Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2534








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2534
230,000,000,000 บาท…เพื่อแก้ปัญหาจราจรหรือยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง ?!             
 

   
related stories

ที่สุดของโครงการรถไฟฟ้าเจ้าปัญหา

   
www resources

โฮมเพจ ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ

   
search resources

ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ, บมจ.
Transportation




ประเทศไทยขณะนี้กำลังทดสอบแนวความคิดใหม่ที่อีกหลายประเทศยังไม่ทำกัน ก็คือการให้สัมปทานเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะสัมปทานในโครงการด้านการจราจร และขนส่งขนาดใหญ่อันเป็นความผูกพันระหว่างนักการเมืองกับนักลงทุนข้ามชาติอย่างมาก นับตั้งแต่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ผลพวงแห่งนโยบายการให้สัมปทานอย่างไม่มีประสิทธิภาพในรัฐบาลชุดพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณได้กลายเป็นปมปัญหาใหญ่ในอนาคตของระบบการจราจร และขนส่งในกรุงเทพมหานครที่ขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไร้ทิศทางและอาจจะประสบความล้มเหลวในที่สุด

จวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ความสิ้นหวังขั้นวิกฤตของระบบการจราจรและขนส่งในกรุงเทพมหานคร ก็ได้ปรากฏเป็นปัญาที่นำความสูญเสียโอกาสพัฒนาประเทศอันมีค่าใหญ่หลวงมาสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย

และต่อไปในอีก 9 ปีข้างหน้านี้หรือราวปี 2543 คนกรุงเทพจะยิ่งประสบความวิบัติอย่างรุนแรงด้านจราจรและขนส่ง เพราะกรุงเทพ จะเป็นมหานครที่แออัดไปด้วยประชากร 10 ล้านคน มีรถยนต์ ส่วนบุคคลเพิ่มอีกเท่าตัวจาก 560,000 คันในขณะนี้เพิ่มเป็น 1,200,000 คันในปี 2540 และความต้องการในการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างไม่สามารถหยุดยั้ง ในอีก 6 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นจาก 19 ล้านเที่ยวต่อวันเป็น 23 ล้านเที่ยวต่อวัน

ด้วยเหตุนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติจึงได้ว่าจ้างบริษัท HFA HALCROW FOX AND ASSOCIATES ซึ่งเป็นเครือของ PPK PAK POY & KNEEBONEPTY LTD และ AECASIAN ENGINEERING CONSULTANTS CORP.LTD ทำการศึกษาการจราจรและขนส่งในเขตเมืองและภูมิภาคที่จะบรรจุในแผนพัฒนาฯฉบับที่เจ็ด (ระหว่างปี2535-2539(หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "SPURT" (SEVENTHPLANURBANANDREGIONAL TRANSPORT)

ตามแผนการศึกษาของ HFA คาดว่าต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 230,000,000,000 บาท โดยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นของเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตทางจราจรและขนส่ง ด้วยการลงทุนสร้างโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีถึง 9 โครงการภายใต้การบริหารโครงการของหน่วยงานรัฐต่างๆ

โครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของการเดินทางในทศวรรษหน้าได้แก่โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของทั้งลาวาลิน โฮปเวลล์และล่าสุดโครงการรถรางไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์การส่งเสริมสภาพคล่องทางการจราจรและขนส่งในระยะยาวของคนกรุงเทพ

แต่กว่าฝันจะกลายเป็นจริงได้ เพราะระบบเครือข่ายรถไฟ้ฟ้าขนส่งมวลชนทั้งระบบจะเปิดบริการใช้ได้ก็ล่วงเข้าสิ้นปี 2540 ซึ่งถึงเวลานั้นจราจรกรุงเทพก็อัมพาตเสียแล้ว

จากการศึกษาเรื่องการให้สัมปทานเอกชนทำโครงการจราจรและขนส่ง HFA ให้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นที่ผิดพลาดสำคัญ ๆ ของโครงการขนาดยักษ์เหล่านี้ไว้สี่ข้อคือ

หนึ่ง -โครงการเกือบทั้งหมด โดยเนื้อแท้แล้วมีผลตอบแทนทางการเงินไม่คุ้มค่า ถ้าหากไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีนโยบายชัดเจนว่า เงินนี้จะให้เมื่อใดและจำนวนเท่าใด

สอง -ยังไม่มีระบบการพัฒนาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้เพราะรัฐบาลปล่อยโครงการต่าง ๆ ไปตามสถานการณ์ ทำให้โครงการสัมปทานของเอกชนแข่งขันกันเองมากมาย เป็นการวางแผนระบบจราจรขนส่งที่ไม่ดีเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรุนแรงและยุ่งยากในการก่อสร้าง

สาม -รัฐบาลได้ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดหวังมาก่อนจากโครงการสัมปทาน และเป็นการเสี่ยงที่รัฐบาลอาจต้องรับภาระจ่ายค่าชดเชยจำนวนมหาศาลนับหลายพันล้านบาท จากคำฟ้องร้องของผู้ได้สัมปทานได้

และสี่ -อาจจะมีผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยส่วนรวมโดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน

"รัฐบาลชุดที่แล้วทำเสียไว้มาก" แหล่งข่าวที่เป็นคนทำงานที่เกี่ยวข้องในโครงการสัมปทานเอกชนรายหนึ่งบ่นให้ฟัง

ผู้รับกรรมในบั้นปลายก็ไม่พ้นคนใช้รถใช้ถนนที่เดือดร้อนไปทั่วทุกหนแห่งนั่นเอง

ฉะนั้นการพัฒนาโครงการจราจรและขนส่งมูลค่านับแสนล้านนี้ หากขาดซึงกรอบนโยบายของรัฐบาลที่ชัดเจนแน่นอน จึงเสมือนหนึ่งยิ่งแก้ปัญหาจราจรก็ยิ่งยุ่ง จนกระทั่งกลายเป็นจลาจลไปในที่สุด

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us