"จเรรัฐ" ขอทุนคืนขาย D1 ทำกำไร 10 ล้านหุ้น ระบุเป็นการเพื่อสร้างกำไรเท่านั้น ระบุเป็นอีกแนวทางที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง แย้มหลังจากนี้ยังไม่แน่จะขายเพิ่มหรือซื้อคืน พร้อมเดินหน้าเจรจาพันธมิตรต่างประเทศซื้อหุ้นเพิ่มทุน หวังนำเงินไปซื้อ 3 บริษัทไอที ย้ำชัดซื้อกิจการที่เกื้อหนุนกันไม่มีการแข่งขันกันเอง กั้นงบไว้ซื้อ 200-300 ล้านบาท
นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) หรือ D1 กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาตนเองได้มีการขายหุ้นออกไปประมาณ 10 ล้านหุ้นซึ่งเป็นการขายทำกำไรส่วนตัวจากภาวะตลาดหุ้นที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับราคาหุ้นก็อยู่ในระดับที่พอใจ ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการขายเพิ่มหรือซื้อเพิ่มอีกก็ได้แต่จะต้องขึ้นอยู่กับว่าราคาหุ้นของบริษัทในช่วงนั้นเป็นอย่างไร
ทั้งนี้ หุ้นในส่วนที่มีการขายออกไปไม่ใช่ในส่วนที่ติดห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ (ไซเล่นซ์พีเรียด) โดยปัจจุบันกลุ่มพันธมิตรและตนเองถือหุ้นอยู่รวมกันประมาณมากกว่า 30% โดยยังมีส่วนที่ยังสามารถขายได้อีกหากราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้ แต่เรื่องการติดไซเล่นต์พีเรียดไม่สามารถตอบได้ว่ามีหุ้นที่ติดไซเล่นต์อยู่เท่าใด แต่หุ้นที่กลุ่มพันธมิตรยังถืออยู่ถือว่าพอสำหรับการบริหารบริษัทอยู่แล้ว
"ผมก็เป็นนักลงทุนคนหนึ่ง หลังบริษัทเราเข้าจดทะเบียนก็สามารถซื้อขายได้ เรามีการรายการอย่างถูกต้องกับก.ล.ต.ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เรื่องที่ว่าจะมีการขายเพิ่มอีกหรือไม่ หรือว่าจะซื้อเพิ่มยังตอบตอนนี้ไม่ได้เพราะต้องอยู่ที่ราคาหุ้นหากราคาขึ้นไปอีกผมอาจจะเข้าไปซื้อเพิ่ม"นายเจรัฐกล่าว
สำหรับแผนงานของบริษัทในปีนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรต่างประเทศที่จะเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจำนวน 130 ล้านหุ้นซึ่งจะได้ข้อสรุปในเรื่องการเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนภายในเดือนนี้ โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้จำนวนเท่าใดและในราคาเท่าใด เพราะจะต้องดูข้อเสนอของพันธมิตรแต่ส่วนตัวเชื่อว่าการขายหุ้นเพิ่มทุนในรอบนี้น่าจะสามารถขายได้หมดเนื่องจากภาวะตลาดหุ้นเริ่มกลับเข้ามาสู่สภาวะที่ปกติ มูลค่าการซื้อขายปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทที่น่าจะได้ข้อสรุปในเดือนนี้ ในช่วงเดือนหน้าบริษัทคาดว่าจะสามารถตัดสินใจซื้อบริษัทที่ดราก้อน วันจะเข้าไปถือหุ้นได้ทั้ง 3 บริษัทเนื่องจากจะได้รับเงินจากเงินเพิ่มทุนโดยคาดว่าจะใช้เงินเพื่อซื้อบริษัททางด้านไอทีอีกประมาณ 200-300 ล้านบาท
นายจเรรัฐ กล่าวอีกว่า แม้ว่าบริษัทจะเน้นที่จะเข้าไปซื้อหุ้นในกิจการที่เกี่ยวจข้องกับธุรกิจทางด้านไอทีทั้งหมด แต่การแข่งขันในธุรกิจของบริษัทต่างๆจะไม่เป็นกลุ่มที่แข่งขันกันโดยตรงแต่จะเป็นกลุ่มบริษัทที่สามารถช่วยเหลือกันทางด้านธุรกิจได้ โดยที่ผ่านมาผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มไอทีถือว่าให้ผลตอบแทนจากการลงทุนค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัท แอพพลิเคชั่น โฮสติ้ง เซอร์วิส จำกัด หรือ A-Host ซึ่งบริษัทเป็นผู้ถือหุ้นำใหญ่ได้จ่ายเงินปันผลในอัตรา 39.54 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทได้รับเงินปันผลดังกล่าวจากหุ้นที่ถืออยู่ที่ 409,624 หุ้น 16,196,532.96 บาท โดยช่วงก่อนหน้านี้ A-Host จ่ายปันผลมาแล้วประมาณ 20 ล้านบาทและน่าจะความสามารถในการจ่ายได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
ด้านรายแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2 , แบบ 256-2)สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดราก้อนวัน จำกัด (มหาชน)หรือ D1 ได้มีการขาย หุ้น D1เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2550 จำนวน 5.51 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 1.57% ราคาหุ้นละ 1.05 บาท ซึ่งเป็นการขายหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ทำให้ภายหลังการขายหุ้นครั้งนี้เหลือถือหุ้นเพียง 69.49 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 19.80%
นอกจากนี้ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร (แบบ 59-2) ของก.ล.ต.แจ้งว่าในวันที่ 29 มิถุนายน 2550 นายจเรรัฐ ได้มีการขายหุ้นD1 ออกมาอีกจำนวน 4.48 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1.06 บาท ซึ่งเมื่อรวม 2วัน นายจเรรัฐ ขายหุ้นรวมจำนวน 10 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 10.54 ล้านบาท
ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น D1 วานนี้ 2 ก.ค. 50 ราคาปิดที่ 1.08 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ 1.89% มูลค่าการซื้อขาย 27.68 ล้านบาท
อนึ่ง หุ้นที่อยู่ในระยะเวลาห้ามจำหน่ายหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมถือหุ้นรวม 76,017,380 หุ้น ได้ให้คำรับรองว่าจะไม่นำหุ้นจำนวนดังกล่าว ออกจำหน่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี 6 เดือนนับแต่วันที่หลักทรัพย์ของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยเมื่อครบ 6 เดือนแรก ผู้ถือหุ้นดังกล่าวได้รับการผ่อนผันให้ทยอยขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่ถูกสั่งห้ามขายได้ในจำนวน 2,500,000 หุ้น และเมื่อครบ 1 ปีและให้ทยอยขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่ถูกสั่งห้ามขายได้จำนวน 2,500,000 หุ้น และเมื่อครบ 1 ปี 6 เดือน ผู้ถือหุ้นดังกล่าวได้รับการผ่อนผันให้ทยอยขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่ถูกสั่งห้ามขายได้จำนวน 71,017,380 หุ้น
|