แคนนอน เชื่อตลาดกล้องดิจิตอลยังโตได้อีกมาก เหตุแนวโน้มตลาดโลกเติบโตไปแล้วกว่า 30% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มั่นใจมาถูกทางพร้อมงบ 300 ล้านบาท อัดกิจกรรมทางการตลาดตลอดปี ล่าสุดเอาใจมือโปรส่ง EOS 1D Mark III ดันยอดครึ่งปีหลัง คุยปีนี้มีรายได้รวมแตะ 5,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 20%ตามเป้า
นายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานคอนซูเมอร์ อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่หลายฝ่ายได้คาดการณ์กันไว้ว่าปีนี้ตลาดกล้องดิจิตอลอาจจะไม่ค่อยดี อันเนื่องมาจากผลกระทบทางการเมืองและสภาพเศรษฐกิจ ที่อาจส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย แต่ในความเป็นจริง ปรากฏว่าครึ่งปีที่ผ่านมานี้บริษัทฯสามารถสร้างยอดขายเป็นไปตามเป้าที่วางไว้คือ 2,000-2,300 ล้านบาท โดยมาจากกลุ่มกล้องดิจิตอลถึง 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่เติบโตกว่าปีที่ผ่านมาถึง 30% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน และที่เหลือมาจากยอดขายของสินค้ากลุ่มพริ้นเตอร์และอื่นๆ
“แคนนอนเชื่อว่าปีนี้ได้วางนโยบายมาถูกทางแล้ว ดูจากสถานการณ์กล้องดิจิตอลในตลาดต่างประเทศอย่างโซนยุโรป และอเมริกาที่แม้จะเป็นตลาดที่อิ่มตัวแล้วก็ตาม แต่กลับมีการเติบโตถึง 30% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงเชื่อว่าตลาดในไทยเองก็น่าจะมีแนวโน้มเติบโตตามไปด้วย ถึงแม้ว่าหลายฝ่ายจะคาดการณ์กันว่าตลาดกล้องดิจิตอลจะไม่ค่อยดี แต่หลังจากที่ได้เปิดตัวพรีเซนเตอร์ อย่าง พอลล่า เทเล่อร์ไป เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ยอดขายของแคนนอนดีขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มีรายได้ถึง 1,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% ในครึ่งปีแรก”
ล่าสุดสำหรับการทำตลาดช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล SLR รุ่น EOS 1D Mark III สำหรับกลุ่มช่างภาพมืออาชีพโดยเฉพาะ ที่ต้องการความแม่นยำสูงสุดของการทำงานที่รวดเร็ว ภายใต้งบประมาณทางการตลาดรวมกว่า 200-300 ล้านบาทที่จะใช้สำหรับสินค้ากลุ่มกล้องดิจิตอลทั้งหมดในปีนี้ โดยในขณะนี้มีออเดอร์สั่งซื้อไปแล้วกว่า 70-80 ตัว จำหน่ายในราคา 160,000 บาท พร้อมเลนส์ EF 16-35 mm/f2.8 L II USM ราคา 52,000 บาท และเฟลช Speedlite580EX II ราคา 17,900 บาท
สำหรับตลาดกล้องดิจิตอลSLR ปีนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตถึง 30% เนื่องจากลูกค้าเริ่มหันมาเล่นกล้องดิจิตอลในรุ่นที่มีคุณภาพและฟังก์ชั่นการทำงานที่เหมือนมืออาชีพมากยิ่งขึ้นเป็นหลัก บวกกับการแข่งขันทางด้านราคา ลูกค้าจึงสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น จึงคาดว่าจะส่งผลให้ตลาดรวมกล้องดิจิตอลปีนี้ในเชิงจำนวนจะเติบโตขึ้นประมาณ 20% ส่วนเชิงมูลค่าแล้วอาจจะไม่โตหรืออาจจะโตลดลงประมาณ 5% ของมูลค่าตลาดกล้องดิจิตอลในปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท มาจากกล้องดิจิตอลคอมแพล็ก 80% และเป็นดิจิตอล SLR 20%
ขณะที่ในกลุ่มของดิจิตอล SLRนี้ แคนนอนมีส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 43% ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นส่วนแบ่งที่ใกล้เคียงกับแบรนด์นิคอน ซึ่งหลังจากนี้แคนนอนจะมุ่งทำตลาดกล้องดิจิตอลSLRอย่างจริงจัง เพื่อให้มีส่วนแบ่งทางการตลาดทิ้งห่างคู่แข่ง โดยคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอีก 10-20%
อย่างไรก็ตามปีนี้บริษัทฯยังคงตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 5,000-5,200 ล้านบาท เติบโต 20% จากรายได้ในปีที่ผ่านมา ที่มีกว่า 4,500-4,600 ล้านบาท มาจากกล้องดิจิตอล 45% ที่เหลือมาจากเครื่องพริ้นเตอร์ และอื่นๆ โดยเชื่อว่าครึ่งปีหลังนี้สถานการณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจจะดีขึ้น
|