Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 มิถุนายน 2550
พานาโซนิคซุ่มผุดรง.รีไซเคิล             
 


   
www resources

โฮมเพจ พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย)

   
search resources

พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย), บจก.
Electric




พานาโซนิค ลั่นกลองรบบุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2550 อัดทัพสินค้าใหม่ทำตลาด ตั้งเป้ารายได้สู่ 21,260 ล้านบาท โต 10% แย้มสนใจผุดโรงงานรีไซเคิลในไทย สานต่องบลงทุน 800 ล้านบาทในอีก 3 ปี

นายไดโซ อิโตะ ซีอีโอ ของกลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย เปิดเผยแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2550 ของบริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย ) จำกัด ว่า ปีนี้ทางบริษัทฯจะมุ่งเน้นในเรื่องของการนำเสนอสินค้าใหม่ ที่มีคุณสมบัติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เช่น การใช้เทคโนโลยีปลอดสารตะกั่ว ของการผลิตจอพลาสม่า ทีวี

นอกจากนี้ให้ความสนใจที่จะมาลงทุนตั้งโรงงานรีไซเคิลสินค้าในประเทศไทย เช่นเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่น ที่มีโรงงานรีไซเคิลนี้แล้ว ซึ่งความคืบหน้าของแผนการก่อตั้งโรงงานนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนเพียงแค่การพูดคุยกันในส่วนของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยเท่านั้น อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่จะก่อตั้งโรงงานรีไซเคิลดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจนำโครงการนี้เข้าไว้ในแผนการลงทุนแต่อย่างไร

โดยแผนการลงทุนใหม่ๆในปีนี้ ยังคงเป็นแผนการลงทุนที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี 2549 ที่ผ่านมา ภายใต้งบประมาณกว่า 800 ล้านบาท โดยยังคงใช้งบดังกล่าวในการลงทุนต่อเนื่องไปอีก 3 ปีนับจากนี้ โดยจะมุ่งเน้นในเรื่องของธุรกิจด้านระบบต่างๆ

“การลงทุนดำเนินต่อไป ถึงแม้ประเทศไทยจะประสบปัญหาทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจอยู่ แต่สำหรับบริษัทฯแม่แล้ว กลับไม่ได้กังวลถึงปัจจัยลบดังกล่าว เพราะมองว่าปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้นเกือบทุกประเทศจนมองเป็นเรื่องปกติ แต่กลับมาให้ความสนใจในเรื่องความปลอดภัยของประเทศมากกว่า”

นายไดโซ กล่าวต่อด้วยว่า อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา ก็เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ เพราะกว่า 70% ในการทำธุรกิจ จะเป็นการส่งออก ดังนั้นจึงมองว่าหากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนตัวลงจะเป็นผลดีต่อรายได้ของการส่งออกมากขึ้น ซึ่งค่าเงินบาท ณ ปัจจุบัน บริษัทฯยังคงทำธุรกิจต่อไปได้อยู่ เพราะได้มีการปรับการทำงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายลง ซึ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆลงได้กว่า 12-13% ในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามสำหรับงบการตลาดในปีนี้ยังคงใช้ที่ 10% ของรายได้ที่ตั้งเป้าไว้เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา หรือในปีนี้คาดว่าจะใช้เงินสำหรับการทำตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับทุกผลิตภัณฑ์รวมไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่วางไว้กว่า 21,260 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 10% โดยสินค้าที่บริษัทฯให้ความสำคัญในการทำตลาดอย่างมากในปีนี้ คือ พลาสม่า ทีวี และ กล้องดิจิตอล ลูมิกซ์ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ผู้บริโภครู้จักกันเป็นอย่างดี จึงคาดว่าน่าจะเป็นสินค้าหลักในการสร้างรายได้ของปี 2550 นี้

ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อย่าง เครื่องปรับอากาศ และตู้เย็นนั้น จะมุ่งเน้นการทำตลาดเช่นเดียวกัน โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำทางการตลาดมีส่วนแบ่งทางการตลาดไม่ต่ำกว่า 25% ในปีนี้ จากเดิมในปี 2549 ที่ผ่านมา เครื่องปรับอากาศ อยู่ในอันดับที่ 2 ของตลาดที่มีความต้องการกว่า 6.45 แสนเครื่อง โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาด 21% น้อยกว่ามิตซูบิชิ ที่เป็นผู้นำตลาดในขณะนี้ ด้วยแชร์ 23% ขณะที่ตลาดตู้เย็นในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.2 ล้านเครื่อง พานาโซนิคมีแชร์ 18% ปีนี้ตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำ ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดไม่ต่ำกว่า 22%

ล่าสุดสำหรับผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2550 ตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย. 2550 นี้ บริษัทฯมีรายได้ตามเป้าที่วางไว้กว่า 5,200 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้รวมของปีงบประมาณ 2549 (เม.ย.49-มี.ค.50) ที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 19,300 ล้านบาท โตขึ้นจากปี 2548 ประมาณ 6%

ขณะที่ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโตจากปี 2549 ประมาณ 10% คิดเป็นมูลค่ากว่า 21,260 ล้านบาท คาดว่าจะมาจากกลุ่มสินค้าหมวดภาพและเสียง 13,560 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10% จากรายได้ของหมวดภาพและเสียงกว่า 12,300 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา และอีกส่วนหนึ่งมาจากสินค้าหมวดเครื่องใช้ภายในบ้านที่ตั้งเป้าอัตราการเติบไว้ที่ 10% เช่นเดียวกัน หรือมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 7,700 ล้านบาทในปีนี้ จากเดิมในปี 2549 ที่สร้างรายได้อยู่ที่ 7,000 ล้านบาท

เปิดส่วนแบ่งตลาดพานาโซนิค

สินค้าในหมวดภาพและเสียงนั้น มีสินค้าหลักที่สร้างรายได้ให้กับพานาโซนิคหลายตัว อาทิ เช่น 1.พลาสม่า ทีวี ในปีที่ผ่านมา มีส่วนแบ่ง 24% จากความต้องการของตลาด 2.9 หมื่นเครื่อง ปีนี้คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 35% จากความต้องการที่คาดว่าจะสูงถึง 4.4 หมื่นเครื่อง 2.แอลซีดี ทีวี เดิมมีส่วนแบ่ง 8% จากความต้องการของตลาด 6.6 หมื่นเครื่อง ปีนี้คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเป็น 20% จากความต้องการ 2.36 แสนเครื่อง

3.ซีอาร์ทีวี เดิมมีส่วนแบ่ง 20% จากความต้องการของตลาด 2.6 ล้านเครื่อง ปีนี้คาดว่าจะยังคงรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 20% จากความต้องการที่คาดว่าจะทรงตัวที่ 2.6 ล้านเครื่อง 4.กล้องดิจิตอล จากส่วนแบ่ง 8% ของความต้องการตลาด 8.1 แสนเครื่อง คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 15% จากความต้องการที่คาดว่าจะสูงถึง 8.5 แสนเครื่อง 5.กล้องดิจิตอลวิดีโอ เดิมมีส่วนแบ่ง 20% จากความต้องการ 1.17 แสนเครื่อง คาดว่าจะเพิ่มเป็น 25% จากความต้องการของตลาดที่สูงขึ้นเป็น 1.2 แสนเครื่อง

6.แอลซีดี โปรเจ็กชั่น เดิมมีส่วนแบ่ง 22% จากความต้องการ 4.35 หมื่นเครื่อง คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 25% จากความต้องการที่สูงถึง 4.5 หมื่นเครื่อง 7.โทรศัพท์บ้านไร้สาย มีส่วนแบ่ง 20% จากความต้องการ 6.5 แสนเครื่อง คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 25% จากความต้องการ 6.5 แสนเครื่อง และ 8.ถ่านไฟฉาย จากปีที่ผ่านมา พานาโซนิค เป็นผู้นำทางการตลาด ด้วยส่วนแบ่ง 80% ของความต้องการ 445 ล้านก้อน คาดว่าจะเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 85% จากความต้องการที่คาดว่าจะสูงถึง 446 ล้านก้อนในปีนี้

ส่วนสินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ได้แก่ 1.เครื่องปรับอากาศ เดิมมีส่วนแบ่ง 21% จากความต้องการ 6.45 แสนเครื่อง คาดว่าจะเพิ่มเป็น 22% จากความต้องการ 6.7 แสนเครื่อง 2.ตู้เย็น เดิมมีส่วนแบ่ง 18% จากความต้องการ 1.2 ล้านเครื่อง คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 22% จากความต้องการ 1.25 เครื่อง 3.เครื่องซักผ้า จากส่วนแบ่ง 14% ของความต้องการ 9.2 แสนเครื่อง คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 16% จากความต้องการ 9.65 แสนเครื่อง และ4. เครื่องทำน้ำอุ่น ที่พานาโซนิคเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่ง 50% จากความต้องการ 3.2 แสนเครื่อง คาดว่าจะรักษาตำแหน่งผู้นำด้วยส่วนแบ่งที่ 51% ของความต้องการ 3.36 แสนเครื่องในปีนี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us