Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2534








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2534
ความใฝ่ฝันครั้งที่สองของ ทศพล ตันติวงษ์ ราชาแป้งมันแห่งที่ราบสูง             
 


   
search resources

สงวนวงษ์ อุตสาหกรรม
ทศพล ตันติวงษ์
Agriculture




17 ปีที่แล้วทศพล ตันติวงศ์ ตัดสินใจพลิกเส้นทางธุรกิจของตนจากการเป็นแค่ตัวแทนขายน้ำมันสามทหารให้กับหน่วงงานราชการในโคราช และเป็นเอเย่นต์ขายอะไหล่ ยางรถยนต์ กับรถไถฟอร์ด ยกระดับขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจการเกษตรด้วยการตั้งบริษัทสงวนวงษ์ อุตสาหกรรมจำกัดขึ้นมาทำโรงงานแปรรูปหัวมันสำปะหลังสดให้เป็นแป้งมัน

"ผมมีความฝันอยู่อย่างเดียวว่า ต้องทำโรงงานให้ใหญ่เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยถูก" ทศพลหรือเฮียกุ่ยกล่าว ความฝันของเขาไม่ใช่เรื่องลมๆ แล้งๆ หากแต่เป็นไปตามตรรกะทางธุรกิจที่ต้องการให้เกิดการประหยัดจากขนาดของกำลังการผลิต

วันนี้ความฝันของเขาเป็นจริงแล้ว จากเริ่มแรกที่ใช้หัวมันเพียงแค่วันละ 40 ต้น วันนี้ โรงงานสงวนวงษ์ของเขาซึ่งตั้งอยู่ในเนื่อที่ร่วมพันไร่ริมถนนสายราชสีมา-โชคชัย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาต้องใช้หัวมันถึงวันละ 2,000 ตัน หรือสองล้านกิโลกรัมต่อวัน เพื่อผลิตแป้งมันออกมาให้ได้ปีละแสนกว่าตัน เท่ากับ 10% ของกำลังการผลิตแป้งมันทั่วประเทศจากโรงงานที่มีอยู่ประมาณ 50 โรง

สงวนวงษ์ไม่ได้เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเท่านั้น จะกล่าวว่าโรงงานแป้งมันของทศพลใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในโลกก็ได้

นอกจากโรงงานที่โคราชแล้ว ทศพลยังมีโครงการที่จะสร้างโรงงานแป้งมันแห่งใหม่ขึ้นที่อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิในเนื้อที่ 500 ไร่ "เรากำลังดูว่าจะมีน้ำพอใช้หรือไม่ ตอนนี้ไม่ได้ทำอะไร" เขาพูดถึงความคืบหน้าของโครงการแห่งใหม่นี้

แป้งมันนั้นเป็นสินค้าที่มีสัดส่วน 1 ใน 3 จากผลิตผลมันสำปะหลัง อีกสองส่วน คือ มันเส้นและมัดอัดเม็ดที่ส่งออกไปยังตลาดร่วมยุโรปมากที่สุด มันเป็นสินค้าที่มีการแปรรูปเพิ่มขึ้นมาขั้นหนึ่งแล้ว จัดเป็นสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มรายได้จากสินค้าตัวนี้ จึงมากกว่ามันเส้นและมันอัดเม็ดที่เป็นเพียงสินค้าเกษตรขั้นปฐม

ทศพลบอกว่าเป็นโชคของเขาเหมือนกันที่เลือกทำโรงแป้งมันตามคำแนะนำของเพื่อน แทนที่จะทำมันเส้นหรือมันอัดเม็ดตามความตั้งใจเดิมของตัวเอง

ในขณะที่ธุรกิจมันเส้นและมันอัดเม็ดนั้นแขวนชะตากรรมไว้กับตลาดต่างประเทศแห้งมันกลับมีตลาดใหญ่อยู่ภายในประเทศ

อุตสาหกรรมนับร้อยๆ ชนิดต้องใช้แห้งมันเป็นวัตถุดิบขั้นต้นตัวหนึ่ง ตั้งแต่การทำเส้นก๋วยเตี๋ยว ลูกอม กาว เฟอร์นิเจอร์ กระดาษ สิ่งทอ แม้กระทั่งหัวขุดเจาะน้ำมันดิบก็ต้องใช้แห้งมันเป็นส่วนประกอบในการหล่อลื่น ตลาดของแป้งมันจึงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม

แต่ในความใหญ่นั้นก็มีข้อเสียเปรียบ ยิ่งใหญ่มาก็ต้องใช้หัวมันสดมาก และต้องมีวัตถุดิบสม่ำเสมอเพื่อให้เครื่องจักรเดินตลอดเวลา เพราะใหญ่ๆ อย่างนี้ การหยุดฟลิตหมายถึง การแบกรับค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยจำนวนมหาศาลโดยไม่มีรายได้มาชดเชย

ปัญหาวัตถุดิบ คือ หัวมันสดจึงเป็นเรื่องใหญ่ของโรงแป้งมัน ยามใดที่การส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดได้ราคาดี โรงแป้งมันก็ต้องเหนื่อยมากขึ้นในการแข่งชิงหัวมันสดจากเกษตรกร "เราต้องให้ราคาสูงกว่ารายอท่นๆ" ทศพลพูถึงทางออกของเขา ซึ่งอาศัยความได้เปรียบที่ต้นทุนต่อหน่วยต่ำมาชดเชยกับราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น

แต่ปัยหาการแย่งชิงหัวมันสดยังเป็นเรื่องเล็กที่มีลักษณะชั่วคราว เรื่องใหญ่กว่านี้และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าสินค้าเกษตรตัวนี้ในอนาคตอันใกล้คือ การขาดแคลนมันสำปะหลัง

ปี 2533 เนื้อที่การปลูกมันสำปะหลังในภาคอีสานคือห้าล้านเก้าแสนไร่ ลดลงไป 6% เมื่อเทียบกับปี 2532 ที่มีอยู่หกล้านสองแสนไร่ ถ้าคิดออกมาเป็นผลผลิตจะลดลงถึง 15% จาก 14.6 ล้านตันในปี 2532 เหลือ 12.4 ล้านตันในปีที่แล้ว

เช่นเดียวกัน ผลผลิตมันสำปะหลังจากภาคตะวันออกก็ลดลงเพราะปัญหาฝนแล้ง และที่ดินมีราคาแพงขึ้นจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวจนชาวไร่พากันขายที่ที่เคยใช้ปลูกมันทิ้ง

"วัตถุดิบจะขาดแคลนลงไปเรื่อยๆ " ทศพลคาดการณ์อนาคตไว้อย่างนี้

ในภาคอีสานพื้นที่ปลูกมันที่ลดลงเป็นเพราะชาวไร่หันไปปลูกอ้อยแทน ช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ โรงงานน้ำตาลจากกาญจนบุรีพากันย้ายฐานการผลิตไปยังภาคอีกสาน ซึ่งเป็นผลจากราคาที่ดินที่เมืองกาญจน์แพงขึ้นเช่นกัน ทำให้มีการปลูกอ้อยเพื่อป้อนโรงงานน้ำตาลมากขึ้น เพราะว่าอ้อยนั้นถึงจะมีปัญหาการผันผวนของราคาน้ำตาลในตลาดโลก แต่ก็ยังมีระบบแบ่งปันผลประโยชน์ที่ทำรายได้ให้กับชาวไร่มากกว่ามัน

ภายในสองปีข้างหน้าจะมีโรงงานน้ำตาลเกิดใหม่ที่อุดรธานีอย่างน้อย 5 โรง แต่ละโรงนั้นจะต้องใช้อ้อยจากพื้นที่ปลูกสองแสนไร่ ดังนั้นพื้นที่ปลูกมันในภาคอีสานจะต้องลดลงไปอีก 1 ล้านไร่ในปีสองปีข้างหน้านี้ มันสำปะหลังต้องขาดแคลนลงไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

ปัจจุบันโรงงานแป้งมันทั่วประเทศ ทำการผลิตเพียง 20% ของโรงงานที่มีอยู่ 50 กว่าแห่งเท่านั้น เพราะการขาดแคลนหัวมันทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ถ้าจะผลิตแป้งมันต่อไป

"ผมมีความฝันที่จะทำธุรกิจแบบครบวงจร" ความใฝ่ฝันครั้งใหม่ของทศพลนี้จำต้องเป็นจริงเพื่อความอยู่รดในระยะยาวของสงวนวงษ์

ขณะนี้ทศพลกำลังก่อสร้างโรงงานเพื่อผลิตกลูโคสจากแป้งมันสำปะหลัง สำหรับใช้ในการผลิตลูกกวาดและของขบเคี้ยวซึ่งมีกำหนดเสร็จในปลายปีนี้โดยใช้เทคนิคการผลิตจากเยอรมนี

แนวความคิดในการทำกลูโคสคือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแป้งมัน เป็นทิศทางที่ทศพลเชื่อว่าจะเป็นทางออกสำหรับธุรกิจแป้งมัน ซึ่งกำลังเผชิญกับต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเพราะการขาดแคลนวัตถุดิบ

ปลายสุดของความฝันในการสร้างธุรกิจแบบครบวงจรของทศพล คือ การทำ MODIFIED STARCH หรือ แป้งสำเร็จรูปซึ่งเป็นการแปรรูปแป้งมันดิบเพื่อเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ

การทำแป้งสำเร็จรูปจึงเป็นขั้นสูงขึ้นไปอีกของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแป้งมัน ในประเทศไทยขณะนี้มีผู้ผลิตแป้งสำเร็จรูปประมาณ 10 ราย ซึ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกทั้งหมดโดยมีตลาดใหญ่คือญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นนั้นมีนโยบายกีดกันการนำเข้าแป้งมันสำปะหลังดิบเพื่อคุ้มครองผู้ผลิตในประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นต้องใช้แป้งสำเร็จรูปเป็นจำนวนมาก จึงเก็บภาษีแป้งชนิดนี้ต่ำมาก

เคยมีนักลงทุนจากญี่ปุ่นมาชักชวนทศพลให้ร่วมกับตั้งโรงงานทำแป้งสำเร็จรูป แต่เขายังไม่ตัดสินใจ "ผมอยากทำเองมากกว่า รอให้พร้อมกว่านี้"

แต่กว่าที่จะพร้อมเขาเองก็ยอมรับว่าต้องใช้เวลาอีกนานเพราะในที่สุดแล้วไม่ว่าด้านเทคนิคการผลิต หรือด้านการตลาดของแป้งสำเร็จรูป ยังต้องพึ่งพาต่างประเทศอยู่มาก

ฝันครั้งที่สองของเขาอาจจะไม่เป็นจริงก็เพราะเหตุนี้

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us