|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เวลาเพียง 2 เดือนสำหรับ ซีอีโอและเอ็มดีคนล่าสุดของ "ธนาคารนครหลวงไทย"... "ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์"... ได้ถ่ายทอดคอนเซ็ปท์การตลาดที่ค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับ "SCIB Family"บ้านหลังใหม่ ที่รวมเอา 5 ธุรกิจในเครือมาผูกเป็นเป้าหมายการสร้างโอกาสและรายได้ จากลูกเล่นการตลาดที่เจ้าของบ้านคนใหม่บอกว่า "จะเอาบันเทิง มาเป็นคอนเซ็ปท์การตลาด" ทำให้ภาพ "ซูเปอร์มาร์เก็ตไฟแนนซ์" ก่อนหน้านั้นกำลังจะเลือนหายไปจากความทรงจำ...
ธุรกิจหลักๆทั้ง 5 ตั้งแต่ บริษัทจัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์ ประกันชีวิต ประกันภัย และบริษัทเช่าซื้อรถมือสอง ถูกนำมาเป็นศูนย์กลางการทำธุรกิจเชิงรุก ภายใต้คอนเซ็ปท์ "SCIB Family" ครอบครัวใหม่ของ "แบงก์ชฎา" โดยมีเจ้าของคนใหม่คือ "ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย
" คงจะเห็นแล้วว่าในช่วง 2 เดือนเราเริ่มจะเห็นสีสัน หลังจากตื่นตัวขึ้นมา ผมต้องลุยสาขาต่างจังหวัดพบกับผู้จัดการสาขา และบริษัทในเครือ ซึ่งบางบริษัทอยู่มาตั้ง 5ปี ยังไม่มีโอกาสได้เจอผู้บริหารเลยสักครั้ง"
ชัยวัฒน์ บอกเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นภายหลัง งานเปิดตัวครอบครัวใหม่แบงก์ชฎาที่สำนักงานใหญ่ เพิ่งจะเสร็จสิ้นลงท่ามกลางเสียงโจษจันว่า บรรยากาศการนำเอาเหล่า ซิริบริตี้ ทั้งดารา คนดัง นางแบบ นายแบบ มาช่วยสร้างความคึกครื้น ดูออกจะคล้ายๆ แบงก์สีเหลืองอร่ามเสียมากกว่าก็ตาม
แต่เจ้าของบ้านโลโก้แบงก์ชฎา ก็ยอมรับกรายๆ ว่า " เราพร้อมถึงแม้ใครจะพูดอย่างไร" พร้อมกับเชื่อว่าเวลา 4 ปีนับจากนี้จะสร้างสีสันภาพลักษณ์ใหม่ของธนาคารให้มีภาพการตอบสนองบริการ และความสุขทางใจของลูกค้า เพื่อความภาคภูมิใจก่อนเกษียณตัวเองลง
ชัยวัฒน์ บอกว่า ความพร้อมไม่ได้หมายถึง การเอาบันเทิงมาปนในธุรกิจ เหมือนค่ายอื่น แต่จะยึดเอาบันเทิงมาเป็นคอนเซ็ปท์ทางการตลาด ซึ่งรูปแบบการตลาดก็ยังต้องขึ้นกับลักษณะของงานด้วย
" ปีนี้จะเป็นปีที่แบงก์มีการปรับตัวด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความรู้ ทักษะคน ระบบงาน แต่ปีหน้าจะมีลูกเล่นทางการตลาดใหม่ๆออกมาให้เห็น"
ขณะที่ปีนี้ยอมรับว่า ทำอะไรได้ยากมาก แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือ การรวมของดีที่มีอยู่คือ สมาชิกในครอบครัวทั้ง 5 ธุรกิจนำมารุกให้บริการแบบเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเหมือนสมัยก่อน เพื่อขยายฐานลูกค้า และการสร้างโอกาสจากการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม ช่องทางทำเงินที่แบงก์ทุกแห่งไม่เคยยอมให้ค่ายคู่อริดูดกลืนไปได้ง่ายๆ
การใช้คอนเซ็ปท์ครอบครัวแบงก์ชฎา จึงต่างๆไปจากแนวคิด "ซูเปอร์มาร์เก็ต แบงกิ้ง" ในสมัยเอ็มดีชุดก่อนโดยสิ้นเชิง เพราะรูปแบบแรกได้นำเอาธุรกิจเป็นหน้าร้านหรือ โชว์รูมวางขายสินค้า ใครเดินเข้ามาก็จะเลือกจับจ่ายได้ในจุดเดียวเพราะมีสินค้าทุกประเภท แต่วิธีนี้ก็ไม่ได้หลอมรวมโลโก้สีแดงเพลิงให้เป็นหนึ่งเดียวกัน กลายเป็นต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างอยู่ในสายตาเจ้าของบ้านคนใหม่
ชัยวัฒน์ เปิดบ้านแนะนำสมาชิกในครอบครัวที่ถึงวันนี้มีอายุร่วม 66 ปีแล้ว ภายใต้คอนเซ็ปท์ "SCIB Family"จะเป็นการผนึกกำลังกันระหว่างธนาคารและบริษัทในเครือในเชิงรุกทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลากหลาย ควบคู่ไปกับการใช้เครือข่ายสาขาเป็นช่องทางส่งผ่านบริการทางการเงินไปยังลูกค้าเป้าหมาย
ว่ากันว่า งานเปิดตัวสมาชิกครอบครัวทั้ง 5 ประกอบด้วยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นครหลวงไทย บริษัทหลักทรัพย์นครหลวงไทย แมกซ์ประกันชีวิต สยามซิตี้ประกันภัย และราชธานี ลีสซิ่ง แบงก์นครหลวงไทยต้องหว่านถุงเงินไปกับงานนี้ร่วม 3 ล้านบาท เพื่อแลกกับภาพลักษณ์ใหม่ที่สดใส มีสีสันกว่ายุคก่อนๆ
"ปีนี้จะมีธุรกิจในเครือ ทั้ง 5 เข้าไปทำธุรกิจในสาขาอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อโฟกัสไปที่ฐานลูกค้าขนาดกลางและรายเล็ก ส่วนรายใหญ่จะลดสปีดลงเพื่อหันมาเร่งอัตราการเติบโตของ 2 รายกลางและรายย่อยมากขึ้นแทน"
ชัยวัฒน์บอกว่า ฐานสินเชื่อยังเล็กกว่าตลาด ส่วนสำคัญเพราะมีแต่ลูกค้ารายใหญ่ แต่ก็อยากจะเห็นการขยายสินเชื่อปีนี้ขึ้นมาอยู่ที่3 หมื่นล้านบาทจากสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 2.6 แสนล้านบาท
นอกจากมีธุรกิจหลักทั้ง 5 ที่จะเข้าไปเวิร์คในสาขาทั้ง 400 กว่าแห่ง ก็ยังมีทีมโมบายปักหลักทำตลาดในต่างจังหวัดที่ยังคลานต้วมเตี้ยมเมื่อเทียบกับเจ้าอื่น แต่ก็เชื่อว่าใน 2-3 เดือนอัตราความเร่งจะพุ่งแรงและเร็ว จากการเบนเข็มไปเน้นลูกค้าขนาดกลางและรายย่อยมากขึ้น
สำหรับ ธุรกิจจัดการกองทุนซึ่งเป็นกองทุนรวมและกองทุนอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันมีขนาดทรัพย์สิน ราว 29,000 ล้านบาทหลังจากเปิดดำเนินการเมื่อปลายปี 2549 ที่ผ่านมา
ขณะที่ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 1% ในปลายปีนี้ และจะเพิ่มเป็น 2% ในปี 2550 โดยโฟกัสไปที่ อินเตอร์เน็ตเทรดดิ้งและครอสเซลลิ่งผ่านสาขาย่อยในสาขาธนาคาร เพื่อเป็นมาร์เก็ตติ้งอาร์ม โดยมีแผนจะเปิด 6 สาขา จากปัจจุบันมีเพียงที่ภูเก็ต
ส่วนแมกซ์ประกันชีวิตปีนี้คาดว่าเบี้ยปีแรกจะมีอัตราเพิ่มขึ้น 65% จากการขายผ่านช่องทางแบงแอสชัวรันส์เป็นหลักผ่าน 400 สาขา
ขณะที่สยามซิตี้ประกันภัย ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มเบี้ยประกันรับประมาณ 730 ล้านบาท ขยายตัว 17% จากปีก่อนที่มีเบี้ยรับ 622 ล้านบาท ที่ผ่านมามีสินค้าสำเร็จรูปให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากขึ้น อาทิ Home Care คุ้มครองที่อยู่อาศัยรวมถึงผู้อยู่อาศัย มีกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 ควบประกันชีวิต หรือMotor for life
ส่วนราชธานีลีสซิ่งที่ถือหุ้นอยู่ 40% ก็มีแผนจะให้บริการสินเชื่อ SCIB AUTO USED สำหรับเช่าซื้อรถยนต์มือสองในสาขากรุงเทพและปริมณฑล โดยใช้สาขาเป็นแหล่งอำนวยสินเชื่อ สำหรับรถทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ปิคอัพหรือรถยนต์เชิงพาณิชย์ อาทิ รถบรรทุก จะขยายไปยังภูมิภาค ไปยังศูนย์กลางการขนส่งแต่ละภูมิภาค ภายใต้บ้านหลังเก่า แต่เปลี่ยนตัวเจ้าของ .... "SCIB Family"...จึงไม่ธรรมดาเมื่อเทียบกับยุคก่อนหน้านั้น แต่โลโก้สีแดงเพลิง จะวิ่งไล่กวด สัญลักษณ์ สีเหลืองได้เร็วแค่ไหน สมาชิกในครอบครัวนี้น่าจะตอบคำถามได้ดีที่สุด...
|
|
 |
|
|