Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 กรกฎาคม 2550
ฟิทช์คงมุมมองด้านลบAIS-DTAC             
 


   
www resources

โฮมเพจ แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส - AIS
โฮมเพจ DTAC
โฮมเพจ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย)

   
search resources

แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส, บมจ.
โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น, บมจ.
ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย), บจก.




ฟิชท์ เรทติ้งส์ประกาศคงมุมมองในด้านลบอันดับเครดิตของ AIS และ DTAC จากความไม่แน่นอนด้านนโยบายกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในส่วนของธุรกิจโทรคมนาคมยังคงมีอยู่ค่อนข้างมาก ระบุรอความชัดเจนมากขึ้นหลังมีรัฐบาลใหม่ จึงจะมีการพิจารณามุมมองใหม่

รายงานข่าวจาก ฟิทช์ เรทติ้งส์ประกาศคงเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ (Rating Watch Negative) แก่อันดับเครดิตของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC โดยอันดับเครดิตของ AIS และ DTAC ที่อยู่ในเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบได้แก่ อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ (Long-term foreign currency IDR) ของ AIS ที่ BBB+ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term rating) ที่ ‘AA(tha)’ และ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-term rating) ที่ F1+(tha)

ส่วนอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของ DTAC อยู่ที่ BB+ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ A(tha) อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ F1(tha) และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันที่ A(tha)

ทั้งนี้ อันดับเครดิตของ AIS และ DTAC ยังคงอยู่ในเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ ซึ่งฟิทช์ได้ประกาศให้แก่อันดับเครดิตของทั้งสองเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในส่วนของธุรกิจโทรคมนาคม ยังคงมีอยู่ค่อนข้างมาก โดยในเดือนพฤษภาคม 2550 คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีคำวินิจฉัยว่าการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาสัมปทานที่เกิดขึ้นในอดีตของผู้ประกอบการโทรคมนาคม ซึ่งรวมถึงการแก้ไขสัญญาสัมปทานของ AIS และ DTAC นั้น ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 เนื่องจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานดังกล่าวมิได้มีการนำเสนอต่อคณะกรรมการประสานงาน และคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบ อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการกฤษฎีกามิได้มีผลทำให้ผลการแก้ไขสัญญาสัมปทานเป็นโมฆะโดยทันที โดยรัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณาสำหรับแนวทางการดำเนินการต่อเรื่องดังกล่าว

โดยฟิทช์คาดว่าอันดับเครดิตของ AIS และ DTAC น่าจะได้รับการพิจารณาออกจากเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ (Rating Watch Negative) เมื่อประเด็นที่เกี่ยวข้องทางด้านนโยบายและกฎหมายข้างต้นมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในอีก 6 เดือนข้างหน้า

อนึ่ง AIS เป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดรายใหญ่ที่สุดในประเทศ บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าเช่า (EBITDAR) สำหรับงวด 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2550 จำนวน 40.7 พันล้านบาท ลดลง 15% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 47.7 พันล้านบาท เป็นผลจากการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนการให้บริการซึ่งรวมถึงส่วนแบ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามฐานะการเงินของบริษัทยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าเช่า (net adjusted debt to EBITDAR) อยู่ที่ 0.4 เท่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2550

และ DTAC เป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ สำหรับงวด 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2550 บริษัทมี EBITDAR เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 9.7% มาอยู่ที่ 18.8 พันล้านบาท ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้านโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น ฐานะการเงินของบริษัทยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดย net adjusted debt to EBITDAR ปรับตัวดีขึ้นจาก 2.4 เท่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2549 เป็น 2.2 เท่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2550   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us