|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
โฮมโปรฯ ยันเดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม ตั้งเป้า 2-3ปี เปิดเพิ่มอีก 19 สาขาทั่วประเทศ รับกฎหมายคุมโซนนิ่งศูนย์ค้าปลีก-ค้าส่ง ต่างชาติกระทบแผนขยายสาขา พร้อมปรับแผนลุยเดี่ยวเปิดสาขาใหม่ เน้นทำเลในเมืองใกล้ศูนย์กลางธุรกิจ เกาะกลุ่มห้างสรรพสินค้าเจ้าถิ่น แจงปี50 ทุ่มงบขยายสาขาใหม่5สาขา 3,200 ล้านบาท ล่าสุดเตรียมเปิดเพิ่มอีก 2สาขาพัทยา-ระยอง เผยแผนกระตุ้นยอดขายรักษาเป้า ระดมจัดโปรโมชั่นผนึกบัตรเครดิต หวังรักษาเป้าเติบโต20% แจงไตรมาสแรกยอดขายรวม 3,780ล้าน หรือมีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาท เติมโตจากไตรมาสเดี่ยวกันปีที่แล้ว 17.75%
นายณัฏฐ์ จริตชนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทมีแผนจะขยายสาขาใหม่เพิ่ม 5 สาขา โดยตั้งงบประมาณในการขยายสาขาไว้ 3,200 ล้านบาท ซึ่งช่วงไตรมาสรแรกที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 3 สาขาประกอบด้วย สาขาเพชรเกษม สาขาชลบุรี และสาขาเอกมัย-รามอินทรา ส่วนที่เหลืออีก 2 สาขาจะทยอยเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของปีนี้ โดยคาดว่าสาขาที่จะเปิดให้บริการก่อนจะเป็นสาขาระยอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนสาขาพัทยานั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา สำรวจตลาดเพื่อวางสินค้าให้แตกต่าง และลงลึกถึงความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด
เนื่องจาก ในพัทยานั้น โฮมโปรฯ ได้เปิดสาขาไว้แล้ว1 สาขา ประกอบกับในพื้นที่เมืองพัทยามีคู่แข่งหลายรายทำให้สินค้าที่มีอยู่ในตลาดค่อนข้างหลากหลายและ มีการแข่งขันที่สูงและตลาดค่อนข้างอิ่มตัว ดังนั้นเพื่อให้สินค้าของบริษัทเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในเชิงลึกมากขึ้นจึงจำเป็นต้องมีการศึกษาตลาดที่ละเอียดและ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดได้ลึกกว่าสาขาอื่นๆ ทั้งนี้โฮมโปรฯตั้งเป้าว่าในระยะ2-3 ปีจากนี้ จะมีการเปิดตัวสาขาใหม่เพิ่มอีก 19 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้โฮมโปรฯ มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศทั้งสิ้น 50 สาขา จากที่ปัจจุบันมีอยู่31 สาขาทั่วประเทศ
ทั้งนี้ในการขยายสาขาใหม่เพิ่มนั้น บริษัทจะเน้นการเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่ต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการขยายสาขาในพื้นที่กทม.และปริมณฑลนั้นค่อนข้างจะทำได้ยากมากขึ้น หลังจากที่รัฐบาลมีการประกาศโซนนิ่งการเปิดศูนย์ค้าปลีก หรือการควบคุมพื้นที่การก่อสร้างโครงการห้างสรรพสินค้า ค้าส่ง-ค้าปลีก เพราะที่ผ่านมาการขยายสาขาของโฮมโปรฯ จะจับมือกับพันธมิตรในการเปิดให้บริการสาขาใหม่ในพื้นที่ต่างๆ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการจัดโซนนิ่งในการควบคุมศูนย์การค้า ค้าปลีก-ค้าสง แต่บริษัทได้เตรียมแนวทางในการแก้ปัญหาการขยายสาขาใหม่ของบริษัทไว้แล้ว โดยในพื้นที่ที่บริษัทจะเข้าไปเปิดสาขานั้นหากไม่สามารถจะเปิดสาขาร่วมกับพันธมิตรได้ บริษัทก็จะเปลี่ยนมาเปิดสาขาในรูปแบบโมเดิลเทรดในส่วนของโฮม โปรฯ แต่เพียงรายเดียว ซึ่งในการเลือกทำเลการเปิดสาขานั้นจะต้องอยู่ในทำเลที่มีห้างสรรพสินค้าที่เปิดให้บริการอยู่เดิมแล้ว หรือในทำเลที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด ส่วนในบางพื้นที่โฮมโปรฯอาจจะไปเปิดสาขาติดกับห้างสรรพสินค้าที่เปิดบริการอยู่แล้ว
นายณัฏฐ์ กล่าวว่าสำหรับปี50นี้ บริษัทตั้งเป้าว่าจะมียอดขายเติบโตจากปี2549 ประมาณ 20% โดยในปี49ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม 14,223ล้านบาท ส่วนในไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม 3,780ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาท เติมโตจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว 17.75% ทั้งนี้แนวโน้มตลาดในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวการณ์เมืองและเศรษฐกิจที่ขยายตัวลดลง ทำให้ช่วงไตรมาสแรก บริษัทมีแนวโน้มยอดขายต่ำกว่าเป้ายอดขายที่ประมาณการที่วางไว้ แต่เนื่องจากบริษัทได้นำระบบริหารจัดการต้นทุนโดยควบคุมต้นทุนด้านพลังงาน และมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่ม3 สาขาทำให้มีรายได้จากการเช่าพื้นที่เพิ่มเข้ามา ประกอบกับมีรายได้จากยอดขายในงานโฮมโปร เอ็กซ์โปร เข้ามาอีก 400ล้านบาท ทำให้ในไตรมาสแรกอัตราการเติบโตของยอดขายยังมีการขยายตัวที่ 20% ตามเป้าที่วางไว้
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสแรกบริษัทยังได้มีการจัดโปรโมชั่นพิเศษกระตุ้นยอดขายร่วมกับ บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยใช้งบประมาณในดารจัดงาน20ล้านบาท ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างดี สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 900ล้านบาท ทั้งนี้ จากปัญหาด้านการเมืองและเศรษฐกิจโดยรวมหดตัวทำให้คาดว่าในปีนี้ตลาดรวมวัสดุก่อสร้างและวัสดุตกแต่งบ้านจะเติบโตลดลงจากปีที่แล้ว ดังนั้นเพื่อรักษาระดับการเติบโตของยอดขายให้มีอัตราการขยายตัวได้ตามเป้าบริษัทจึงมีแผนจะจัดโปรโมชันครั้งใหญ่ไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อกระตุ้นยอดขายของบริษัท
“ การตัดสินใจซื้อของลูกค้าในช่วงที่ผ่านมายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่มูลค่าการซื้อต่อบิลที่ลูกค้าสินค้ากลับลดลงจากเดิม ในขณะที่จำนวนลูกค้าและความต้องการยังมีอยู่ต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงมีแผนจะจัดแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าให้เร็วขึ้นและเพิ่มขึ้นเพื่อรักษายอดขายของบริษัท แม้ว่าการจัดปรโมชันจะส่งผลต่อกำไรสิทธิของบริษัทให้ลดลงก็ตาม”
ล่าสุด บริษัทเตรียมจัดโปรโมชั่นพิเศษ “HomePor Super Shock Sale” ร่วมกับบัตรเครดิตธนาคาร กสิกรไทย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31พ.ค. -24 มิ.ย.นี้ โดยจะใช้งบด้านการตลาดรวม 20 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงสุดท้ายของไตรมาสที่ 2ของปี ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าจากการจัดโปรโมชันดังกล่าวจะสามารถทำยอดขายได้ถึง 1,000 ล้านบาท โดยโปรโมชั่นดังกล่าวจะมีการจัดสินค้ามาลดราคาตั้งแต่ 40-60% และจะมีการเปลี่ยนสินค้าในการจัดโปรโมชั่นทุกๆ 7วัน ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าในราคาลดพิเศษได้หลากหลายขึ้น
|
|
 |
|
|