว่าแปดร้อยล้านบาท" ผู้เชี่ยวชาญอีกท่านหนึ่งกล่าว บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่หารายได้จาการทำ VENTURE CAPITAL เท่าที่ปรกฏชัดเจนในปัจจุบันก็มี ธนชาติ ธนสยาม เอกธนกิจ หลักทรัพย์เอเซีย ทิสโก้ และล่าสุด ศรีมิตรในบรรดาบริษัทเหล่านี้ก็เน้นพอร์ตฯของเวนเจอร์ที่ต่างกัน เช่น ธนชาติ เน้นร่วมลงทุนกับบริษัทที่ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ธนสยาม เน้นกลุ่มบริการ เอกธนกิจ เน้นกลุ่มการเงินหลักทรัพย์เอเซียเน้นอิเล็กทรอนิกส์ และศรีมิตรไม่เน้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ดังนั้นในฐานะนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เหล่านี้ ควรพิจารณาคุณภาพของบริษัทที่เขาเข้าไปร่วมลงทุนด้วย เอกธนกิจ ธนสยามและศรีมิตร ดูเหมือนจะน่าสนใจมากกว่าตัวอื่น เพราะเอกธนกิจนั้นมี UNREALIZED GAIN มากจากหุ้นเอกธำรงที่ยังไม่ได้ขายออกไป นอกจากนี้ยังถือหุ้นของเอกเอเชีย และเจ เอฟ ธนาคม ซึ่งกำลังจะเข้าตลาดในไม่ช้า นอกจากนั้นยังเสนอตัวเข้าไปฟื้นฟูธนานันต์อีกด้วย จุดนี้จะทำให้หุ้นของเอกธนกิจมีความน่าสนใจในระยะยาว

"เพราะมีประสบการณ์ในการฟื้นฟูกิจการประเภทนี้มานานซึ่งถ้าทำสำเร็จจะทำให้เขาได้กำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำ" แหล่งข่าวบริษัทวิจัย (ชื่อดัง) ให้ความเห็น

ธนสยามดูเหมือนจะเป็นอีกตัวหนึ่งที่จะทำกำไรได้จากการทำแบบนี้ หุ้นที่เขาถือในพอร์ตเวนเจอร์ที่คาดว่าจะทำกำไรได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ก็มีควอลิตี้เฮ้าส์ หัวหินรีสอร์ท นอกจากนั้นยังมีตัวเดินๆ อีกมาก เช่น ตะวันโฮเต็ล ไทยสมุทรขนส่ง และสามชัย เป็นต้น

ในอดีตธนสยามเคยพาบริษัทที่ตัวเองเข้าร่วมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มาแล้ว นั่นคือ ไทยคาร์บอนแบล็ค ซึ่งก็ทำให้ธนสยามทำกำไรในส่วนที่เป็น CAPITAL GAIN ได้ไม่น้อย

ส่วนศรีมิตรนั้น ล่าสุดได้เข้าร่วมใน BUY-OUT DEAL ของบริษัทเอส ซี ที คอมพิวเตอร์ และบริษัทไอ อี ซี ที่ซื้อมาจากกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์ไทย บริษัทนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีศรีมิตรเป็นที่ปรึกษา "ถ้าสองบริษัทนี้เข้าตลาดได้แล้วศรีมิตร EXIT ในตอนนั้นเขาจะได้กำไรไม่ต่ำกว่าสิบเท่า นอกจากจะได้ค่าธรรมเนียมในการให้คำปรึกษาและอันเดอร์ไรท์หุ้น" ผู้เกี่ยวข้องกล่าว

ในแง่ของนักลงทุน นอกจากพิจารณาคุณภาพของบริษัทที่ บงล. เหล่านั้นเข้าไปร่วมลงทุนแล้ว ยังต้องคำนึงถึงระยะเวลาในการ EXIT ของ บงล.เจ้าของหุ้นเหล่านั้นด้วยซึ่งส่วนใหญ่กว่าการทำ VENTURE CAPITAL จะส่งผลกำไรอย่างจริงๆ จังๆ มักจะกิจเวลาค่อนข้างนานเป็นปีๆ ดังนั้นนักลงทุนที่จะใช้ปัจจัยนี้ในการพิจารณาลงทุนในหุ้นไฟแนนซ์บางตัวก็ควรต้องเป็นการลงทุนระยะยาวด้วย

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us