Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2534








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2534
ซินเนอยี่โรงเหล็กของสวัสดิ์             
 


   
search resources

ศรีราชาฮาเบอร์
ชำนิ จันทร์ฉาย
Metal and Steel




สวัสดิ์เป็นพ่อค้าเหล็กมีโรงเหล็กที่สร้างจากเล็กมาสู่ใหญ่ด้วยทุนดำเนินการที่เริ่มจากติดลบ 200 ล้าน แต่ด้วยความเป็นนักสู้และมีสมองที่เปิดกว้างทำให้สวัสดิ์ฟื้นฟูธุรกิจโรงเหล็กขึ้นมาได้สำเร็จจากลูกค้าแบงก์

จากลูกค้าแบงก์ที่ไม่มีใครอยากปล่อยสินเชื่อด้วย กลายเป็นลูกค้าที่ทุกแบงก์อยากวิ่งเข้าหา(ไม่ใช่ตามทวงหนี้)เพื่อปล่อยสินเชื่อให้

เขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีไปเสียแล้ว

โรงเหล็กเส้นเตาหลอมมูลค่ากว่า 5,000 ล้านซึ่งตั้งอยู่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมเหมราช ชลบุรี ที่มีแบงก์และสถาบันการเงินระดับนำของประเทศเกือบ 10 แห่งร่วมกันปล่อยกู้และเป็นประวัติศาสตร์ของสวัสดิ์ที่ไม่มีวันลืม เป็นตัวอย่างที่สนับสนุนข้อนี้

4 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่สวัสดิ์มีความสุขที่สุด เหล็กเส้นที่ออกจากโรงงานมีไม่พอขายความต้องการเพื่อการก่อสร้างบูมขึ้นอย่างรวดเร็ว ผลมาจากการลงทุนขยายตัวในอัตรากว่า 10 %

แต่ความที่สวัสดิ์เป็นนักอุตสาหกรรมที่พกเอาวิญญาณพ่อค้ามาเต็มตัว เขารีบฉวยโอกาสลงทุนขยานกิจการออกไปยังที่ดิน เพื่อรองรับการลงทุนของนักอุตสาหกรรมทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่กำลังเคลื่อนย้ายมาที่เขตอุตสาหกรรมใหม่ชายฝั่งทะเลตะวันออก

นิคมอุตสาหกรรมเหมราชจึงเกิดขึ้นมาภายใต้การสนับสนุนของกนอ.ก็ด้วยเหตุนี้

เมื่อธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเดินหน้าในการขายพื้นที่ได้ประมาณ 30 % สวัสดิ์ก็คิดไกลออกไปอีก

เขาต้องการท่าเรือน้ำลึกที่อยู่ห่างจากนิคมออกไป 30 กิโลเมตร "ที่แหลมฉบังก็มีท่าเรือแต่มันเป็นมันเป็นท่าเรือคอนเทนเนอร์" ชำนิ จันทร์ฉาย สตาฟ์ระดับกรรมการบริหารมือด้านการเงินของสวัสดิ์พูดถึงท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบังของการท่าเรือที่อยู่ห่างจากนิคมเหมราช 35 กิโลเมตร

ท่าเรือที่สวัสดิ์ต้องการเป็นท่าเรือสินค้าทั่วไป สามารถรองรับเรือขนาด 40,000 ตัน ได้ 2 ลำ และ 10,000 ตัน ได้ 1 ลำ จุดหมายก็เพื่อใชเป็นท่าเรือขนถ่ายเศษเหล็กที่นำเข้าจากต่างประเทศปีละ 70,000-100,000 ตัน ป้อนเข้าโรงเหล็กเตาหลอมของเขาที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกกรมเหมราช "มันจะอยู่ใกล้กว่าท่าเรือแหลมฉบัง 5 กิโลเมตรจากนิคมเหมราช" เขาพูดถึงตำแหน่งที่ตั้งท่าเรือของเขาที่อยู่ในพื้นที่อำเภอศรีราชา ตรงบริเวณริมฝั่งอ่าวไทยด้านตะวันออก

ท่าเรือจะใช้ชื่อเหมือนบริษัทคือ ศรีราชาฮาเบอร์ "เราเพิ่งได้ใบอณุญาตให้ก่อสร้างท่าเรือได้จากกระทรวงเมื่อมิถุนายนนี้เอง หลังจากนั่งลุ้นมานานตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว" สวัสดิ์พูดให้ฟังอย่างตื่นเต้น

สวัสดิ์ซื้อที่ดินบริเวณที่ตั้งท่าเรือนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ใกล้ ๆ ออกไปจากที่ดินของเขาเป็นฝั่งท่าเรือของมาบุญครองที่เปิดดำเนินการรับขนถ่ายสินค้ามันสำปะหลังและข้าวโพดลงเรือขนาด 700 ตันต่อชั่วโมงมาหลายปีแล้ว

พื้นที่ดินบนฝั่งท่าเรือของสวัสดิ์มีขนาดประมาณ 70 ไร่ มีคอริดอร์ยื่นออกสู่ทะเลจากฝั่งยาวประมาณ 3 กิโลเมตร กว้าง 10 เมตร ท่าเทียบเรือนอกฝั่งยาว 450 เมตร กว้าง 40 เมตรมีร่องน้ำลึก 13 เมตรใช้เงินลงทุนสร้างท่าเรือตกประมาณ 1,200 ล้านบาท

สวัสดิ์ต้องการมีท่าเรือของตัวเองไปทำไม ทั่งที่ห่างจากนิคมของเขามากออกไปก็มีท่าเอฟ ถ้าเขาเปลี่ยนจุดท่าเรือส่งของจากกรุงเทพมาที่ศรีราชาฮาเบอร์ของเขาจะช่วยประหยัดค่าขนส่งลงได้ตันละ 15 เหรียญสหรัฐ ฯ หรือปีละ 10-15 ล้านเหรียญ เมื่อคิดคำนวณจากปริมาณการนำเข้า

พูดอีกแบบหนึ่ง สวัสดิ์ลงทุนท่าเรือไปก็เพื่อสร้างซินเนอร์ยี่ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจหลักอุตสาหกรรมผลิตเหล็กเส้นของเขานั่นเอง "เราวางแผนใช้ท่าเรือเพื่อขนถ่ายเศษเหล็กของเราประมาณ 55% อีก 45 % จะเปิดเพื่อบริการขนถ่ายให้กับสินค้าอื่น ๆ ชำนิ กล่าวกับ "ผู้จัดการ" ถึงเหตุผลการลงทุนสร้างท่าเรือของสวัสดิ์

45 % ที่พูดถึงเป็นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่มีโรงงานอยู่ในนิคมเหมราช" เราคิดราคาค่าบริการขนถ่ายแบบ COST PLUS ไม่เกิน 30% ซึ่งเชื่อว่าราคาค่าบริการรวมจะถูกกว่าที่แหลมฉบังแน่นอน" ชำนิพูดถึงจุดความได้เปรียบ

แหลมฉบังเปิดบริการ 4 ท่า 2 ท่าการท่าเรือเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนที่เหลืออีก 2 ท่าบริษัทกลุ่มไทยเครนอินเตอร์เนชั่นแนลและโหงวฮกได้ดำเนินการกันคนละท่า

ว่าไปแล้วทั้งไทยเครน และโหงวฮกคือคู่แข่งตัวจริงของสวัสดิ์ แม้นว่าทั้งสองจะเน้นสินค้าคอนเทนเนอร์ที่มีปริมาณการขนถ่ายสูงมากก็ตาม แต่ด้วยเหตุผลการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ก็เป็นไปได้สูงที่จะมีการเปิดบริการขนถ่ายสินค้าทั่วไปด้วย

แต่ตรงนี้สวัสดิ์ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่โตอะไร เพราะเป้าหมายการทำท่าเรือของเขาอยู่ที่การช่วยเสริมให้ธุรกิจโรงเหล็กเตาหลอมเป็นหลัก"คุณคิดดูเราประหยัดปีละประมาณ 15 ล้านเหรียญหรือ 375 ล้านบาทขณะที่โรงเหล็กเตาหลอมเราเจอ COST OVERRUN เกือบ 1,000 ล้าน ดังนั้น ถ้าเราประหยัดค่าขนส่งปีละ 375 ล้านเพียง 3 ปีเราก็สามารถชดเชยต้นทุนส่วนที่เพิ่มนี้ได้ทั้งหมด" ชำนิยกตัวอย่างผลการมีท่าเรือของตัวเอง

ต้นทุนการสร้างโรงเหล็กเตาหลอมเกิดจากการลงทุนเพิ่มส่วนที่เป็นสาธารณูปโภคเช่น บ่อน้ำดิบ ไฟฟ้า บ้านพักคนงานซึ่งเกิดขึ้นเหนือความคาดหมายของสวัสดิ์เพราะเขาคิดว่าการลงทุน สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นรัฐไม่ใช่เอกชน แต่ด้วยเหตุที่รัฐล่าช้าเกินไปเขาจึงต้องทำเอง

"เราไม่ซีเรียสส่วนนี้เท่าไร แม้ตอนแรกมันจะทำให้การคืนทุนของดรงเหล็กเตาหลอมล่าช้าออกไปจาก 6 ปี เป็น 7 ปี แต่พอมีท่าเรือของเราเองจะช่วยให้การคุ้มทุนของโรงเหล็กเตาหลอมของเราคืนทุนเร็วขึ้นจาก 7 ปีเหลือลงมา 6 ปีพอดี" สวัสดิ์พูดถึงซินเนอร์ยี่การมีท่าเรือที่โยงเข้ากับธุรกิจโรงเหล็ก

เวลานี้แผนการก่อสร้างท่าเรือได้เริ่มขึ้นแล้ว บริษัทคินสันจะเป็นผู้ก่อสร้างของคอริดอร์ที่ยื่นออกไปทะเล ขณะที่บริษัทเคียร์และบีเซอร์จะร่วมกันสร้างคอริดอร์และท่าเทียบเรือในวงเงินค่าก่อสร้างทั้งหมด 760 ล้านบาท

"เราได้กำจร ประสิทธิ์กุศลมาเป็นผู้จัดการโครงการ" สวัสดิ์พูดถึงคีย์แมนอีกคนหนึ่งของเขา

กำจรเคยทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมในประเทศซาอุดิอารเบียมาก่อน เขามีพื้นฐานเป็นวิศวกรโยธาและผ่านคอร์สเอ็มบีเอที่นิด้ามาแล้ว

โครงการสร้างท่าเรือจะสำเร็จลงในกลางปีหน้า พร้อมกับความคาดหวังของสวัสดิ์ว่ามันจะช่วยให้โรงเหล็กเตาหลอมของเขาคืนทุนเร็วขึ้น ขณะเดียวกันตัวท่าเรือเองก็สามารถสร้างผลกำไรให้กับกลุ่มนครไทยของเขาอีกปีละกว่า 100 ล้านขึ้นไปในอีกสามปีข้างหน้า

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us