Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2534








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2534
สุนทร สุนทรภูษิต ดาวรุ่งไม้ยางหาดใหญ่             
 


   
search resources

ซี.ดี.พาราวู้ด
สุนทร สุนทรภูษิต
Agriculture




สุนทร สุนทรภูษิตนึกไม่ถึงว่ากิจการผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพาราที่เขาและเพื่อน ๆ ร่วมกันบุกบั่นมา 5 ปีจะขยายตัวได้รวดเร็วถึงขนาด

อดีตนักลงทุนใน กทม.ที่หันมาเอาดีทางปักษ์ใต้รายนี้ปัจจุบันง่วนอยู่แต่การคิดเรื่องการบุกเบิกตลาดไปยังต่างประเทศ การขยายโรงงาน MDF และการนำกิจการทั้งหมดที่มีมูลค่าการลงทุนเกือบ 100 ล้านบาทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ฯ

กรรมการผู้จัดการ ซี.ดี.พาราวู้ด เปิดเผยกับ "ผู้จัดการ" ว่า "แต่เดิมนั้นผมไปทำโรงงานที่ระยองก่อนโดยมีพรรคพวกมาชักชวนไป แต่ต่อมามีปัญหาเรื่องผู้ถือหุ้น ผมก็เลยถอนตัวแล้วมางลใหม่ทางหาดใหญ่ซึ่งมีแหล่งวัตถุดิบที่ดีกว่ามากทางภาคใต้ที่มีพื้นที่ไม้ยางประมาณ 10 ล้านไร่ แต่ทางตะวันออกมีอยู่เพียง 1 ล้านไร่เท่านั้น"

นอกจากสุนทรจะทำโรงงานซี.ดี.พาราวู้ดที่เป็นโรงงานอบไม้ยางซึ่งถือเป็นโรงงานที่ 1 แล้ว เขายังขยายไปทำซี.ดี.เฟอร์นิชชิ่ง ซึ่งเป็นโรงงานที่เอาผลิตภัณฑ์ไม้ยางแห้งจากโรงงานแรกมาทำการแปรรูปหรือกึ่งแปรสำเร็จรูป ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาส่วนมากเป็นพื้นที่หน้าโต๊ะ มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี

ส่วนที่จะขยายโรงงาน MDF หรือ MEDIUM DENSITY FIBER BORD หรือโรงงานเยื่อไม้อัดแผ่น เป็นกระบวนการต่อเนื่องจากโรงที่ 2 คือโรงงานเฟอร์นิชชิ่งโดยเอาเยื่อไม้ยางและไม้ยางส่วนที่เป็นกิ่งก้านมาทำการบดแตกหรือตีให้แตก แล้วเอามาบดอีกครั้ง แยกเยื่อออกจากฝุ่น แล้วโรย 3 ชั้นเป็นเยื่อ ฝุ่น เยื่อและอัดแรงขนาดกลางจะได้ผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นไม้เทียมหรือไม้แข็งกลาง นำไปประกอบเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมใช้อย่างมากในต่างประเทศ

นอกจากนี้สุนทรยังริเริ่มทำผลิตภัณฑ์ของเด็กเล่นจากไม้ยางโดยแยกออกมาตั้งเป็นอีกบริษัทหนึ่งชื่อยูเนี่ยนวู้ดโปรดัก ซึ่งทำผลิตภัณฑ์เครื่องครัวชิ้นเล็กด้วย

โรงงานเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินกู้จากบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IFCT) โดยเฉพาะโรงงาน 1 และ 2นั้นได้รับเงินกู้ประมาณ 25 ล้านบาทและโรงงาน 2 นี่เอง บล.กองทุนรวมได้เข้ามาร่วมลงทุนหุ้นด้วยโดยเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น 35 % และมีเงื่อนไขระบุว่าจะต้องนำกิจการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ฯ ภายในปีนี้

จังหวะที่สุนทรเข้ามาจับงานผลิตภัณฑ์จากไม้ยางถือเป็นจังหวะที่ดีมาก โดยเฉพาะในด้านการตลาด ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์จากไม้ได้รับความนิยมใช้อย่างสูงในต่างประเทศ ทว่าป่าไม้ส่วนมากในโลกล้วนเป็นป่าอนุรักษ์

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยถือเป็นแหล่งผลิตเครื่องเฟอร์นิเจอร์ไม้อันดับ 2 รองจากไต้หวัน ขณะที่มาเลเซียหรืออินโดนีเซียยังหล้าหลังกว่าไทยในอุตสาหกรรมนี้นับ 10 ปี แต่ในไต้หวันนั้นก็เริ่มมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบ และค่าแรงงานสูงมากประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันก็แข็งมากด้วย

ปัจจุบันไต้หวันเริ่มหนีไปทำเฟอร์นิเจอร์ที่สลับซับซ้อนมากกว่า เช่น งานสี ส่วนงานหยาบๆ ประเภทงานพื้นโต๊ะจะซื้อสำเร็จรูปจากไทยไป ทั้งนี้เพราะไต้หวันเชี่ยวชาญเทคโนโลยีงานทำสีไม้มากกว่าไทยหลายเท่าตัว

สุนทรเปิดเผยว่า "ตลาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดคือ สหรัฐ ฯ และวัฒนธรรมการใช้เครื่องเฟอร์นิเจอร์ไม้ก็มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยมากด้วยเปลี่ยนไปตามแฟชั่นหรือแนวความคิดใหม่ ๆ ของพวกมัณฑนาการ ว่าไปแล้วการทำตลาดเฟอร์นิเจอร์ในต่างประเทศค่อนข้างลำบาก ผมเองยังทำได้แค่ครึ่งทางเท่านั้นเพราะมันมีปัญหาจุกจิกหลายอย่าง"

ปัญหาอันหนึ่งที่สุนทรสะท้อนให้ "ผู้จัดการ" ทราบคือ การขยายกิจการออกมามาก ๆ อย่างที่เป็นอยู่นั้นเพราะทีความจำเป็นที่จะต้องทำการลงทุนอย่างต่อนื่อง

แม้ว่ารายได้ส่วนมากจะมาจากการขายไม้ยางพาราอบแห้งให้กับโรงงานเฟอร์นิเจอร์แถบชลบุรีและนครปฐม ซึ่งปีหนึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาทแต่ ซี.ดี.พาราวู้ดก็ประสบปัญหาเรื่องการชำระเงิน

สุนทรจึงคิดทำโรงงานเฟอร์นิเจอร์โดยเอาวัตถุดิบจากโรงซี.ดี.พาราวู้ดมาทำ ปัจจุบันซี.ดี.เฟอร์นิชชิ่งซื้อไม้ยางอบแห้งจากซี.ดี.พาราวู้ดประมาณ 35 % ของยอดขายซึ่งปีนี้ สุนทรตั้งเป้าหมายยอดขายของซี.ดี.พาราวู้ดไว้ 70,000 คิวฟุต ซี.ดี.เฟอร์นิชชิ่งมียอดขายเดือนละ 5 ล้านบาทแล้ว ทั้งที่สุนทรเพิ่งทำโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้หน้าโต๊ะนี้เพียง 10 เดือนกว่าเท่านั้น คาดว่าปีนี้ยอดขายจะได้ประมาณ 60 ล้านบาท

ลูกค้าสำคัญที่ซื้อพื้นไม้หน้าโต๊ะจากสุนทรคือบริษัทเฟอร็นิเจอร์ญี่ปุ่นในไทยที่สำคัญคือ นิจิแมน และไทยมารูเบนนิ ทั้งนี้เทคนิคการอัดน้ำยาและอบแห้งไม้ยางพาราของซี.ดี.พาราวู้ด ก็ได้มาจากบริษัทญี่ปุ่นเหล่านี้ โดยการจัดส่งช่างเทคนิคเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการผลิต

สุนทรเปิดเผยว่า "ในแง่ของตลาดนั้น ผมไม่ห่วงเลยแต่ปัญหาใหญ่ที่เราเผชิญอยู่ในเวลานี้คือเรื่องคนงาน ผมมีแรงงานท้องถิ่นกับส่วนกลางในอัตราครึ่งต่อครึ่ง ต้องเป็นแรงงานที่มีฝีมือด้วย ซึ่งแรงงานท้องถิ่นมักจะอยู่กับเราไม่ค่อยนาน พอฝึกงานจนเป็นกันแล้วก็มักจะลาออกไปทำอย่างอื่น ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน"

สำหรับเรื่องการขอเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ นั้น นอกจากมีเงื่อนไขไว้กับกองทุนรวมแล้ว ยังมีเหตุผลในแง่ของการขยายโรงงาน MDF ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อที่จะให้ได้กำลังผลิตวันละ 100 ตัน

สุนทรบอกกับ "ผู้จัดการ" ในวันเข้าเยี่ยมชมโรงงานตามโครงการเยี่ยมเยียนลูกค้าในเขตภาคใต้ตอนล่างของบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่า "ผู้เชี่ยวชาญกรมป่าไม้ให้ความเห็นกับผมว่าโครงการ MDF มีอนาคตที่ดีมากในระยะยาวเพราะการใช้ไม้เริ่มถูกอนุรักษ์มากขึ้น ปัจจุบันมีโรงงาน MDF อยู่ 2 แห่งที่ขอนแก่นและฉะเชิงเทรา แต่คุณภาพยังอยู่ในระดับที่ไม่สามารถส่งออกได้ สำหรับโรงงานที่ผมจะทำนั้นตั้งเป้าหมายที่จะขายภายในส่วนหนึ่งและมีการส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศด้วย"

แม้สุนทรจะมีประสบการณ์เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ สมัยทำไม้ที่ระยอง แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ใฝ่ฝันที่จะทำอะไรใหญ่โตมากมายเยงนี้ มันเป็นเรื่องของจังหวะโอกาสและการเลือกประเภทธุรกิจโดยแท้ ประกอบกับมีผู้ร่วมทุนทางธุรกิจที่เชี่ยวชาญพอ

สินทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน ที่ดิน เครื่องจักร บัตรส่งเสริมการลงทุน วัตถุดิบ ตลาดทั้งภายในและภายนอกการบริหารงานที่ไม่ใช่ธุรกิจแบบครอบครัว ฯลฯ คุณสมบัติเหล่านี้กลุ่มซี.ดี.พาราวู้ดมีอยู่ครบถ้วนแล้วสำหรับการยื่นขอจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ

อีกไม่นานชื่อของกลุ่มซี.ดี.พาราวู้ด จะปรากฏอยู่ในกระดานค้าหลักทรัพย์ให้นักลงทุนได้ซื้อหุ้นร่วมลงทุนกับธุรกิจที่งดงามงอกเงยนี้กันบ้าง

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us