ธ.ทิสโก้ ประเดิมแจ้งผลประกอบการไตรมาส2 เป็นแบงก์แรก โชว์กำไรสุทธิพุ่ง 437.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 86.62 ล้านบาท โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากธุรกิจเช่าซื้อ และการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกสวนทางมีกำไรสุทธิ 793.63 ล้านบาท ซึ่งลดลง 101.54 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล กรรมการและรองกรรมการอำนวยการธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการของธนาคารและบริษัทย่อยประจำไตรมาส2 ปี 2550 ว่าธนาคารมีผลกำไรสุทธิ 437.79 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.54 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 351.17 ล้านบาท และกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ 0.42 บาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 86.62 ล้านบาท หรือร้อยละ 24.7 โดยสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลร้อยละ 32.6 จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจเช่าซื้อ และการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 3.2 เป็นร้อยละ 3.4 ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.2ขณะเดียวกันรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 50.2 จากธุรกิจประกันชีวิตธนกิจธุรกิจจัดการกองทุน และธุรกิจวาณิชธนกิจส่งผลให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.1
สำหรับผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกของปี 2550 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 793.63 ล้านบาท ลดลง 101.54 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.3เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 895.17 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เนื่องจากภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่ซบเซาในครึ่งปีแรกของปี 2550 ซึ่งแตกต่างอย่างมากกับภาวะตลาดที่คึกคัก ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมกำไรจากเงินลงทุน รายได้รวม(ซึ่งรวมถึง รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ลดลงถึงร้อยละ 15.2ตามภาวะตลาด)ของธนาคารและบริษัทย่อย ยังคงเพิ่มขึ้น 102.69 ล้านบาท หรือร้อยละ4.3กำไรต่อหุ้นปรับลด(Diluted earnings per share) สำหรับงวดไตรมาส 2 และ งวด 6 เดือนแรกของปี 2550 เท่ากับ 0.54 บาท และ 0.96 บาท ตามลำดับ เทียบกับกำไรต่อหุ้นปรับลดจำนวน 0.42 บาทและ 1.10 บาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ยของไตรมาส 2 ปี 2550 เท่ากับร้อยละ 14.2 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11.0
ด้านรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิมีจำนวน 884.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 183.68 ล้านบาท(ร้อยละ 26.2)เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลเพิ่มขึ้นจำนวน 462.81 ล้านบาท (ร้อยละ 32.6)และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน279.13 ล้านบาท (ร้อยละ 38.8) จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากจำนวน 49.90 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.4 และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นจำนวน 223.21 ล้านบาท หรือร้อยละ 617.6 ทั้งนี้ อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลเล็กน้อย เนื่องจากธนาคารอยู่ในช่วงของการขยายฐานเงินฝากเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อเมื่อพิจารณาในช่วงไตรมาส 2 ปี 2550 เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2550อัตราดอกเบี้ยตลาดโดยรวมลดลง เป็นผลให้อัตราดอกเบี้ยจ่ายโดยเฉลี่ยลดลงจากร้อยละ 4.7 เป็น ร้อยละ 4.5 ตามภาวะตลาด หากแต่ธนาคารสามารถรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยรับ โดยการปรับสัดส่วนการให้เช่าซื้อรถมือสองมากขึ้น เป็นผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของเงินให้สินเชื่อปรับตัวสูงขึ้นจากร้อยละ 3.2 เป็นร้อยละ 3.4ธนาคารและบริษัทย่อยมีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิหลังหักหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 852.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.31 ล้านบาท หรือร้อยละ 19.7 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีรายการหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจำนวน32.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.37 ล้านบาท สัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิต่อรายได้รวมคิดเป็นร้อยละ 63.4 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ร้อยละ 60.6รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในไตรมาสนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย จำนวน 510.67 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน 55.16 ล้านบาท (ร้อยละ 12.1)โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจากประกันชีวิตธนกิจธุรกิจจัดการกองทุน และธุรกิจวาณิชธนกิจ จำนวน 95.69 ล้านบาท (ร้อยละ 50.2)จาก 190.81 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2549 เป็น 286.50 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ประกอบกับกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น 20.09 ล้านบาท(ร้อยละ 120.7) จาก 16.66 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2549 เป็น 36.75ล้านบาทในไตรมาสนี้
ทั้งนี้ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ มีจำนวน 766.23 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันในปีที่แล้วจำนวน 73.45 ล้านบาท (ร้อยละ 10.6)เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานซึ่งผันแปรตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์ จากการลงทุนในการเปิดสาขาธนาคาร ภาษีเงินได้นิติบุคคลธนาคารและบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับไตรมาส 2 ปี 2550จำนวน 159.36 ล้านบาทคิดเป็นอัตราภาษีร้อยละ 26.7ฐานะการเงินของธนาคารและบริษัทย่อย
ส่วนสินทรัพย์รวมของธนาคารและบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550มีจำนวน 103,949.16 ล้านบาท ลดลง 1,141.60 ล้านบาท (ร้อยละ 1.1)เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 เนื่องจากการลดลงของรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินจำนวน 1,219.40 ล้านบาท(ร้อยละ 38.8)และหลักทรัพย์ซื้อโดยมีสัญญาขายคืนจำนวน 2,420.00 ล้านบาท (ร้อยละ 16.1)หนี้สิน
นอกจากนี้หนี้สินรวมของธนาคารและบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 มีจำนวน92,243.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.94 ล้านบาท (ร้อยละ 0.2) โดยธนาคารได้ออกหุ้นกู้ระยะยาวอายุ 3 ปี จำนวน 3,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.75 และ หุ้นกู้ระยะยาวอายุ 5 ปี จำนวน1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.04 เพื่อมาทดแทนหุ้นกู้ระยะยาวอายุ 5 ปี จำนวน 4,800 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 4.45ซึ่งจะครบกำหนดไถ่ถอนในครึ่งหลังของปี 2550
|