Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน27 มิถุนายน 2550
ช้างทุ่มCSRแต่งหน้าเข้าตลาด             
 


   
www resources

โฮมเพจ ไทยเบฟเวอร์เรจส์ จำกัด (มหาชน)

   
search resources

ไทยเบฟเวอเรจ, บมจ.
Alcohol




ไทยเบฟฯ ลั่นรอความชัดเจน พ.ร.บ.ควบคุมน้ำเมา 24 ชั่วโมงและประกาศอย่างเป็นทางการก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังปีนี้เจอพิษกฎเหล็ก ติดเบรกแผนการตลาดปั้นเบียร์พรีเมียมลงตลาดไตรมาสสาม ยันเจตนารมย์เดิมต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ล่าสุดออกตัวลุยทำกิจกรรมเพื่อสังคมเต็มสูบ ตั้งแผนกดูแลโดยเฉพาะ ยันไม่ได้สร้างภาพลักษณ์ก่อนเข้าตลาดฯ เท 30 ล้านบาท ปรับภาพยนตร์โฆษณาเชิงคอร์ปเรท อิมเมจแทน ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกทรงตัว

นายเกษมสันต์ วีระกุล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง อาชา เปิดเผยถึงการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า สำหรับบริษัทยังคงยืนยันเจตนารมย์เดิมตั้งแต่แรก ในฐานะที่เป็นบริษัทของคนไทยต้องการที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ขณะนี้คงต้องรอความชัดเจนของพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนในการพิจารณาอีก 2 ขั้นตอน ได้แก่ คณะกรรมาธิการและสภาฯ แม้ว่าขณะนี้จะผ่านกระบวนการพิจารณาจากอนุกรรมาธิการมีมติไม่เห็นด้วยกับการห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โฆษณา 24 ชั่วโมงไปแล้วก็ตาม และนอกจากรอให้ชัดเจนในเรื่องดังกล่าวแล้ว คงต้องรอความพร้อมของสังคมไทยด้วย สำหรับบริษัทไทยเบฟฯ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 2.9 หมื่นล้านบาท และหากเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะทำให้ตลาดฯมีมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้การนำหลักทรัพย์มาเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเบื้องต้นสามารถทำได้ 3 วิธีหลัก ได้แก่ การแบ่งหุ้งสิงคโปร์เข้ามาเทรดในตลาด การออกหุ้นใหม่ และนำหุ้นเดิมที่ยังไม่มีเจ้าของจากสิงคโปร์มากระจาย ซึ่งขณะนี้ทางบอร์ดยังไม่ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าวบอร์ดสิงค์โปร์ทั้ง 3 คน ไม่เห็นด้วยกับการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่เป็นความจริง ขณะที่การเข้าตลาดหลักทรัพย์ทั้งสองแห่ง คงต้องนำโมเดลการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของดีแทค ซึ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์สิงค์โปร์และประเทศไทยมาศึกษา

"ไม่ว่าพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเป็นไปตามทิศทางใด บริษัทพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมายที่ภาครัฐวางไว้ ส่วนแนวทางการออกพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้กระทบต่อหุ้นสิงคโปร์ เพราะเป็นกติกาที่ผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเทศไทยต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน โดยปัจจุบันหุ้นไทยเบฟในสิงคโปร์ยังคงติดอันดับทอปเท็นในตลาด ซึ่งทุกวันนี้จำนวนโวลุ่มของหุ้นไทยเบฟฯมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผลที่ให้กับคนในประเทศสิงคโปร์"

ยันไม่ได้ทำซีเอสอาร์ก่อนเข้าตลาดฯ

นายเกษมสันต์ กล่าวว่า จากนี้ไปทางบริษัทจะให้ความสำคัญนำเสนอการทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ“ ซีเอสอาร์” (CSR - Corperate Social Responsibility) ผ่านสื่อในวงกว้างขึ้น แต่ไม่ได้เป็นเพราะบริษัทจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แล้วต้องการสร้างภาพลักษณ์หรือแต่งตัวให้กับบริษัท เนื่องจากบริษัทได้ตั้งแผนกรับผิดชอบออกมาอย่างเป็นทางการ ประกอบกับแนวทางการควบคุมโฆษณาที่ห้ามการนำเสนอโฆษณาตัวสินค้า จึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการโฆษณาใหม่ สำหรับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมบริษัทได้สนับสนุน 4 ด้านหลัก ได้แก่ สังคม กีฬา สาธารณสุข และด้านศิลปวัฒนธรรม ภายใต้การใช้งบปีละ 200-300 ล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2546 กระทั่งปัจจุบันบริษัทใช้งบไปกว่า 1,000 ล้านบาท

นายสมชัย สุทธิกุลพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายการตลาด บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ช้างเบียร์อาชา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ทุ่มงบ 30 ล้านบาท เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาใหม่ ซึ่งได้เปลี่ยนแนวทางการทำโฆษณาเบียร์ช้างใหม่ มาเป็นในลักษณะของการโฆษณาคอร์ปเรท อิมเมจ แทน โดยนำเรื่องราวของกิจกรรมการตลาดของเบียร์ช้าง มารวมไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบ 2ปี ที่ไม่มีโฆษณาชุดใหม่ออกมา เนื่องจากมีการประกาศห้ามทำโฆษณาในเชิงส่งเสริมการขาย ผ่านสื่อ

"โฆษณาชุดใหม่ไม่มีโลโก้เบียร์ช้าง แต่เชื่อว่าคนที่ดูจะยังคงนึกถึงแบรนด์เบียร์ช้าง เพราะเนื้อหาโฆษณามีกิจกรรมหลักๆอย่าง การแจกผ้าห่ม ซึ่งทำมานานถึง 11 ปี และปีนี้เป็นปีที่ 12 รวมถึงบทเพลงที่มีแอ๊ด คาราบาว เป็นคนร้อง ทำให้คนยังคนนึกถึง

ส่วนการที่คณะอนุกรรมการพิจารณาพ.ร.บ.คุมเหล้าเลิกแบนโฆษณา 24 ชั่วโมง แต่เปลี่ยนมาเป็นให้โฆษณาหลัง4 ทุ่มอนุญาติให้โฆษณาเห็นโลโก้ได้ไม่เกิน 5 วินาที และหลังตี 2 นั้น คงเห็นด้วย เพราะยังดีกว่าที่จะแบนโฆษณาตลอด24 ชั่วโมง เพราะอย่างน้อยช่วยรีมายแบรนด์ ได้บ้าง"

ติดเบรกเบียร์พรีเมียมตัวใหม่

นายสมชัย กล่าวว่าแนวทางการออกเบียร์พรีเมียมลงสู่ตลาดในไตรมาสสาม รวมถึงแผนการทำตลาด ขณะนี้ต้องชะลอไว้ก่อนจนกว่าพ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีความชัดเจนและประกาศใช้ออกมาอย่างเป็นทางการ ประกอบกับภาพรวมของตลาดเบียร์มูลค่า 8.2หมื่นล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกมีภาวะทรงตัว

ขณะที่ตลาดเบียร์พรีเมียมตกลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สถานการณ์ทางการเมือง ผู้บริโภคจึงเที่ยวนอกบ้านในจำนวนที่น้อยลง ส่งผลกระทบต่อตลาดเบียร์พรีเมียมมากกว่าเบียร์ในตลาดล่าง

ส่วนการนำกลยุทธ์ราคามาใช้กับเบียร์อาชาจำหน่าย 5 ขวด 100 บาท เพราะการตัดสินใจซื้อในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจหดตัว ผู้บริโภคจะคำนึงถึงปัจจัยราคาเป็นหลัก กลยุทธ์ดังกล่าวส่งผลให้เบียร์อาชาที่เปิดตัวลงสู่ตลาดมากว่า 3 ปี มีส่วนแบ่ง 10% สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของบริษัทอยู่ในภาวะที่ทรงตัว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us