Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2534








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2534
ธรรมรัตน์ เล็กประยูร คนขายตึก             
 


   
search resources

เฟิสท์ แปซิฟิค เดวี่ส์ (ประเทศไทย)
ธรรมรัตน์ เล็กประยูร
Real Estate




ผู้ชายคนนี้เพิ่งอายุ 26 ปี เขาเรียนหนังสือที่เมืองไทยเพียงแค่ชั้นประถม 6 ที่อัสสัมชัญ แล้วไปเรียนที่อังกฤษ จนจบปริญญาตรีทางการตลาดในสาขาวิชาที่เรียกว่า STRATEGIC PLANNING จาก THE AMERICAN COLLEGE IN LONDON

สองปีที่แล้ว ตอนที่เพิ่งกลับมาถึงเมืองไทยใหม่ๆ เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นพนักงานขายของ บริษัทเฟิสท์ แปซิฟิค เดวี่ส์ (ประเทศไทย) รับเงินเดือนแค่เดือนละ 5,000 บาทเท่านั้น และในช่วงเวลาเพียง 2 ปี วันนี้ธรรมรัตน์ เล็กประยูร ไต่เต้าขึ้นมาเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด ของ เฟิสท์ แปซิฟิค เดวี่ส์ (ประเทศไทย) นับเป็นหนึ่งในคนไทยไม่กี่คนที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารของกลุ่มเฟิส์ท แปซิฟิคในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว

ธุรกิจทางด้านเรีลเอสเตทของเฟิสท์ แปซิฟิค ในประเทศไทยนั้นปรกอบด้วย เฟิสท์ แปซิฟิค แลนด์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนทำโครงการเรียลเอสเตท เฟิสท์ แปซิฟิค เดวี่ส์(ประเทศไทย) ทำหน้าที่ทางด้านการตลาดและเฟิสท์ แปซิฟิค เดวี่ส์ พร็อบเพอตี้ แมนเนจเม้นท์ ให้บริการทางด้านบริหารโครงการ

"หัวใจจริงๆ ของเราคือ ขายพื้นที่เล็กๆ 100-200 ตารางเมตร" ธรรมรัตน์พูดถึงงงานในฝ่ายการตลาดซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของเขา คือการเป็นนายหน้าขายพื้นที่อาคารสำนักงานให้กับนักลงทุนทั่วๆไป ไม่ต่างจากธุรกิจนายหน้าอื่นๆ อย่างเช่น ริชาร์ด เอลลิส

แต่เฟิสท์ แปซิฟิค เดวี่ล์ นั้น ไม่ใช่นายหน้าธรรมดาสไตล์การทำธุรกิจเรียลเอสเตทของ เฟิสท์ แปซิฟิคที่รับรู้กันในวงการคือเข้าไปเทคโอเวอร์โครงการแล้วขายเอากำไรอีกทีหนึ่ง โดยมีเฟิสท์ แปซิฟิค เดวี่ส์ ทำหน้าที่เสมือนแนวหน้าในการเสาะหาเป้าหมายในการซื้อ แล้วทำการเจรจาต่อรองตกลงราคาซื้อขายคนที่เข้าซื้อก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเฟิสท์ แปซิฟิค แลนด์ แอนด์พาร์ทเนอร์ นั่นเอง

ตัวอย่างผลงานการซื้อขายในช่วงสองปีที่ผ่านมาที่ธรรมรัตน์เข้าไปมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องก็คือตึกแปแซิฟิค ทาวเวอร์ ซึ่งเดิมชื่อตึกทานตะวันของกลุ่มทานตะวัน ซึ่งดำเนินการในนามบริษัทดีแนล แล้วเฟิสท์ แปซิฟิค เข้าไปซื้อมาแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่

"ตอนแรกเราเข้าไปเพื่อทำการตลาด ขายพื้นที่ให้เขา" ธรรมรัตน์ เล่าให้ฟัง แต่ทำไปทำมาแล้วในที่สุดเฟิสท์ แปซิฟิคกลับยื่นข้อเสนอขอซื้อตึกในมูลค่า 600 ล้านบาท เมื่อปลายปี 2532 โดยเฟิสท์ แปซิฟิค แลนด์แอนด์ พาร์ทเนอร์ เข้าไปถือหุ้น 90 % ในบริษัทดีแนล และจ้างเฟิสท์ แปซิฟิค เดวี่ส์ เป็นผู้บริหารงานด้านการตลาด หาคนมาเช่าพื้นที่

"ตอนนั้นตลาดอยู่ในช่วงที่ตก แต่เราเห็นว่ากราฟกำลังจะขึ้นเป็นช่วงจังหวะที่ดี" ธรรมรัตน์พูดถึงเหตุผลในการตัดสินใจซื้อ

เฟิสท์ แปซิฟิคแลนด์ เพิ่งจะขายแปซิฟิค ทาวเวอร์ให้กลุ่ม ธนายงของคีรี กาญจนพาสน์ เมื่อเดือนที่แล้ในราคาประมาณ 1,000 ล้านบาท เพียงชั่วเวลาปีเศษๆ สามารถทำกำไรจากการซื้อมาขายไปได้ถึง 400 ล้านบาท

เดือนกันยายน ปีที่แล้วเฟิสท์ แปซิฟิค แลนด์ก็ได้ตึกนาาายเลิศบนถนนสุขุมวิทเยื้องๆกับตึกแปซิฟิคเพลสซึ่งเป็นของคุณหญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ มาไว้ในการครอบครองในรูปแบบของการเซ้งเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 180 ล้านบาท รมทั้งการลงทุนปรับปรุงอาคารขึ้นมาใหม่

รูปแบบนั้นไม่ต่างจากกรณีของแปซิฟิค ทาวเวอร์ที่ธรรมรัตน์เข้าไปรับผิดชอบการขายพื้นที่ให้ก่อน หลังจากนั้นก็ทาบทามขอซื้อต่อจากเจ้าของคนซื้อก็คือเฟิสท์ แปศิฟิคแลนด์ และขณะนี้เฟิสท์ แปซิฟิคแลนด์ ก็สามารถเซ้งตึกนายเลิศให้กับผู้ซื้อรายใหม่ไปได้เรียบร้อยแล้ว

"บริษัทที่จะทำอย่างนี้ได้ต้องเป็นบริษัทที่ใหญ่และมีเงิน" ธรรมรัตน์พูดถึงข้อได้เปรียบที่ทำให้เฟิสท์ แปซิฟิคเป็นกลุ่มเดียวในประเทศไทย ขณะนี้ที่มีขีดความสามารถที่จะทำธุรกิจในแบบซื้อมาขายไปได้ และเขาเชื่อว่านับจากนี้ไปจนถึง 2-3 ปีข้างหน้า การเข้าเทคโอเวอร์อาคารสำนักงานจะเกิดขึ้นมากเพราะพื้นที่มีมากกว่าความต้องการของตลาด

โครงการที่ธรรมรัตน์ ในนามของเฟิสท์ แปซิฟิคเดวี่ส์เข้าไปรับจ้างขายพื้นที่ให้ในขณะนี้คือ ตึกไทม์สแควร์ หรือตึกทองเก่า บนถนนสุขุมวิทเช่นเดียวกัน เป็นเรื่องที่เดากันได้ไม่ยากเลยว่าเฟิสท์ แปซิฟิคแลนด์ กำลังจะทำอะไรกับไทม์สแควร์

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us