บิ๊กเสนาฯ ระบุกำลังซื้อผู้บริโภคลด ความเชื่อมั่นหด จากผลกระทบทางการเมือง-เศรษฐกิจผันผวน ซ้ำร้ายผู้ที่คิดจะซื้อบ้านเริ่มไม่แน่ใจฐานะรายได้ในอนาคตจะถูกลดเงินเดือนหรือไม่ ด้านผู้ประกอบการดิ้นสุดชีวิต ลดขนาดบ้านและราคาขาย อัดโปรโมชันทุกอย่าง หวังเร่งการตัดสินใจซื้อแต่ยอดไม่กระเตื้อง ด้านเสนาฯ ปรับกลยุทธ์ปั้น3แบรนด์ขยายฐานตลาด โดดร่วมวงอัดโปรโมชันใหม่ "บ้านราคาเดิม โอนพร้อมเข้าอยู่ ปลอดต้นปลอดดอก 2 ปี" เจาะกลุ่มนักลงทุน ลูกค้าอยากได้บ้านแต่ไม่พร้อมจ่ายเงินก้อน เชื่อหลังการเมืองชัดเจน รัฐฯจัดการเลือกตั้งตลาดพ้นวิกฤติ สู่ภาวะปกติ
นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่า ในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจของไทยมีสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง ทำให้ผู้บริโภคเกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และเริ่มจะไม่เชื่อมั่นถึงโอกาสทางด้านรายได้ในอนาคต ส่งผลให้ผู้ที่จะซื้อที่อยู่อาศัยชะลอการตัดสินใจออกไป ซึ่งในด้านของผู้ประกอบการได้พยายามปรับตัว โดยทำการตลาดมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากที่หลายๆบริษัท ต่างงัดกลยุทธ์การลด แลก แจก แถม มาเป็นจุดขายหลักในการกระตุ้นยอดขายโครงการต่างๆ ส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจอสังหาฯมีการแข่งขันที่รุนแรง
" คาดว่าในครึ่งปีหลัง ตลาดอสังหาฯมีแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงอยู่ เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการปรับตัวลดลงของอัตราดอกเบี้ยก็ตาม ทั้งนี้ หากปัจจัยการเมืองในช่วงปลายปีมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเลือกตั้ง จะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัว และกำลังซื้อผู้บริโภคจะกลับคืนมา โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการที่อัตราดอกเบี้ยลดลง และการจัดแคมเปญด้านการตลาด การจัดโปรโมชันที่หลากหลาย ประกอบกับระดับราคาที่อยู่อาศัยที่อยู่ในระดับต่ำนับจากหลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ จะเป็นปัจจัยที่ดึงดูดให้ผู้ที่คิดจะซื้อบ้าน ตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น"
ในส่วนของบริษัทเสนาฯ ได้มีการการปรับสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในตลาด อาทิ การทำบ้านพัฒนาสินค้าให้มีขนาดเล็กลง ราคาขายลดลง เพื่อให้สอดคล้องกับ กำลังซื้อ และมีการจัดโปรโมชันทางด้านการเงินร่วมกับสถาบันการเงิน โดยได้มีการจัดวางตำแหน่งสินค้าใหม่ให้สอดสอดรับกับกลุ่มลูกค้า แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 3 แบรนด์ แยกเป็น แบรนด์แกรนด์โฮม จับกลุ่มลูกค้าบ้านเดี่ยวระดับบนราคา 3-8 ล้านบาท แบรนด์เสนาวิลล่า กลุ่มสินค้าทาวน์เฮาส์ ระดับราคา 1 ล้านบาท และแบรนด์เสนา กรีนวิลล์ สำหรับบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ขนาดเล็กระดับราคา 1-2 ล้านบาท สำหรับโครงการแนวสูงจะอยู่ภายใต้ 2 แบรนด์ คือแบรนด์ เดอะ นิช แบรนด์ คอนโดมิเนียม และ เสนาเฮาส์ เพื่อพัฒนาอพาร์ตเมนต์ให้เช่า
โดยภายในปี 2550 บริษัทเสนาฯ มีแผนจะเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการเสนากรีนวิลล์ ย่านรามอินทรา (คู้บอน) บ้านแฝด ขนาด 34 ตารางวา จำนวน 200 ยูนิต บนเนื้อที่ 50 ไร่ ระดับราคา 2.3-2.8 ล้านบาทต่อยูนิต รวมมูลค่าโครงการประมาณ 800 ล้านบาท 2.โครงการเสนา กรีนวิลล์ ย่านรังสิต-นครนายก (คลอง 11) บ้านเดี่ยวชั้นเดียว 180 ยูนิต บนเนื้อที่ 20 ไร่ มูลค่ารวมประมาณ 180 ล้านบาท ระดับราคาประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งในเบื้องต้นจะเริ่มพัฒนาเฟสแรกที่ 40 ยูนิต
โครงการที่ 3 เป็นคอนโดฯใจกลางเมืองภายใต้แบรนด์ “เดอะ นิช” นับเป็นครั้งแรกที่กลุ่มเสนาฯ ลงมาเล่นในตลาดซิตี้ คอนโด ให้สอดรับกับความต้องการที่อยู่อาศัยในเมือง โดยโครงการดังกล่าวอยู่บนทำเลสุขุมวิท 49 อาคารสูง 8 ชั้น บนเนื้อที่ 1 ไร่ จำนวน 140 ยูนิต มูลค่ารวม 350 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 48,000 บาท หรือเริ่มต้นที่ 1.5-3.2 ล้านบาท ในแนวรถไฟฟ้าซึ่ง ขณะนี้ มียอดขายแล้ว30% คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ในไตรมาส3นี้ โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะรับรู้รายได้ในช่วงกลางปี2551
โครงการสุดท้าย เป็นการพัฒนาอพาร์ตเมนต์ให้เช่าภายใต้แบรนด์ “เสนา เฮ้าส์” ย่านพหลโยธิน ที่มีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 180 ล้านบาท เจาะตลาดผู้เช่าระดับบน อัตราค่าเช่าอยู่ที่ 6,500-8,500 บาทต่อเดือน
สำหรับแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยต่อเนื่องจากโครงการที่เปิดขายอยู่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วย 7 โครงการในปีนี้ เป็นโครงการที่พัฒนาเอง 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการวิลล่า รามอินทรา 9 และ3 ,เสนาแกรนด์โฮม เฟส 3 ,เสนาวิลล่า ลำลูกกาคลอง 2, เสนาวิลล่า รามอินทรา
นางสาวเกษรา กล่าวถึงความคืบหน้าแคมเปญ "บ้านราคาเดิม โอนพร้อมเข้าอยู่ ปลอดต้นปลอดดอก 2 ปี " ที่เป็นพันธมิตรกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ว่า ธอส.ได้อนุมัติวงเงิน 300 ล้านบาท และตัวเลขล่าสุดมีผู้เข้าร่วมแคมเปญไปแล้ว 50% หรือคิดเป็นวงเงิน 150 ล้านบาท
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การเข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว บริษัทมีบ้านสร้างเสร็จใน 3 โครงการ ที่เข้าร่วมแคมเปญ ประกอบด้วย โครงการเสนาแกรนด์ โฮม ติวานนท์-รังสิต เสนาวิลล่า ลำลูกกา คลอง 2 และ เสนาวิลล่า รามอินทรา ซึ่งมีทั้งบ้านเดี่ยวในระดับราคา 3.5-4 ล้านกว่าบาท บ้านแฝด 2.5-3 ล้านกว่าบาท และทาวน์เฮาส์ 1.1-1.6 ล้านบาท โดยลูกค้าที่ร่วมโครงการชำระเพียงเงินจองตั้งแต่ 30,000-50,000 บาท และขอยื่นกู้กับธอส. เพื่ออนุมัติวงเงิน หลังจากนั้นลูกค้าสามารถเข้าอยู่ หรือปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้ ได้ทันที โดยในช่วง 2 ปี หลังจากรับโอนบ้านแล้ว ลูกค้าไม่ต้องผ่อนงวดชำระให้กับธอส. โดยจะเริ่มจ่ายในปีที่ 3 สำหรับโครงการในกลุ่มของเสนาฯ ที่เข้าร่วมแคมเปญมีทั้งหมด 6 โครงการ
“แคมเปญดังกล่าว อาจจะมีต้นทุนทางการเงินที่เกิดจากอัตราดอกเบี้ย แต่เราอาศัยความแข็งแกร่งทางด้านการเงินของบริษัททำให้สามารถออกแคมเปญลักษณะนี้ได้ ซึ่งหากเป็นบริษัทอื่นที่จะทำแคมเปญลักษณะเดียวกับบริษัทหากไม่มีสภาพคล่องการเงินที่ดีจะไม่สามารถทำได้”
|