พานาโซนิค ลั่นกลองรบบุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2550 อัดทัพสินค้าใหม่ทำตลาด ตั้งเป้ารายได้สู่ 21,260 ล้านบาท โต 10% แย้มสนใจผุดโรงงานรีไซเคิลในไทย สานต่องบลงทุน 800 ล้านบาทในอีก 3 ปี
นายไดโซ อิโตะ ซีอีโอ ของกลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย เปิดเผยแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2550 ของบริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย ) จำกัด ว่า ปีนี้ทางบริษัทฯจะมุ่งเน้นในเรื่องของการนำเสนอสินค้าใหม่ ที่มีคุณสมบัติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เช่น การใช้เทคโนโลยีปลอดสารตะกั่ว ของการผลิตจอพลาสม่า ทีวี
นอกจากนี้ให้ความสนใจที่จะมาลงทุนตั้งโรงงานรีไซเคิลสินค้าในประเทศไทย เช่นเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่น ที่มีโรงงานรีไซเคิลนี้แล้ว ซึ่งความคืบหน้าของแผนการก่อตั้งโรงงานนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนเพียงแค่การพูดคุยกันในส่วนของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยเท่านั้น อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่จะก่อตั้งโรงงานรีไซเคิลดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจนำโครงการนี้เข้าไว้ในแผนการลงทุนแต่อย่างไร
โดยแผนการลงทุนใหม่ๆในปีนี้ ยังคงเป็นแผนการลงทุนที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี 2549 ที่ผ่านมา ภายใต้งบประมาณกว่า 800 ล้านบาท โดยยังคงใช้งบดังกล่าวในการลงทุนต่อเนื่องไปอีก 3 ปีนับจากนี้ โดยจะมุ่งเน้นในเรื่องของธุรกิจด้านระบบต่างๆ
“การลงทุนดำเนินต่อไป ถึงแม้ประเทศไทยจะประสบปัญหาทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจอยู่ แต่สำหรับบริษัทฯแม่แล้ว กลับไม่ได้กังวลถึงปัจจัยลบดังกล่าว เพราะมองว่าปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้นเกือบทุกประเทศจนมองเป็นเรื่องปกติ แต่กลับมาให้ความสนใจในเรื่องความปลอดภัยของประเทศมากกว่า”
นายไดโซ กล่าวต่อด้วยว่า อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา ก็เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ เพราะกว่า 70% ในการทำธุรกิจ จะเป็นการส่งออก ดังนั้นจึงมองว่าหากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนตัวลงจะเป็นผลดีต่อรายได้ของการส่งออกมากขึ้น ซึ่งค่าเงินบาท ณ ปัจจุบัน บริษัทฯยังคงทำธุรกิจต่อไปได้อยู่ เพราะได้มีการปรับการทำงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายลง ซึ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆลงได้กว่า 12-13% ในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามสำหรับงบการตลาดในปีนี้ยังคงใช้ที่ 10% ของรายได้ที่ตั้งเป้าไว้เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา หรือในปีนี้คาดว่าจะใช้เงินสำหรับการทำตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับทุกผลิตภัณฑ์รวมไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่วางไว้กว่า 21,260 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 10% โดยสินค้าที่บริษัทฯให้ความสำคัญในการทำตลาดอย่างมากในปีนี้ คือ พลาสม่า ทีวี และ กล้องดิจิตอล ลูมิกซ์ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ผู้บริโภครู้จักกันเป็นอย่างดี จึงคาดว่าน่าจะเป็นสินค้าหลักในการสร้างรายได้ของปี 2550 นี้
ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อย่าง เครื่องปรับอากาศ และตู้เย็นนั้น จะมุ่งเน้นการทำตลาดเช่นเดียวกัน โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำทางการตลาดมีส่วนแบ่งทางการตลาดไม่ต่ำกว่า 25% ในปีนี้ จากเดิมในปี 2549 ที่ผ่านมา เครื่องปรับอากาศ อยู่ในอันดับที่ 2 ของตลาดที่มีความต้องการกว่า 6.45 แสนเครื่อง โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาด 21% น้อยกว่ามิตซูบิชิ ที่เป็นผู้นำตลาดในขณะนี้ ด้วยแชร์ 23% ขณะที่ตลาดตู้เย็นในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.2 ล้านเครื่อง พานาโซนิคมีแชร์ 18% ปีนี้ตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำ ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดไม่ต่ำกว่า 22%
ล่าสุดสำหรับผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2550 ตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย. 2550 นี้ บริษัทฯมีรายได้ตามเป้าที่วางไว้กว่า 5,200 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้รวมของปีงบประมาณ 2549 (เม.ย.49-มี.ค.50) ที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 19,300 ล้านบาท โตขึ้นจากปี 2548 ประมาณ 6%
ขณะที่ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโตจากปี 2549 ประมาณ 10% คิดเป็นมูลค่ากว่า 21,260 ล้านบาท คาดว่าจะมาจากกลุ่มสินค้าหมวดภาพและเสียง 13,560 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10% จากรายได้ของหมวดภาพและเสียงกว่า 12,300 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา และอีกส่วนหนึ่งมาจากสินค้าหมวดเครื่องใช้ภายในบ้านที่ตั้งเป้าอัตราการเติบไว้ที่ 10% เช่นเดียวกัน หรือมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 7,700 ล้านบาทในปีนี้ จากเดิมในปี 2549 ที่สร้างรายได้อยู่ที่ 7,000 ล้านบาท
เปิดส่วนแบ่งตลาดพานาโซนิค
สินค้าในหมวดภาพและเสียงนั้น มีสินค้าหลักที่สร้างรายได้ให้กับพานาโซนิคหลายตัว อาทิ เช่น 1.พลาสม่า ทีวี ในปีที่ผ่านมา มีส่วนแบ่ง 24% จากความต้องการของตลาด 2.9 หมื่นเครื่อง ปีนี้คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 35% จากความต้องการที่คาดว่าจะสูงถึง 4.4 หมื่นเครื่อง 2.แอลซีดี ทีวี เดิมมีส่วนแบ่ง 8% จากความต้องการของตลาด 6.6 หมื่นเครื่อง ปีนี้คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเป็น 20% จากความต้องการ 2.36 แสนเครื่อง
3.ซีอาร์ทีวี เดิมมีส่วนแบ่ง 20% จากความต้องการของตลาด 2.6 ล้านเครื่อง ปีนี้คาดว่าจะยังคงรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 20% จากความต้องการที่คาดว่าจะทรงตัวที่ 2.6 ล้านเครื่อง 4.กล้องดิจิตอล จากส่วนแบ่ง 8% ของความต้องการตลาด 8.1 แสนเครื่อง คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 15% จากความต้องการที่คาดว่าจะสูงถึง 8.5 แสนเครื่อง 5.กล้องดิจิตอลวิดีโอ เดิมมีส่วนแบ่ง 20% จากความต้องการ 1.17 แสนเครื่อง คาดว่าจะเพิ่มเป็น 25% จากความต้องการของตลาดที่สูงขึ้นเป็น 1.2 แสนเครื่อง
6.แอลซีดี โปรเจ็กชั่น เดิมมีส่วนแบ่ง 22% จากความต้องการ 4.35 หมื่นเครื่อง คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 25% จากความต้องการที่สูงถึง 4.5 หมื่นเครื่อง 7.โทรศัพท์บ้านไร้สาย มีส่วนแบ่ง 20% จากความต้องการ 6.5 แสนเครื่อง คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 25% จากความต้องการ 6.5 แสนเครื่อง และ 8.ถ่านไฟฉาย จากปีที่ผ่านมา พานาโซนิค เป็นผู้นำทางการตลาด ด้วยส่วนแบ่ง 80% ของความต้องการ 445 ล้านก้อน คาดว่าจะเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 85% จากความต้องการที่คาดว่าจะสูงถึง 446 ล้านก้อนในปีนี้
ส่วนสินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ได้แก่ 1.เครื่องปรับอากาศ เดิมมีส่วนแบ่ง 21% จากความต้องการ 6.45 แสนเครื่อง คาดว่าจะเพิ่มเป็น 22% จากความต้องการ 6.7 แสนเครื่อง 2.ตู้เย็น เดิมมีส่วนแบ่ง 18% จากความต้องการ 1.2 ล้านเครื่อง คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 22% จากความต้องการ 1.25 เครื่อง 3.เครื่องซักผ้า จากส่วนแบ่ง 14% ของความต้องการ 9.2 แสนเครื่อง คาดว่าจะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 16% จากความต้องการ 9.65 แสนเครื่อง และ4. เครื่องทำน้ำอุ่น ที่พานาโซนิคเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่ง 50% จากความต้องการ 3.2 แสนเครื่อง คาดว่าจะรักษาตำแหน่งผู้นำด้วยส่วนแบ่งที่ 51% ของความต้องการ 3.36 แสนเครื่องในปีนี้
|