|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ค่าย “มาสด้า” มองตลาดรถไทยปีนี้น่าห่วง เผยกลุ่มสมาคมรถญี่ปุ่นประเมินเหลือแค่ 6.5 แสนคัน ประกาศเดินหน้าลุยช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมเพิ่มงบการตลาดมากกว่าปีที่แล้ว 25% และเปิดตัวมาสด้า 3 ใหม่ หวังรักษายอดขายให้ได้ตามเป้าหมายเมื่อต้นปีที่ 1.65 หมื่นคัน หลังช่วง 5 เดือนแรก บรรลุเป้าทำได้เกือบครึ่งทาง หรือเติบโตถึง 13% ขณะที่ตลาดรวมวูบ 14%
นายบรูโน เชอร์เวท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดรถยนต์ไทยในปีนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะยอดขายช่วง 5 เดือนแรกของของปีนี้ตกลงไปถึง 14% เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีนัก จากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทย ทำให้ผู้บริโภคยังไม่ยอมใช้จ่ายแม้จะมีกำลังซื้ออยู่ก็ตาม
“ในช่วงครึ่งปีหลังมาสด้าจะพยายามรักษายอดขาย ให้ได้เทียบเท่ากับช่วงครึ่งปีแรก แม้สภาวะตลาดรถยนต์โดยรวมแนวโน้มจะต่ำกว่าที่บริษัทรถยนต์ประเมินไว้เมื่อต้นปีที่ 7 แสนคัน แต่ตลอดช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มาสด้าสามารถทำยอดขายเติบโตถึง 13% ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมาก ซึ่งกลยุทธ์ที่จะทำให้มาสด้ารักษาระดับยอดขายไว้ได้ มาจากการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ และกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยปีนี้ได้เพิ่มงบการตลาดมากกว่าปีที่แล้ว 25%”
ทั้งนี้ล่าสุดบริษัทได้แนะนำ มาสด้า 3 ใหม่ ซึ่งเป็นการไมเนอร์เชนจ์ให้สมบูรณ์มากขึ้น พร้อมกับปรับราคาลดลงเฉลี่ย 1-2 หมื่นบาทต่อคัน แต่ในความเป็นจริงแล้วลูกค้าที่ซื้อรุ่นเดิม ไม่ได้จ่ายเงินแตกต่างกันแต่อย่างไร เพราะรุ่นที่แล้วได้มีการจัดแคมเปญมาก แต่มาสด้า 3 ใหม่ ปริมาณของแคมเปญลดลง ทำให้เมื่อคิดจำนวนเงินที่ลูกค้าจ่ายไม่แตกต่างกัน ขณะที่รุ่นใหม่ลูกค้าจะได้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานมากขึ้น
นายบูรโนยังกล่าวถึงโครงการรถยนต์นั่งประหยัดพลังงาน หรืออีโคคาร์ว่า การที่คณะรัฐมนตรีประกาศหลักเกณฑ์เบื้องต้นออกมา มาสด้าก็ต้องพิจารณาและปรับเพื่อให้เข้ากับเงื่อนไขของรัฐบาล ซึ่งมาสด้าก็ได้ส่งเรื่องกลับไปที่บริษัทแม่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพิจารณาในโครงการดังกล่าว
“เราต้องศึกษาความคืบหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด และที่ประกาศออกมาเป็นเพียงมติคณะรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีการประกาศเป็นกฎกระทรวงชัดเจน โดยเฉพาะข้อบังคับส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ หรือคณะการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งต้องมีรายละเอียดที่ลึกลงไปอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังการผลิตและการผลิตเครื่องยนต์และชิ้นส่วนอื่น ๆ แต่มาสด้าพร้อมจะปรับตัวตามนโยบายของรัฐบาล และพร้อมที่จะร่วมมือกับฟอร์ดในโครงการนี้ต่อไป”
นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เ.ซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ล่าสุดของกลุ่มสมาคมรถยนต์ญี่ปุ่น (เจทีซี) ระบุว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ ไม่น่าจะเกิน 6.5 แสนคัน จากเดิมที่คาดไว้ประมาณ 7 แสนคัน ขณะที่ฟอร์ดกรุ๊ปก็ได้ประเมินแนวโน้มอาจจะไม่เกิน 6 แสนคัน นับว่าสถานการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปีนี้น่าเป็นห่วง
“ในส่วนของมาสด้าคาดว่าตลาดรถยนต์ไทย ไม่น่าจะเกินกว่า 6.5 แสนคัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เป็นไปได้ และผลจากการที่ตลาดลดลง ทำให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องทำงานกันหนักมากขึ้น รวมถึงมาสด้าที่จะต้องปรับกลยุทธ์การทำตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด เพื่อรักษาเป้าหมายการขายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ 1.65 หมื่นคัน โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มาสด้ามียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 13% ฉะนั้นหากจะให้บรรลุเป้าหมาย ในช่วงครึ่งปีหลังจะรักษาอัตราการเติบโตให้ได้เท่ากับครึ่งปีแรกให้ได้”
ส่วนการปรับแผนการทำตลาดนั้น ในปีนี้มาสด้าจะนำแนวความคิดซูม-ซูมมาปรับใช้ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการทำสำรวจพบว่า ลูกค้ารู้จักคำว่าซูม-ซูม แต่ไม่เข้าใจว่าเป็นอย่างไร ขณะที่การแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ล่าสุดได้มีการเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของมาสด้า 3 ซึ่งจะปรับภาพลักษณ์ไปเน้นที่ความเป็นเทรนดี้ ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบ และการควบคุมรถที่ดี โดยคาดว่าหลังการเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ จะทำให้ช่วยเพิ่มยอดขายไม่ต่ำกว่า 250 คันต่อเดือน ขณะที่ปิกอัพมาสด้า บีที-50 จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อตอกย้ำจุดเด่น ในเรื่องของตัวรถที่ควบคุมได้ดีที่สุด โดยจะเป็นแคมเปญใหญ่ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายจากที่ทำอยู่ 1,100 คันต่อเดือน เพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 1,200 คันต่อเดือน
|
|
 |
|
|