Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน29 มิถุนายน 2550
ส่งออกผ่าน5เดือนวิ่งฉิวโต18.8%             
 


   
www resources

โฮมเพจ กระทรวงพาณิชย์

   
search resources

กระทรวงพาณิชย์
Import-Export




กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ค.2550 มีมูลค่า13,049.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.9% เป็นการขยายตัวที่สูงขึ้นต่อเนื่องจากต้นปี และเป็นการขยายตัวสูงที่สุดในรอบปี โดยมูลค่าต่ำกว่าการส่งออกในเดือนมี.ค.ที่ส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 13,103.9 ล้านเหรียญสหรัฐเพียงเล็กน้อย

ส่วนการนำเข้าก็เพิ่มขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าจะไม่มีการนำเข้า โดยมีมูลค่า 12,248.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.7% ทำให้ในเดือนพ.ค.ไทยเกินดุลการค้า 800.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ เมื่อรวมยอดการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่ารวม 58,747.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.8% คิดเป็น 40.25% ของเป้าหมายการส่งออก

ในช่วง 5 เดือนแรก สินค้าส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกหมวด โดยหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมการเกษตรสำคัญ เพิ่มขึ้น 20.8% เช่น ข้าวปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น 8.7% และ 21.7% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น 50% และ 47.3% สินค้าอาหาร ปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น 11.6% และ 16% น้ำตาล ปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น 21.4% และ 197.3% ส่วนยางพารา มูลค่าเพิ่มขึ้น 4.1% แต่ปริมาณลดลง 3.4%

สินค้าอุตสาหกรรม ส่งออกเพิ่มขึ้น 17.2% โดยมีสินค้าสำคัญที่ส่งออกสูงกว่า 15% เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และส่วนประกอบ วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งพิมพ์และกระดาษ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เภสัช/เครื่องมือแพทย์ และของเล่น สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้นระหว่าง 10-15% เช่น เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องใช้เดินทาง เครื่องหนังและรองเท้า สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้นต่ำกว่า 10% เช่น สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้และเครื่องประดับตกแต่งบ้าน

สินค้าอื่นๆ ส่งออกเพิ่มขึ้น 23.2% สินค้าสำคัญที่ส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบเลนส์ อากาศยานและอุปกรณ์การบิน และทองแดง เพิ่มขึ้น 25.2%,35.1%,32.4% และ 84.3% ตามลำดับ

เมื่อดูตลาดส่งออกพบว่า การส่งออกไปตลาดใหม่และตลาดหลักขยายตัวเพิ่มขึ้น 26.3% และ 13.3% ตามลำดับ ทำให้สัดส่วนการส่งออกไปตลาดใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 45.2% ขณะที่สัดส่วนการส่งออกไปตลาดหลักลดลงเป็น 54.8%

ตลาดใหม่ที่ขยายตัวในอัตราสูง ได้แก่ อินเดีย 60.5% ยุโรปตะวันออก 56.8% ออสเตรเลีย 41.5% ตะวันออกกลาง 35% ลาตินอเมริกา 31.9% แอฟริกา 31.8% จีน 27.4% อินโดจีนและพม่า 21.3% ไต้หวัน 18.1% เกาหลีใต้ 13.5% แคนาดา 7.5% และฮ่องกง 5.7%

ส่วนตลาดหลักที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นสูง ได้แก่ สหภาพยุโรป 23.2% ญี่ปุ่น 14.4% อาเซียน (5 ประเทศ) 15.3% และสหรัฐฯ 1.7% ซึ่งขยายตัวในอัตราต่ำ เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลง และภาวะแข่งขันในตลาดสูง การแข็งค่าของเงินบาท และการประกาศจะยกเลิกการให้ GSP สินค้าไทย

ในด้านการนำเข้า ที่แต่เดิมมีอัตราการขยายตัวลดลง จนเกิดความกังวลกันว่า จะไม่มีการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ ซึ่งจะมีผลต่อการส่งออกในอนาคตนั้น ล่าสุดในช่วง 5 เดือนแรก การนำเข้ามีมูลค่ารวม 53,420.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.4% โดยมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 15.5% สินค้าอุปโภคบริโภค 18.6% สินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง 6.6% โดยสินค้าเชื้อเพลิง สินค้าทุน และสินค้าอาวุธยุทธปัจจัยและสินค้าอื่นๆ ลดลง 11.4%, 4.1% และ 6.4% ตามลำดับ

โดยยอดการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง และการนำเข้าที่ยังคงขยายตัว แต่ไม่เกินไปกว่ายอดการส่งออก ทำให้ในช่วง 5 เดือนแรกนี้ ไทยเกินดุลการค้า 5,326.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งขาดดุลการค้า 1,753 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับผู้ส่งออกเพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกล่าสุดเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาว่า ทุกฝ่ายมีความเชื่อมั่นว่าการส่งออกจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และจะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 12.5% แม้ว่าการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ แต่การส่งออกไปยังตลาดหลักอื่นๆ ได้แก่ ญี่ปุ่น อาเซียน และยุโรปเพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งออกไปยังตลาดใหม่ เช่น อินเดีย ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา และจีน ก็เพิ่มขึ้น

“ยอดการส่งออกทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมาย 12.5% มูลค่า 145,000 ล้านเหรียญสหรัฐอย่างแน่นอน”

ส่วนในด้านการนำเข้าในเดือนมิ.ย. คาดว่า จะนำเข้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบเพิ่มขึ้น จากการส่งออกที่ขยายตัวขึ้นและจะมีการนำเข้าอุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการใช้ในประเทศ และการส่งออกที่ขยายตัวสูงในตลาดสหภาพยุโรป และเอเชีย

หากสถานการณ์ส่งออกยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปี และไม่มีปัจจัยภายนอกที่คาดไม่ถึงมากระทบ เชื่อว่าการส่งออกจะเป็นไปตามเป้าหมาย 12.5% ที่สำคัญภาคการส่งออก จะเป็นตัวจักรสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ในระดับ 4% ซึ่งถือได้ว่าการส่งออกจะเข้ามาเล่นบทพระเอกในการกอบกู้เศรษฐกิจไทยในปีนี้อย่างเต็มตัว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us