|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แพน ราชเทวี กรุ๊ป ชี้พิษเศรษฐกิจไม่กระทบตลาดสกินแคร์ 1.2 หมื่นล้านบาท ลั่นปีนี้ยังโต 10% รุกปั้นไมนัส-ซันลุยตลาดกันแดดเต็มสูบ หลังชิมลางตลาดร่วม 5 ปี เล็งแตกไลน์โปรดักส์จากหน้าสู่บอดี้ ซันแทน ล่าสุดเปิดตัวสูตรเอสพีเอฟ 60 เสริมทัพ มั่นใจสิ้นปีโกยแชร์เพิ่มจาก 8% เป็น 12% รายได้รวมโต 10% โกย 2,100 ล้านบาท
นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศหดตัวลง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางการเมือง ส่งให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง แต่สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมูลค่า 12,000ล้านบาท ปีนี้ยังคงมีอัตราการเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาการเติบโต 15% เนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็นสำหรับผู้หญิง เมื่อเทียบกับสินค้ากลุ่มอื่นๆ อาทิ เสื้อผ้า การท่องเที่ยว ตลาดดังกล่าวมีอัตราการเติบโตที่น้อยลง สำหรับผลประกอบการของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสสองคาดว่าจะได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มากนัก ส่วนทั้งปีตั้งเป้ารายได้ 2,100ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 10% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,900ล้านบาท
“เศรษฐกิจปีนี้ไม่ได้เลวร้ายมากนักเมื่อเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ซึ่งเป็นจุดที่ให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ว่าอย่าทำธุรกิจที่เกินตัว และสามารถนำมาปรับใช้กับเศรษฐกิจปีนี้ สำหรับบริษัทในปีนี้มุ่งเน้นการบริหารต้นทุน และมุ่งเน้นการเติบโตจากต่างประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าในไตรมาสที่สี่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะมีสัญญาณที่ดีขึ้น ”
ล่าสุดรุกปั้นแบรนด์ไมนัส – ซัน ผลิตภัณฑ์กันแดดที่วางตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกันแดด ซึ่งเป็น 1 ใน 11 แบรนด์ที่มีศักยภาพในการทำตลาด ภายใต้การใช้งบ 25-35 ล้านบาท โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์กันแดดเอสพีเอฟ 60 พร้อมกันนี้ยังได้วางแผนขยายไลน์โปรดักส์จากใบหน้ามาสู่ร่างกาย ภายใต้รูปแบบสเปรย์ เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้เล่นกีฬากลางแจ้ง ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ ส่วนต้นปีเปิดตัวซันแทน เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยว โดยคาดว่าการเปิดตัวดังกล่าวจะส่งผลให้ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดดสิ้นปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 35ล้านบาท และมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจาก 8% เพิ่มเป็น 12%
แนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดมูลค่าไม่เกิน 1,200 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตที่ดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพอากาศประเทศไทยที่เอื้ออำนวย ประกอบกับภาวะโลกร้อนส่งผลทำให้แสงแดดแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเริ่มมีอายุน้อยลงจากวัยทำงานสู่วัยรุ่นมากขึ้น สำหรับภาวะตลาดปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 15-25% โดยปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับหน้ามีสัดส่วน 43% หรือคิดเป็นมูลค่า 447 ล้านบาท มีการเติบโต 30% ร่างกาย 46% หรือราวมูลค่า 484 ล้านบาท โต 11-15% และซันแทนอีก 11% โตไม่เกิน 11%
“ผลิตภัณฑ์กันแดดในอนาคตมีอัตราการเติบโตมากกว่าตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวโดยรวม อย่างไรก็ตาม เทรนด์ของผลิตภัณฑ์จะต้องเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้บริโภคมากกว่าเป็นจะผลิตภัณฑ์กันแดดเพียงอย่างเดียว”
นอกจากนี้บริษัทยังได้วางแผนขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์กันแดดไมนัส-ซันในเชิงรุกมากขึ้น ผ่านตัวแทนจำหน่าย หลังจากที่เริ่มส่งออกไปตลาดต่างประเทศเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งในอเมริกาและละตินอเมริกา โดยปีนี้ขยายตลาดเอเชีย เช่น เวียดนาม และตะวันออกกลาง โดยปัจจุบันยอดขายไมนัส-ซันภายในประเทศคิดเป็น 60% ส่วนต่างประเทศ 40%
|
|
 |
|
|