Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2534








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2534
GLOBAL BRAIN กับการคืนสู้ธุรกิจต้นกำเนิดของนานมี             
 


   
www resources

โฮมเพจ สำนักพิมพ์นานมี บุ๊คส์

   
search resources

สำนักพิมพ์นานมี บุ๊คส์
ทองเกษม สุพุทธิพงศ์
สุวดี จงสถิตย์วัฒนา
Printing & Publishing




ชื่อ "นานมี" แผลงมาจากคำว่า "หน่ำมุ่ย" ในภาษาแต้จิ๋ว "หน่ำ" แปลว่าทิศใต้ "มุ่ย" คือความงดงาม ตั้งเซ็กกิมมีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนใต้ของจีนเมื่อเขาเดินทางออกจากบ้านเกิดเมืองนอกเป็นครั้งแรกเมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว จุดหมายปลายทางคือดินแดนทางใต้ที่เรียกกันว่า "เซี่ยมล้อ" หรือประเทศไทย

ความผูกพันในถิ่นกำเนิดและความอุดมสมบูรณ์ของถิ่นฐานใหม่ที่เขาปักหลักสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้จนถึงวันนี้ ทำให้เขาใช้ชื่อนี้มีความหมายว่าความงดงามแห่งแดนทักษิณ

ตั้งเซ็กกิมเริ่มต้นชีวิตในดินแดนใหม่เช่นเดียวกับบรรดานตึ๊งที่มีแต่เสื่อผืนหมอนใบติดมือมาจากเมืองจีน ความขยันหมั่นเพียร "หนักเอาเบาสู้ ทำให้เขาไต่เต้าจากตำแหน่งจับกังขึ้นมาเป็นผู้จัดการของร้านจงหัว

จงหัวเป็นร้านขายหนังสือจีนที่อยู่ในซอยเล็ก ๆ บนถนนเยาวราช ยี่สิบกว่าปีที่นี่ทำให้ตั้งเซ็กกิมมมีสายพันธ์อย่างกว้างขวางกับบรรดาโรงเรียนสอนภาษีจีนทั้งหลายในสมัยนั้นที่จงหัวขายแบบเรียนภาษาจีนให้ ส่วนสำนักพิมพ์ในจีนและฮ่องกงที่ขายหนังสือใหจงหัวเขาก็รู้จักไม่น้อย

เมื่อเขาแยกตัวออมาตั้งกิจการของตัวเองในชื่อนานมีเมื่อพ.ศ. 2492 สายสัมพันธ์ทางการค้านี้มีส่วนเกื้อหนุนให้กิจการดำเนินไปด้วยดี จากร้านเล็ก ๆ บนถนนเยาวราชขยับขยายกลายเป็นร้านใหญ่ และย้ายมาอยู่ที่ถนนเจริญกรุงจนถึงปัจจุบัน ลูกค้าเกือบทั้งหมดคือบรรดาโรงเรียนจีนที่มาซื้อทั้งหนังสือเรียนเครื่องเขียนไปขายให้กับนักเรียน ซึ่งสมัยนันยังมีคนเรียนภาษาจีนกันเป็นจำนวนมาก

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบคอมมิวนิสต์ของจีนในปี 2492 เป็นต้นมา โรงเรียนสอนภาษาจีนถูกควบคุมจากทางการไทยมากขึ้น ด้วยความหวาดระแวงว่าจะเป็นแหล่งเผยแพร่ความิดทางการเมืองจากแผ่นดินแม่ยิ่งแผ่นดินไทย ตกอย่ภายใต้ระบบเผด็จการในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โรงเรียนจีนก็ถูก "ตอน" อย่างหนักมือขึ้นรวมไปถึงร้านขายหนังสือจีนด้วย เวลามีการรัฐประหารแต่ละครั้งทหาร และตำรวจจะต้องยกกำลังไปยึดหนังสือจีนจากร้านเหล่นี้หลาย ๆ ครั้งตัวเจ้าของก็ถูกจับตัวไปคุมขังด้วย

พ.ศ. 2497 รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติ เป้าหมายที่แท้จริงคือการห้ามเปิดโรงเรียนจีนอีกต่อไป หลักสูตร ตำราเรียน ต้องถูกตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจากกระทรวงศึกษาธิการ หนังสือเรียนที่เคยนำเข้าจากฮ่องกงต้องเปลี่ยนมาใช้หนังสือที่ผลิตโดยกระทรวงศึกษาธิการ มีองค์การคุรุสภาพเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว

สภาพการณ์ทางการเมืองบีบให้ตลาดหนังสือจีนเล็กลงร้านหนังสือจีนหลาย ๆ แห่งต้องปิดตัวเองลงไป อีกครั้งหนึ่งที่สายสัมพันธ์ทางธุรกิจเข้ามามีบทบาทสำคัญ เมื่อตั้งเซ็กกิมจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางของนานมีจากการขายหนังสือมาเป็นธุรกิจขายเครื่องเขียน

นานมีเป็นผู้นำเข้าเครื่องเย็บกระดาษยี่ห้อแม็กซ์จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาขายในประเทศไทยเป็นรายแรก จากการแนะนำของผู้ผลิตเครื่องเขียนของไต้หวันรายหนึ่งที่นานมีทำธุรกิจด้วย ต่อจากนั้นก็เป็นเครื่องเขียนยี่ห้อไลอ้อนจากญี่ปุ่นและยังเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายปากกาลูกลื่นบิ๊คด้วย

จาการนำเข้า นานมีเปลี่ยนฐานะตัวเองมาเป็นผู้ผลิตโดยความช่วยเหลือทางด้านเทคโนโลยีทางการผลิตจากญี่ปุ่นผลิตปากกาลูกลื่นตราม้า ซึ่งเป็นยี่ห้อของตัวเองออกมาขายเป็นครั้งแรกเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว นอกจากปากกาลูกลื่นแล้วยังผลิตเครื่องเขียนเกือบทั้งหมดรวมไปถึงกระดาษโรเนียวและกระดาษไขด้วย

เรียกว่าคนที่มีอายุอยู่ในวัยเลยสามสิบตอนนี้ เกือบทั้งหมดผ่านช่วงชีวิตในโรงเรียนโดยมีสินค้าตราม้าของนานมีร่วมสุดแห่งหนึ่งของโลกทีเดียว GLOBAL BRAIN คือสำนักพิมพ์ล่าสุดในเครือของนานมี ที่แตกต่างไปจากสำนักพิมพ์ทั้งสามตรงที่ใช้ต้นฉบับภาษาอังกฤษ ไม่เพียงแต่จะแตกต่างจากสำนักพิมพ์ในเครือเท่านั้น ยังแตกต่างจากสำนักพิมพ์อื่น ๆ ตรงที่กล้าแปลหนังสือที่เสี่ยงต่อการลงทุนเป็นอย่างมากด้วย

ในยุคที่ตลาดหนังสือแปลแนวธุรกิจของบ้านเราเต็มไปด้วยสูตรสำเร็จการเดินทางไปให้ถึงดวงดาวในชั่วข้ามคืนในราคาไม่เกิน 50 บาท GLOBAL BRAIN เลือกที่จะออกหนังสือประเภทเสนอโลกทัศน์ แนวความคิดของนักคิดที่มีชื่อเสียงของโลก รวมไปถึงหนังสือในเชิงกรณีศึกษาของธุรกิจที่มีชื่อเสียง

ในสายตาของวงการแปลบ้านเราแล้ว หนังสือแถวนี้หาผู้อ่านได้ยาก เพราะเป็นหนังสือที่ถูกให้คำจำกัดความว่า "หนัก" เอาไปใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ และที่สำคัญต้องลงทุนสูง ในขณะที่ไม่แน่ใจว่าถ้าตั้งราคาขายสูง ๆแล้วจะมีคนซื้อหรือเปล่า

GLOBAL BRAIN ออกหนังสือเล่มแรกชื่อ "คลื่นลูกที่สาม" แปลมาจาก THE THIRD WAVE ของ ALVIN TOFFLER ในชั่วเวลาไม่ถึงสองปี หนังสือเล่มนี้พิมพ์เป็นครั้งที่สามแล้ว ด้วยยอดพิมพ์ครั้งละ 2,000 เล่มยังไม่อาจเทียบได้กับหนังสือหลาย ๆ เล่ม แต่ก็เป็นบทพิสูจน์ได้ว่า ยังมีผู้อ่านที่ต้องการหนังสือที่ให้ข้อคิด สติปัญญาอยู่จำนวนหนึ่งในบ้านเราที่ยอมควักเงินเกือบร้อยบาทซื้อหนังสือดี ๆ อ่าน

GLOBAL BRAIN อาจจะมีข้อได้เปรียบตรงที่มีฐานการเงินแน่นหนาอยู่แล้ว แต่การตัดสินใจลงทุนเป็นเงินสองแสนบาทโดยที่รู้มาก่อนว่าต้องขาดทุนแน่ ๆ เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือเหตุผลทางธุรกิจ

"เรามองว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เงินแน่ก็ละล้าละลัง แต่คุณพ่อตัดสินใจว่า เล่มนี้เอากล่องก็แล้วกัน" สุวดีเล่าให้ฟังว่าในตอนที่เธอตัดสินใจจะแปลหนังสือเล่มนี้ออกมานั้นก็เพราะมีลูกค้าหลายคนที่มาซื้อหนังสือจีนที่ร้านได้อ่าน THE THIRD WAVE ฉบับภาษาจีนแล้วมาเล่าให้ฟังถึงคุณค่าของหนังสือจึงเห็นว่าคนไทยที่ไม่ได้อ่านภาษาอังกฤษก็ควรที่จะได้อ่านกัน

ALVIN TOFFLER คงจะดีใจแม้ว่าจะไม่ได้ค่าลิขสิทธิ์จาก GLOBAL BRAIN เพราะความสำเร็จของคลื่นลูกที่สามในภาคภาษาไทยทำให้สุวดีตัดสินใจที่จะผลิตหนังสือเล่มอื่น ๆ ในสาระวิชาการออกมาอีก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าการยอมรับของตลาดในครั้งแรกนั้นเป็นเพราะชื่อเสียงของ THE THIRD WAVE และ ALVIN TOFFLER เป็นส่วนสำคัญ

หนังสือแปลเล่มต่อ ๆ มาคือ MEGATRAIN 2000, THE BORDERLESS WORLD และ CNN แม้จะมียอดขายไม่สูงเท่าคลื่นลูกที่สาม แต่ก็ขายได้ และน่าจะเป็นดัชนีชี้ตลาดหนังสือแปลทางธุรกิจได้ว่า หนังสือแนวนี้น่จะเป็นทางเลือกใหม่ของตลาดที่ซ้ำซากจำเจอยู่กับแนวฮาวทูมานาน

ในเชิงธุรกิจแล้ว GLOBAL BRAIN กำลังอาศัยกลยุทธ์หาช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีใครเข้าไปโดยมีข้อได้เปรียบที่มีความพร้อมในการลงทุน

ในความเป็นคนเดินดินสุวดีกำลังสานต่อหน้าที่ทางวัฒนธรรมที่พ่อของเธอเริ่มต้นไว้เมื่อ 42 ปีก่อน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us